Polygon Foundation ได้ยืนยันเมื่อวันพุธว่า การอัปเกรด Hard Fork เพื่อแก้ไขปัญหา Finality ที่ทำให้ธุรกรรมล่าช้า ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ทีมงาน Polygon Labs ประกาศผ่าน X (Twitter เดิม) ว่า:
“การตรวจสอบเช็คพอยต์กลับมาเป็นปกติ และกระบวนการ Finalization บน Polygon PoS ฟื้นกลับมาแล้ว ธุรกรรมและการซิงค์ข้อมูลกำลังทำงานตามปกติ” พร้อมย้ำว่าจะยังคงติดตามสถานะเครือข่ายอย่างใกล้ชิดเพื่อความมั่นใจ
รายละเอียดการแก้ไขปัญหา
บั๊กดังกล่าวเกิดขึ้นในซอฟต์แวร์โหนดของ Polygon PoS ทำให้เกิดความล่าช้าในกระบวนการ Local Fast Finality หรือที่ Polygon เรียกว่า “Milestones” ส่งผลให้การยืนยันธุรกรรมช้าลงกว่า 10–15 นาที และกระทบต่อการซิงค์ของ Validator แม้เช็คพอยต์บน Ethereum mainnet จะยังทำงานปกติ
เพื่อแก้ไขปัญหา ทีมงานได้ปล่อย Hard Fork เวอร์ชัน v2.2.11-beta2 สำหรับ Bor (เลเยอร์ผลิตบล็อกของ Polygon) และ v0.3.1 สำหรับ Heimdall (เลเยอร์ประสานงานฉันทามติ PoS) โดยเริ่มต้นใช้งานเมื่อเวลา 3 p.m. UTC
Polygon Labs กล่าวเสริมว่า “เราจะยังคงติดตามเครือข่ายอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกปัญหาถูกแก้ไขเรียบร้อยแล้ว”
ทำความเข้าใจ Finality บนบล็อกเชน
Finality คือจุดที่ธุรกรรมถูกยืนยันว่า “ไม่สามารถย้อนกลับได้” หลังจากที่ Validator ในเครือข่ายบรรลุฉันทามติ แม้ว่าบล็อกใหม่ ๆ จะถูกสร้างขึ้นทุกไม่กี่วินาที แต่ธุรกรรมจะถือว่าสมบูรณ์จริงก็ต่อเมื่อถึง Finality แล้ว ซึ่งหากไม่ถึงจุดนี้ อาจเสี่ยงต่อการถูก Rollback หรือ Reorg ได้
ก่อนหน้านี้ Polygon ได้ปล่อยอัปเดต Heimdall v2 เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและปรับปรุงการประสานงานของ Validator แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็พบเหตุการณ์ขัดข้อง Finality ที่กินเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง
ผลกระทบต่อราคา POL
ขณะที่ปัญหา Finality เกิดขึ้น ราคาของ POL ซึ่งเป็นโทเค็นหลักของ Polygon ร่วงลงชั่วคราวกว่า 4% ก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมา หลังการประกาศว่าการแก้ไขด้วย Hard Fork เสร็จสิ้น
สรุป
การแก้ไขบั๊กครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของทีมงาน Polygon ที่จัดการปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม้จะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานในระยะสั้น แต่การกลับมาของธุรกรรมที่เสถียรและการยืนยันบล็อกที่รวดเร็ว ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งนักพัฒนาและผู้ลงทุนว่าเครือข่าย Polygon PoS ยังสามารถรับมือกับความท้าทายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง : theblock.co