JPMorgan เปิดตัวกองทุน Money Market โทเค็นไนซ์ตัวที่ 2 บน Ethereum รองรับ Stablecoin Reserve
JPMorgan ยื่นเอกสารต่อ SEC เพื่อเปิดตัว "OnChain Liquidity-Token Money Market Fund" หรือ JLTXX กองทุนตลาดเงินโทเค็นไนซ์ตัวที่ 2 บนบล็อกเชน Ethereum โดยออกแบบมาเพื่อรองรับข้อกำหนด Reserve สำหรับผู้ออก Stablecoin ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act ของสหรัฐฯ การยื่นเอกสารมีผลบังคับใช้วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
🏦 JPMorgan บุกหนักโลก Onchain ด้วยกองทุน JLTXX
JPMorgan (ธนาคารยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกัน มูลค่าสินทรัพย์กว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 132 ล้านล้านบาท) ล่าสุดได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อเปิดตัว JPMorgan OnChain Liquidity-Token Money Market Fund หรือ JLTXX ซึ่งเป็นกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) โทเค็นไนซ์ (Tokenized — แปลงสิทธิ์เป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน) ตัวที่ 2 ของธนาคารบนเครือข่าย Ethereum
กองทุนนี้จะลงทุนใน US Treasurys (พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ) และ Overnight Repurchase Agreements (ข้อตกลงซื้อคืนระยะข้ามคืน ค้ำประกันด้วย Treasurys หรือเงินสด) ซึ่งเป็นสินทรัพย์สภาพคล่องสูงที่เป็นหัวใจของตลาดการเงิน
⚖️ เชื่อมตรงกับ GENIUS Act — กฎหมาย Stablecoin ฉบับสำคัญของสหรัฐฯ
จุดที่ทำให้ JLTXX โดดเด่นกว่ากองทุนโทเค็นไนซ์ทั่วไป คือการออกแบบมาเพื่อ รองรับข้อกำหนด Reserve ของผู้ออก Stablecoin (เหรียญดิจิทัลที่ผูกมูลค่ากับสกุลเงินจริง) ตาม GENIUS Act (Guiding and Establishing National Innovation for U.S. Stablecoins — กฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ระดับรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ที่กำหนดให้ผู้ออกต้องสำรองสินทรัพย์สภาพคล่องสูงไว้หนุนหลัง 1:1)
พูดง่ายๆ ก็คือ หากผู้ออก Stablecoin รายใดต้องการเก็บสำรองสินทรัพย์ให้ถูกกฎหมาย JLTXX อาจกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เนื่องจากสามารถถือครองและโอนสิทธิ์ได้บนบล็อกเชนโดยตรง
🔧 Kinexys Digital Assets — หน่วยบล็อกเชนของ JPMorgan
เทคโนโลยีบล็อกเชนที่ใช้ขับเคลื่อนกองทุน JLTXX จะบริหารโดย Kinexys Digital Assets หน่วยธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของ JPMorgan เอง โดยปัจจุบัน Ethereum ยังเป็นบล็อกเชนเดียวที่รองรับ แต่บริษัทระบุว่ามีแผนขยายไปยังบล็อกเชนอื่นในอนาคต
JLTXX ถือเป็นกองทุนโทเค็นไนซ์ตัวที่ 2 ของ JPMorgan บน Ethereum ต่อจากกองทุน MONY (My OnChain Net Yield Fund) ที่เปิดตัวปลายปี พ.ศ. 2568 ซึ่ง MONY มุ่งเน้นนักลงทุนสถาบันที่ต้องการบริหารเงินสดบน Onchain เป็นหลัก ขณะที่ JLTXX เจาะกลุ่มตลาด Stablecoin Reserve โดยเฉพาะ
📊 ตลาด Tokenized RWA โตแตะ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์
JPMorgan ไม่ได้เดินเกมนี้คนเดียว Morgan Stanley เพิ่งเปิดตัวกองทุนตลาดเงินเพื่อ Stablecoin Reserve ไปเมื่อเดือนที่แล้ว (แม้ยังไม่ได้ใช้บล็อกเชน) ขณะที่ Franklin Templeton ก็มีกองทุนโทเค็นไนซ์ BENJI ให้เลือกใช้งานได้หลายบล็อกเชน
ข้อมูลจาก RWA.xyz ระบุว่าตลาด Tokenized Real-World Assets (RWA — สินทรัพย์โลกจริงที่แปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน) ขยายตัวแตะระดับ 32,200 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.06 ล้านล้านบาท) ณ วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 โดยผลิตภัณฑ์ US Treasury โทเค็นไนซ์ครองสัดส่วนใหญ่ที่สุดกว่า 15,900 ล้านดอลลาร์ (ราว 524,700 ล้านบาท)
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 BlackRock เดินเกมใหม่! เตรียมโทเค็นไนซ์กองทุน RWA บนบล็อกเชน
👉 GENIUS Act กำลังเปลี่ยนโฉม Stablecoin: ย้ำจุดยืนใหม่ เน้น "ใช้งาน" มากกว่า "ผลตอบแทน"
👉 Tether รุกหนัก! เปิดตัว USAt เหรียญ Stablecoin ใหม่ลุยตลาดสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ JPMorgan ออกกองทุน JLTXX มาเชื่อมตรงกับข้อกำหนด Reserve ของ GENIUS Act บ่งชี้ว่าธนาคารยักษ์ใหญ่มองเห็น "ช่องว่างตลาด" ที่ชัดเจนมาก — นั่นคือผู้ออก Stablecoin จะต้องการสินทรัพย์ Reserve ที่โอนบนบล็อกเชนได้อย่างราบรื่น กองทุนโทเค็นไนซ์จึงกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ในระบบการเงิน Onchain ยุคใหม่ น่าจับตามองไม่น้อยว่าเมื่อ GENIUS Act มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ ยอด AUM ของ Tokenized Treasury จะพุ่งแตะระดับใหม่แค่ไหน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: JPMorgan, JLTXX, Tokenized Money Market Fund, GENIUS Act, Ethereum, Stablecoin Reserve, RWA, Kinexys Digital Assets
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com