ฟิลิปปินส์สั่งแบน Monero–Zcash พ้นกระดานเทรดมีใบอนุญาตทุกแห่ง มีผลทันที อ้างกฎต้านฟอกเงิน FATF
ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) สั่งห้ามกระดานเทรดที่มีใบอนุญาตทุกแห่งในประเทศ ลิสต์และซื้อขายเหรียญกลุ่ม Privacy Coin (เหรียญที่ออกแบบให้ปกปิดรายละเอียดธุรกรรม) อย่าง Monero (XMR) และ Zcash (ZEC) โดยมีผลทันที ไม่มีช่วงผ่อนผัน อ้างเหตุผลด้านการสอดคล้องกับมาตรฐานต้านการฟอกเงินของ FATF ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนเทรนด์ที่หลายเขตอำนาจทั่วโลกกำลังเดินไปในทิศทางเดียวกัน
🏛️ BSP ออกกรอบใหม่ จัดระเบียบการลิสต์เหรียญ
ตามรายงานที่ตรวจสอบจากหลายแหล่ง ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (Bangko Sentral ng Pilipinas หรือ BSP) ได้ออกแนวทางการลิสต์เหรียญและโทเคนชุดใหม่ กำหนดให้ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีใบอนุญาต (VASP) ทุกรายต้องใช้กระบวนการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) และการรับรองที่เข้มงวด ก่อนเสนอสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ ให้ลูกค้า
หัวใจของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ ซึ่งลงนามโดยรองผู้ว่าการ ลิน คาเวียร์ (Lyn Javier) คือการห้ามสินทรัพย์ประเภท "anonymity-enhancing" หรือเหรียญที่เพิ่มความเป็นนิรนาม ซึ่งทำให้เหรียญอย่าง Monero และ Zcash ต้องถูกถอดออกจากกระดานเทรดที่ปฏิบัติตามกฎในประเทศ
นอกจากนี้ BSP ยังกำหนดให้กระดานเทรดต้องตรวจสอบสินทรัพย์ที่ลิสต์ไว้อย่างต่อเนื่อง และตั้งเกณฑ์ที่จะกระตุ้นให้ระงับหรือถอดเหรียญ (Delist) เช่น สภาพคล่องที่อ่อนแอ การล้มละลายของผู้ออกเหรียญ การฉ้อโกง การหลุด Peg หรือการละเมิดด้านความปลอดภัยที่ร้ายแรง
⚖️ ใครได้รับผลกระทบบ้าง?
จุดที่ต้องเน้นคือ คำสั่งนี้พุ่งเป้าไปที่ ตัวกลางที่มีใบอนุญาต ไม่ใช่ตัวผู้ใช้รายบุคคล การแบนนี้ไม่ได้ทำให้การถือครอง Privacy Coin หรือการโอนแบบ Peer-to-Peer (การโอนตรงระหว่างบุคคลโดยไม่ผ่านตัวกลาง) นอกแพลตฟอร์มที่กำกับดูแลกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่มันมุ่งไปที่กระดานเทรด ผู้ดูแลสินทรัพย์ และตัวกลางอื่นๆ ที่เปิดทางให้ผู้ใช้ชาวฟิลิปปินส์เข้าถึงตลาด
ณ วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 BSP บันทึกรายชื่อ VASP ไว้ 11 ราย รวมถึงชื่อที่คุ้นเคยอย่าง Coins.ph, Maya Philippines, PDAX, GoTyme Bank และ UnionBank ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
🌐 "เห็นด้วยว่าความเป็นส่วนตัวมีคุณค่า แต่ก็แบนอยู่ดี"
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดในมุมของผู้รายงานต้นทาง (โพสต์โดย แอนโทนี เพอร์รอด) คือ "ความย้อนแย้ง" ของฝ่ายกำกับดูแลเอง ซึ่งสอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ที่ตรวจสอบได้ อัลเดน ยบูรัน (Alden Yburan) หัวหน้าฝ่ายคริปโตของ GCash ระบุว่าสินทรัพย์อย่าง Monero และ Zcash "มีอยู่ด้วยเหตุผลอันชอบธรรม" เพราะความเป็นส่วนตัวคือคุณค่าพื้นฐานของคริปโต คือความสามารถในการทำธุรกรรมโดยไม่ถูกสอดส่อง แต่เขาก็เสริมว่า ในอีกด้านหนึ่ง ฟิลิปปินส์เป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการโอนเงินกลับประเทศสูง จึงไม่สามารถวางตำแหน่งระบบนิเวศให้เป็นโครงสร้างการเงินที่เชื่อถือได้ ขณะเดียวกันก็ปล่อยให้สินทรัพย์นิรนามไหลเวียนอย่างเสรีได้
ความเคลื่อนไหวนี้ไม่ใช่กรณีโดดเดี่ยว ก่อนหน้านี้หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของดูไบก็เคยประกาศแบนโทเคนความเป็นส่วนตัวในเขต Dubai International Financial Centre โดยอ้างความเสี่ยงด้านการฟอกเงินและการปฏิบัติตามกฎเช่นกัน
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: ประเด็นแรงกดดันเชิงกำกับดูแลต่อเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัว สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 นักพัฒนา Ethereum ถูกกักตัวในตุรกี 24 ชั่วโมง ปมเอี่ยวโปรโตคอลความเป็นส่วนตัว ก่อนได้ปล่อยตัว
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: โพสต์โซเชียลโดย Anthony Perrod (ผู้รายงาน) ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจาก Decrypt, Bloomberg และ DailyCoin / ภาพ binance.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การแบน Privacy Coin บนกระดานเทรดที่มีใบอนุญาต ดูจะกลายเป็น "มาตรฐานใหม่" ที่หลายเขตอำนาจเลือกเดินตาม ทั้งสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และล่าสุดคือฟิลิปปินส์ ซึ่งสะท้อนความตึงเครียดที่ยังไม่มีใครคลี่คลายได้ระหว่าง "สิทธิความเป็นส่วนตัว" กับ "ภาระการปฏิบัติตามกฎต้านฟอกเงิน" ที่น่าจับตาคือ ดีมานด์ของเหรียญกลุ่มนี้ไม่ได้หายไป เพียงแต่ถูกผลักออกจากช่องทางที่ถูกกำกับไปสู่ Self-Custody และ P2P แทน ในระยะยาวจึงเป็นบททดสอบสำคัญว่าวงการจะออกแบบเทคโนโลยีที่ทั้งรักษาความเป็นส่วนตัวและตรวจสอบได้ไปพร้อมกันได้หรือไม่
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Privacy Coin · Monero · Zcash · ฟิลิปปินส์แบนคริปโต · BSP ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ · FATF ต้านฟอกเงิน · กฎกำกับคริปโต · crypto regulation Philippines
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com