เดือด! ผู้ร่วมก่อตั้ง Solana จวก “L2 ไม่ได้สืบทอดความปลอดภัยจาก Ethereum” ชี้เสี่ยง-รวมศูนย์เกินไป
Anatoly Yakovenko ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่าย Solana ออกโรงตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและความกระจายศูนย์ของระบบ Layer-2 (L2) บน Ethereum หลังจากเกิดการถกเถียงอย่างดุเดือดในวงการเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
Yakovenko ชี้ว่า เครือข่าย L2 มี “พื้นผิวการโจมตี (attack surface)” ที่ใหญ่ขึ้นมาก และมีโค้ดเบสซับซ้อนจนไม่สามารถตรวจสอบช่องโหว่ได้ครบถ้วน แถมยังพึ่งพา multi-signature custody ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ดูแลสามารถเคลื่อนย้ายเงินของผู้ใช้ได้โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยตรง
“คำกล่าวที่ว่า L2 ได้รับความปลอดภัยจาก ETH เป็นสิ่งที่ผิดพลาด” — Anatoly Yakovenko กล่าวระหว่างการดีเบต
“ผ่านมา 5 ปีในแผน L2 แต่ Wormhole ETH บน Solana ยังมีความเสี่ยงขั้นสูงสุดไม่ต่างจาก ETH บน Base และสร้างรายได้ให้ผู้ถือ stake ETH L1 พอ ๆ กัน”
ศึกมุมมองต่ออนาคตของ Layer-2 ยังคุกรุ่น
คำพูดของผู้ร่วมก่อตั้ง Solana ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงอีกครั้งในหมู่ผู้พัฒนา นักลงทุน และผู้บริหารในวงการคริปโต ว่าแท้จริงแล้วเครือข่าย Layer-2 ช่วยเสริม Ethereum L1 หรือกำลัง “แข่งขันแย่งรายได้กันเอง”
ปัจจุบันตามข้อมูลจาก L2Beat มี 129 เครือข่าย Layer-2 ที่ได้รับการยืนยัน แล้ว และอีกกว่า 29 เครือข่ายที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งตัวเลขนี้สะท้อนถึง “การเติบโตอย่างร้อนแรง” ของระบบนิเวศ Ethereum
มากไปหรือน้อยไป? นักพัฒนาเห็นต่างกัน
ฝั่งนักพัฒนาอย่าง Adrian Brink ผู้ร่วมก่อตั้งโปรโตคอล Anoma (Layer-1) มองว่า “ตอนนี้มี Layer-2 มากเกินความจำเป็นเกือบ 10 เท่า”
ในขณะที่ Igor Mandrigin ผู้ร่วมก่อตั้ง Gateway.fm โต้กลับว่า “ไม่มีคำว่า Layer-2 มากเกินไป” เพราะนี่คือสัญญาณของการเติบโตและความหลากหลายของระบบนิเวศ
ส่วน Anurag Arjun จากโครงการ Avail (Polygon L2) ก็เห็นด้วย โดยชี้ว่า “แต่ละ Layer-2 คือบล็อกเชนที่มี throughput สูง ซึ่งช่วยให้ Ethereum มีทางเลือกมากขึ้นในการขยายประสิทธิภาพ”

แต่ Binance Research มองอีกมุม: “L2 กำลังกัดรายได้ L1”
ทีมวิจัยของ Binance Research วิเคราะห์ว่า การเพิ่มจำนวนของ Layer-2 ที่มากเกินไป กำลัง “กินรายได้ของ Ethereum L1”
เพราะค่าธรรมเนียม (gas fee) ที่ถูกกว่ามากบน L2 ทำให้กิจกรรมส่วนใหญ่ไหลออกจาก Layer-1 ส่งผลให้รายได้จากธุรกรรมโดยตรงของเครือข่ายหลักลดลง
การ “แยกสภาพคล่อง (liquidity fragmentation)” ระหว่างหลาย L2 ยังทำให้ระบบโดยรวมของ Ethereum ยากต่อการบริหารและตรวจสอบ ทั้งในแง่ความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
บทสรุป: ศึก L1 vs L2 ยังไม่จบ
การออกมาวิจารณ์ของผู้ร่วมก่อตั้ง Solana ครั้งนี้ สะท้อนว่าศึกเรื่อง “สถาปัตยกรรม Layer-2” ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน
แม้ L2 จะช่วยเพิ่ม scalability ให้ Ethereum แต่ก็แลกมาด้วยความซับซ้อน ความเสี่ยง และปัญหาการรวมศูนย์
ในทางกลับกัน เสียงจากผู้สนับสนุน L2 ก็มองว่า “นี่คือวิวัฒนาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ของ Ethereum ในการเข้าสู่ยุคที่ต้องรองรับการใช้งานมหาศาลระดับโลก
คำถามที่ยังค้างคาใจคือ: Ethereum L2 กำลังเสริม Ethereum… หรือกำลังทำลายมันจากภายในกันแน่?
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bitcoinist.com