อดีตพนักงาน pump.fun เปิดใจ! พอร์ตคริปโตจาก $45 ล้าน เหลือ $17,000 ได้อย่างไร
อดีตพนักงานของ pump.fun (แพลตฟอร์มสร้างและซื้อขายมีมคอยน์บนเครือข่าย Solana) เจ้าของบัญชี @shaams ออกมาเปิดใจผ่านเซสชัน AMA (Ask Me Anything — การเปิดให้ผู้คนถามตอบอย่างเปิดเผยบนโซเชียลมีเดีย) เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน เล่าเส้นทางพอร์ตคริปโตที่เคยพุ่งแตะจุดสูงสุดราว 45 ล้านดอลลาร์ (~1,474 ล้านบาท) ก่อนจะเหลือเพียง 17,000 ดอลลาร์ (~557,000 บาท) พูดง่ายๆ ก็คือ จากเศรษฐีพันล้านบนกระดาษ กลับสู่จุดเกือบศูนย์ภายในเวลาไม่ถึงปี
🎢 จาก $100,000 แรก สู่พอร์ต $45 ล้าน
ตามคำบอกเล่าของ @shaams เขาเข้าตลาดตั้งแต่ช่วงต้นของวัฏจักร มีมคอยน์ (เหรียญคริปโตที่ต่อยอดจากกระแสมุกตลกหรือวัฒนธรรมอินเทอร์เน็ต มักไม่มีฟังก์ชันใช้งานจริงนอกเหนือจากการเก็งกำไร) ในช่วงต้นปี 2024 (พ.ศ. 2567)
หลังทำกำไรก้อนแรกได้ 100,000 ดอลลาร์ (~3.28 ล้านบาท) เขาแบ่ง 20% ของพอร์ตไปลงเหรียญ $POOPCAT และที่เหลือลงใน $WIF โดยระบุว่าทั้งสองสถานะเคยขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 350 เท่า และ 48 เท่า ตามลำดับ
ต่อมาเขาได้เข้าร่วมงานกับ pump.fun และถือครองมูลค่าสินทรัพย์ระดับแปดหลัก (สิบล้านดอลลาร์ขึ้นไป) จากทั้งการลงทุนช่วงแรกและหุ้นพนักงาน ภายหลังเหตุการณ์ TGE (Token Generation Event — ช่วงที่โปรเจกต์สร้างและแจกจ่ายโทเคนสู่ตลาดเป็นครั้งแรก) ของเหรียญ $PUMP ในปี 2025 (พ.ศ. 2568) เมื่อรวมกับสถานะในเหรียญ $TRUMP และกระแสตลาดกระทิงช่วงฤดูร้อนปีเดียวกัน พอร์ตของเขาจึงพุ่งแตะจุดสูงสุดราว 45 ล้านดอลลาร์
📉 จุดเปลี่ยน: ตลาดอ่อนแรง และวันที่ 10 ตุลาคม
จุดพลิกผันเริ่มขึ้นในช่วงปลายฤดูร้อนปี 2025 เมื่อ @shaams เล่าว่าตลาดคริปโตเริ่มอ่อนแรง เม็ดเงินจากนักลงทุนรายย่อยไหลไปสู่หุ้นกลุ่มธีม AI ทำให้พอร์ตของเขาค่อยๆ ขาดทุนสะสมทีละน้อย
สถานการณ์ทรุดหนักหลังตลาดดิ่งลงอย่างรุนแรงในวันที่ 10 ตุลาคม 2025 ซึ่งเป็นวันที่ตลาดคริปโตเผชิญการล้างสถานะ (liquidation) ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าสถานะเลเวอเรจถูกบังคับปิดรวมกว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าสินค้าจีน 100% โดยมูลค่าตลาดรวมของกลุ่มมีมคอยน์หดตัวจากราว 80,000 ล้านดอลลาร์ เหลือราว 47,000 ล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี
หลังจุดนั้น @shaams ยอมรับว่าเขาเริ่มเปิดสถานะ เลเวอเรจ (การกู้ยืมเพื่อขยายขนาดการเทรดให้ใหญ่กว่าเงินทุนจริง) ซื้อ Long altcoin หนักขึ้น ไล่ราคาเหรียญคุณภาพต่ำ และถูกนัก Arbitrage (ผู้ทำกำไรจากส่วนต่างราคา) เก็บกินซ้ำหลายรอบ จนขาดทุนขยายตัวต่อเนื่อง
💸 "เงินก้อนนั้นไม่เคยเป็นของผม"
ประเด็นที่น่าสะเทือนใจที่สุด คือ @shaams สารภาพในเซสชัน AMA ว่า ตลอดกระบวนการทั้งหมด เขาไม่เคยถอนเงินออกไปเข้าบัญชีธนาคารเลยแม้แต่ครั้งเดียว เงิน 45 ล้านดอลลาร์จึงเป็น กำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (unrealized gains — มูลค่ากำไรบนกระดาษที่ยังไม่ได้ขายเปลี่ยนเป็นเงินสด) บนเชนมาโดยตลอด
เขากล่าวประโยคที่กลายเป็นไวรัลว่า "the money was never mine" (เงินก้อนนั้นไม่เคยเป็นของผม) โดยเป้าหมายเดิมของเขาคือดันพอร์ตให้แตะ 100 ล้านดอลลาร์ (~3,275 ล้านบาท) แต่กลับกลายเป็นเหลือศูนย์แทน
ปัจจุบันยอดคงเหลือในบัญชีของเขาอยู่ที่ราว 17,000 ดอลลาร์ และยังมีหนี้ค้างเพื่อนอีกประมาณ 1,500 ดอลลาร์ (~49,000 บาท)
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 ICO จาก Pump.fun ขายหมดใน 12 นาที! ระดมทุนทะลุ $500 ล้าน จุดกระแส Memecoin ระอุ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: PANews (@PANewsCN) เรียบเรียงจากเซสชัน AMA ของ @shaams
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict เรื่องราวของ @shaams เป็นบทเรียนคลาสสิกเรื่องช่องว่างระหว่าง "กำไรบนกระดาษ" กับ "กำไรที่ถอนเป็นเงินจริงได้" ซึ่งในตลาดที่ผันผวนสูงอย่างมีมคอยน์ ความแตกต่างนี้อาจหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่าง การบริหารความเสี่ยง การล็อกกำไรเป็นระยะ และการระมัดระวังการใช้เลเวอเรจ ยังคงเป็นหัวใจที่นักลงทุนทุกระดับควรให้ความสำคัญ แม้คริปโตจะเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนมหาศาล แต่วินัยและการจัดการเงินทุนต่างหากที่ทำให้กำไรนั้น "เป็นของเรา" ได้จริง น่าจับตามองไม่น้อยว่าประสบการณ์ตรงเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นบทสนทนาเรื่องความยั่งยืนในตลาดเก็งกำไรได้มากเพียงใด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: pump.fun · มีมคอยน์ · memecoin · PUMP token · อดีตพนักงาน pump.fun · ตลาดคริปโตดิ่ง · เลเวอเรจคริปโต · bitcoin addict
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com