Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

"แบนไปก็ไร้ผล!" Pavel Durov เย้ยรัฐบาลอิหร่าน ยิ่งบล็อก Telegram ยิ่งดันยอดใช้
05 April 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

"แบนไปก็ไร้ผล!" Pavel Durov เย้ยรัฐบาลอิหร่าน ยิ่งบล็อก Telegram ยิ่งดันยอดใช้

Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram เปิดเผยว่าการแบนแอปของรัฐบาลอิหร่านไม่เพียงล้มเหลว แต่ยังผลักดันให้ประชาชนกว่า 50 ล้านคนหันมาใช้ VPN อย่างแพร่หลาย พร้อมชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีกระจายศูนย์อย่าง Blockchain, คริปโต และแอปเข้ารหัสข้อความ กำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักในการต่อต้านการควบคุมออนไลน์ของรัฐ

แบน Telegram แต่ได้ VPN มวลชน

Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง Telegram ออกมาเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า การที่รัฐบาลอิหร่านสั่งแบน Telegram มาหลายปีนั้น ไม่ได้บรรลุเป้าหมายอย่างที่ตั้งใจ ตรงกันข้าม ประชาชนกว่า 50 ล้านคน กลับหันมาใช้ VPN (Virtual Private Network — เครื่องมือที่เปลี่ยนเส้นทางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเซิร์ฟเวอร์ทั่วโลก เพื่อปกปิดตำแหน่งและ IP ของผู้ใช้) เพื่อเลี่ยงการปิดกั้น

 

Pavel Durov.webp
ที่มา : Pavel Durov

 

Durov กล่าวว่า "รัฐบาลหวังให้ประชาชนหันมาใช้แอปสื่อสารที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือการยอมรับ VPN อย่างกว้างขวาง" และเสริมว่าเหตุการณ์เดียวกันกำลังเกิดขึ้นในรัสเซีย ซึ่งมีผู้ใช้งาน VPN เพิ่มเติมอีกกว่า 50 ล้านคนเช่นกัน

อินเทอร์เน็ตถูกปิด — เทคโนโลยีกระจายศูนย์เข้ามาแทน

สถานการณ์ในอิหร่านยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อรัฐบาลสั่งปิดอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศในเดือนมกราคม 2026 ท่ามกลางการประท้วงและความไม่สงบภายใน ที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องอยู่จากสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอล สหรัฐฯ และอิหร่าน

 

แม้จะมีการแบน Starlink (บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของ Elon Musk) ประชาชนก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ขณะเดียวกัน BitChat (แอปสื่อสารที่ใช้คลื่น Bluetooth สร้างเครือข่าย Mesh Network แบบไม่พึ่งพาอินเทอร์เน็ตหรือดาวเทียม) ก็ได้รับความนิยมพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

BitChat — แอปที่รัฐบาลปิดไม่ได้

BitChat ทำงานโดยเปลี่ยนอุปกรณ์ทุกเครื่องให้กลายเป็น "โหนดถ่ายทอดสัญญาณ" ข้อมูลจะถูกส่งต่อจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งในระยะ Bluetooth โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตหรือดาวเทียมเลย

 

กรณีที่ชัดเจนที่สุดเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลเนปาลสั่งแบนโซเชียลมีเดียในเดือนกันยายน 2025 ส่งผลให้ BitChat มียอดดาวน์โหลดพุ่งสูงถึง 48,000 ครั้งในหนึ่งสัปดาห์ และในเดือนเดียวกันนั้น รัฐบาลเนปาลก็ถูกโค่นล้มโดยผู้ประท้วง ปรากฏการณ์คล้ายกันยังเกิดขึ้นในมาดากัสการ์ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน

เทคโนโลยีกระจายศูนย์กับเสรีภาพดิจิทัล

เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดว่าเทคโนโลยีกระจายศูนย์ ไม่ว่าจะเป็น Blockchain, คริปโตเคอเรนซี่ หรือแอปสื่อสารเข้ารหัส กำลังถูกนำมาใช้เป็น เครื่องมือปกป้องเสรีภาพส่วนบุคคล ในสถานการณ์ที่รัฐพยายามควบคุมการไหลของข้อมูล ผู้สนับสนุนเทคโนโลยีประเภทนี้มองว่า ยิ่งรัฐพยายามปิดกั้น ยิ่งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาและยอมรับเทคโนโลยีทางเลือกอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Pavel Durov: Telegram Will Not Comply With Government Requests for User Data
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph ภาพ themoscowtimes

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict เรื่องนี้ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีแบบกระจายศูนย์ไม่ใช่แค่เรื่องการลงทุน แต่มีมิติของ เสรีภาพดิจิทัล ที่จับต้องได้จริง กรณีของ BitChat ที่สามารถโค่นรัฐบาลเนปาลได้นั้น อาจฟังดูเกินจริง แต่ตัวเลข 48,000 ดาวน์โหลดใน 1 สัปดาห์พูดแทนตัวมันเองได้ดี น่าจับตาดูต่อว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำมาพัฒนาให้รองรับการใช้งานในระดับใหญ่กว่านี้ได้อย่างไร โดยเฉพาะในบริบทของ Blockchain ที่ยังมีศักยภาพอีกมากในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารที่ปลอดภัยและต้านทานการเซ็นเซอร์

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO Pavel Durov, Telegram อิหร่าน, VPN, BitChat, อินเทอร์เน็ตถูกแบน, เทคโนโลยีกระจายศูนย์, เสรีภาพดิจิทัล, Blockchain censorship

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com