Novogratz มั่นใจ! กฎหมายใหม่สหรัฐฯ ดันนักลงทุนหลั่งไหล สะเทือนวงจรคริปโต 4 ปี
Mike Novogratz ซีอีโอของ Galaxy Digital เชื่อว่าการผ่านกฎหมายคริปโต 2 ฉบับใหญ่ในสหรัฐฯ จะนำไปสู่การเข้ามาของนักลงทุนกลุ่มใหม่จำนวนมาก และอาจทำให้วงจรตลาดคริปโตแบบ 4 ปี ที่ผูกกับการ Halving ของ Bitcoin สิ้นสุดลง
Novogratz ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ว่า GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมายควบคุม Stablecoin ที่ผ่านในเดือนกรกฎาคม และ CLARITY Act ที่กำหนดอำนาจกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจน ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะดึงนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามาในตลาดคริปโต
“มันคือเรื่องใหญ่จริง ๆ กฎหมายสองฉบับนี้จะปลดล็อกการมีส่วนร่วมครั้งมหาศาลในตลาดคริปโต” Novogratz กล่าว
จบวงจร 4 ปี?
นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าตลาดคริปโตมีรูปแบบขึ้น-ลงผูกกับรอบ Halving ของ Bitcoin ทุก 4 ปี โดยรอบล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2024 ทำให้หลายฝ่ายมองว่าตลาดกระทิงอาจใกล้สิ้นสุด
แต่ Novogratz มองต่างออกไป เขาเชื่อว่าการเข้ามาของนักลงทุนหน้าใหม่จะทำให้ตลาดไม่จำเป็นต้องวนซ้ำเหมือนปี 2017 และ 2021 ที่ราคาพุ่งสูงแล้วร่วงหนัก
เขาเสริมว่า สาเหตุหนึ่งที่ Stablecoin ยังไม่ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางมาก่อนหน้านี้คือความไม่ชัดเจนด้านกฎหมาย แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว
“คุณจะได้เห็น Stablecoin ถูกใช้ใน iPhone หรือในโซเชียลมีเดียแอปอย่างถูกกฎหมาย และสิ่งนี้จะสร้างการเข้าร่วมในระดับใหม่”
CLARITY Act: รถไฟความเร็วสูงของกฎหมายคริปโต
Brian Armstrong ซีอีโอ Coinbase ก็เห็นด้วย โดยระบุว่า CLARITY Act เปรียบเสมือน “รถไฟด่วน” ที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง และเชื่อมั่นว่ากฎหมายจะผ่านสภาคองเกรสอย่างแน่นอน
ขณะที่ French Hill ประธานคณะกรรมาธิการบริการการเงินของสภาผู้แทนฯ เปิดเผยว่าอาจมีความคืบหน้าในการโหวตกฎหมายนี้ช่วงเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน 2025
การเมือง และความกังวลเรื่อง Trump Family
Novogratz ยังกล่าวถึงกระแสวิจารณ์เรื่องการมีส่วนร่วมของครอบครัว Trump ในธุรกิจคริปโตว่า แม้อาจถูกนำมาโจมตีโดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง แต่ก็ไม่สามารถห้ามลูกหลานของนักการเมืองเข้ามามีบทบาทในภาคธุรกิจได้
เขามองว่าการที่พรรคเดโมแครตยืนฝั่ง “แอนตี้คริปโต” ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นเรื่องผิดพลาด และตอนนี้เริ่มมีเสียงจากเดโมแครตจำนวนหนึ่งที่เห็นประโยชน์ของคริปโต
ปัจจัยกดดันตลาด: จีน + Arthur Hayes
สำหรับสาเหตุการร่วงของตลาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มูลค่าตลาดหายไปเกือบ 200 พันล้านดอลลาร์ Novogratz ชี้ว่าเกิดจากการเทขายของนักขุดคริปโตในจีน ร่วมกับคอมเมนต์เชิงลบของ Arthur Hayes ที่เพิ่งขายโทเคน HYPE เพื่อเอาเงินไปดาวน์ Ferrari
เขาสรุปว่า แม้จะมีการพักฐานรุนแรง แต่เป็นเพียง “การดึงตลาดลงชั่วคราว” และยังไม่ใช่สัญญาณสิ้นสุดของตลาดกระทิงรอบนี้
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bloomberg.com