Morgan Stanley ส่ง E*Trade ลุยเทรดคริปโต คิดค่าธรรมเนียมเพียง 0.5% ท้าชนยักษ์ใหญ่ Coinbase
Morgan Stanley ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่ง Wall Street เปิดตัวบริการนำร่องซื้อขายคริปโตเคอเรนซี่บนแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ ETrade โดยคิดค่าธรรมเนียม 50 basis points (0.5%) ต่อมูลค่าธุรกรรม ซึ่งถูกกว่าอัตรามาตรฐานของ Coinbase, Robinhood และ Charles Schwab ขณะนี้อยู่ในช่วงทดสอบระบบ และคาดว่าลูกค้า ETrade กว่า 8.6 ล้านบัญชีจะเข้าถึงบริการได้ภายในปี 2569 (2026) นี้
🔍 Morgan Stanley บุก E*Trade ด้วยค่าธรรมเนียมที่แข่งขันได้
Morgan Stanley เลือกแพลตฟอร์ม E*Trade (โบรกเกอร์ออนไลน์รายใหญ่ที่ Morgan Stanley เข้าซื้อกิจการไปในปี 2563) เป็นช่องทางเปิดตัวบริการเทรดคริปโตสำหรับนักลงทุนรายย่อย โดยตั้งค่าธรรมเนียมมาตรฐานที่ 50 basis points (0.5%) ต่อมูลค่าธุรกรรมแต่ละครั้ง
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าอัตราค่าธรรมเนียมพื้นฐานของผู้ให้บริการรายใหญ่หลายราย ได้แก่ Coinbase (แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ), Robinhood (แอปเทรดหุ้นและคริปโตยอดนิยมในกลุ่ม Gen Z) และ Charles Schwab (บริษัทโบรกเกอร์รายใหญ่ที่เพิ่งประกาศค่าธรรมเนียม 75 basis points สำหรับบริการเทรดคริปโตของตนเอง) ตามรายงานของ Bloomberg เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่ง Morgan Stanley ได้ยืนยันความถูกต้องของรายละเอียดดังกล่าวกับสำนักข่าว CoinTelegraph แล้ว
อย่างไรก็ดี ยังมีแพลตฟอร์มที่เสนออัตราค่าธรรมเนียมต่ำกว่า เช่น Kraken Pro, Binance US และบัญชีระดับสูงของ Coinbase Advanced ดังนั้น E*Trade จึงมีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับนักลงทุนที่ต้องการซื้อขายคริปโตผ่านโบรกเกอร์กระแสหลักที่คุ้นเคยอยู่แล้ว
📊 ขนาดของตลาดและระยะเวลาเปิดให้บริการ
ในช่วงนำร่องปัจจุบัน บริการดังกล่าวยังไม่ได้เปิดให้ลูกค้าทั้งหมด แต่ Morgan Stanley วางแผนเปิดกว้างสู่ฐานลูกค้า E*Trade จำนวน 8.6 ล้านบัญชี ภายในปี 2569 นี้ ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นขนาดของตลาดที่ธนาคาร Wall Street กำลังจะเข้าถึง และยังเป็นสัญญาณสำคัญว่าการซื้อขายคริปโตกำลังถูกนำมาผนวกรวมเข้ากับบัญชีโบรกเกอร์กระแสหลักอย่างเป็นรูปธรรม
🏦 Wall Street บุกคริปโตพร้อมกัน: Schwab, Goldman Sachs และ BNY Mellon
การเคลื่อนไหวของ Morgan Stanley ไม่ได้เกิดขึ้นโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระแสที่สถาบันการเงินชั้นนำแห่กันขยายสู่ตลาดคริปโตพร้อมกัน
- Charles Schwab ประกาศเปิดบริการซื้อขาย Bitcoin และ Ether สำหรับลูกค้ารายย่อยโดยตรงเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ด้วยอัตราค่าธรรมเนียม 75 basis points ต่อรายการ
- Goldman Sachs (ธนาคารเพื่อการลงทุนระดับโลก) ยื่นเอกสารต่อ SEC (สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ) เพื่อเปิดตัว Goldman Sachs Bitcoin Premium Income ETF ซึ่งจะสร้างรายได้จากการขาย Call Options (สิทธิซื้อล่วงหน้า) บน Bitcoin แทนการถือครองโดยตรง
- BNY Mellon (ธนาคารผู้ดูแลสินทรัพย์ที่เก่าแก่ที่สุดในสหรัฐฯ) เปิดตัวแพลตฟอร์ม Digital Asset Custody (บริการดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล) ในสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 รองรับการฝากและโอน Bitcoin และ Ether สำหรับลูกค้าที่ได้รับคัดเลือก
นอกจากนี้ Morgan Stanley เองเพิ่งเปิดตัว Spot Bitcoin ETF ภายใต้ชื่อ MSBT (Morgan Stanley Bitcoin Trust) บน NYSE Arca เมื่อประมาณหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถดึงเงินลงทุนได้กว่า 30.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 986 ล้านบาท) ในวันแรกของการซื้อขาย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Morgan Stanley แนะนำลงทุนคริปโตไม่เกิน 4% ต่อพอร์ต ชี้ "เข้าสู่ยุค Mainstream" ของสินทรัพย์ดิจิทัล
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph / Bloomberg / ภาพ theinformation.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Morgan Stanley กระโดดลงมาแข่งในสนามเทรดคริปโตรายย่อยผ่าน ETrade พร้อมโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ายุค "คริปโตเป็นของนักเก็งกำไรชายขอบ" ได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อธนาคาร Wall Street เข้ามาแย่งชิงรายได้จากค่าธรรมเนียมการเทรดกับแพลตฟอร์มอย่าง Coinbase โดยตรง ตลาดคริปโตจะยิ่งเข้าถึงนักลงทุนกระแสหลักได้ง่ายขึ้น น่าจับตามองว่าเมื่อ ETrade เปิดเต็มรูปแบบให้กับฐานลูกค้า 8.6 ล้านบัญชีในปลายปีนี้ จะส่งแรงกระเพื่อมต่อปริมาณการซื้อขายในตลาดคริปโตโลกอย่างไรบ้าง
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Morgan Stanley, E*Trade, คริปโต, ค่าธรรมเนียมเทรดคริปโต, Bitcoin ETF, MSBT, Wall Street คริปโต, Coinbase, Charles Schwab, Goldman Sachs
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com