คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) เตรียมเปลี่ยนแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่ โดย Paul Atkins ประธาน SEC ประกาศชัดว่า “โทเคนคริปโตส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์” ถือเป็นการเปลี่ยนท่าทีจากยุคที่มุ่งใช้มาตรการบังคับใช้กฎหมาย (enforcement-led) ไปสู่กรอบกติกาที่ชัดเจนและคาดการณ์ได้มากขึ้น
Project Crypto: แผนปรับโครงสร้างตลาดคริปโต
Atkins เปิดตัว “Project Crypto” ระหว่างการประชุม OECD Roundtable ที่กรุงปารีส โดยย้ำว่า SEC จะเดินหน้าสร้างกฎระเบียบที่โปร่งใส ไม่ใช่การไล่บังคับใช้รายกรณีอีกต่อไป
เขากล่าวว่า “นี่คือวันใหม่ของ SEC” พร้อมเสริมว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มอบหมายภารกิจให้เขาผลักดันให้อเมริกากลายเป็น “เมืองหลวงคริปโตของโลก”
แผนดังกล่าวจะเปิดทางให้แพลตฟอร์มคริปโตสามารถทำงานแบบ “Super-App” คือรวมบริการซื้อขาย (trading), กู้ยืม (lending) และสเตก (staking) อยู่ในระบบเดียวกัน รวมถึงสามารถนำเสนอตัวเลือกการเก็บสินทรัพย์ (custody) ที่หลากหลายขึ้นสำหรับนักลงทุน
เทียบมาตรฐานยุโรป MiCA และความร่วมมือระดับโลก
Atkins ยกกรอบ MiCA ของสหภาพยุโรป มาเป็นตัวอย่างของระบบกำกับดูแลแบบครบวงจร และย้ำว่าสหรัฐฯ ควรเรียนรู้จากยุโรปเพื่อสร้างกฎที่ชัดเจน พร้อมทั้งผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อให้ตลาดดิจิทัลเติบโตอย่างไร้พรมแดน
ขณะเดียวกัน สถาบันการเงินยุโรป (EBA) ก็กำลังเข้มงวดขึ้น โดยกำหนดให้สินทรัพย์อย่าง Bitcoin และ Ether ต้องใช้เงินทุนสำรองมากขึ้น เนื่องจากจัดอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ต่างจากสหรัฐที่ FDIC อนุญาตให้ธนาคารที่อยู่ภายใต้การกำกับสามารถเข้าสู่กิจกรรมคริปโตได้โดยไม่ต้องขออนุมัติก่อน
ผลกระทบและทิศทางใหม่ของตลาดคริปโต
การเปลี่ยนท่าทีของ SEC ครั้งนี้สะท้อนถึงการเปิดกว้างต่อ นวัตกรรมทางการเงินดิจิทัล โดยเน้นให้ความแน่นอนด้านกฎหมายว่าโทเคนแบบใดคือหลักทรัพย์ และแบบใดไม่ใช่
Atkins ย้ำว่า “เราต้องเปิดทางให้แพลตฟอร์ม Super-App เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกและประสิทธิภาพให้กับผู้ลงทุน” พร้อมระบุว่า SEC จะทำงานร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลอื่น ๆ เพื่อให้กฎเกณฑ์ครอบคลุมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างสอดคล้องกับสภาคองเกรสที่กำลังพิจารณากฎหมายคริปโตฉบับใหม่
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการคริปโตในสหรัฐ หากดำเนินการได้จริง อาจทำให้อเมริกาก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมบล็อกเชนและสินทรัพย์ดิจิทัลโลก แข่งกับยุโรปและเอเชียในเวทีโลก
อ้างอิง : financemagnates.com