นายกญี่ปุ่นหยิบ Attack on Titan เรียกทุนซาอุ: จากซอฟต์พาวเวอร์อนิเมะสู่เกมดึงเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ
ซาเนะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น สร้างสีสันบนเวทีพบปะนักลงทุนในโตเกียว ด้วยการหยิบประโยคเด็ดจากอนิเมะชื่อดัง Attack on Titan มาใช้เรียกเสียงหัวเราะและเสียงปรบมือจากผู้ร่วมงาน พร้อมส่งสารชัดเจนว่า “ญี่ปุ่นจริงจังกับการดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากซาอุฯ” และพร้อมเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่ในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมต่อเรือ
ญี่ปุ่นโชว์วิสัยทัศน์: ดัน AI และต่อเรือเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่
ในงานพบปะนักลงทุนและภาคธุรกิจจากซาอุดีอาระเบียที่กรุงโตเกียว ทาคาอิจิได้อธิบายเป้าหมายสำคัญของนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลชุดปัจจุบัน ว่า “ญี่ปุ่นจะเร่งลงทุนสองเสาหลัก คือ ปัญญาประดิษฐ์ และอุตสาหกรรมต่อเรือยุคใหม่” ทั้งสองภาคส่วนถูกวางให้เป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นกลับมาเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางการแข่งขันระดับโลกที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
รัฐบาลญี่ปุ่นเลือกใช้แนวทาง “รัฐ+เอกชนเดินพร้อมกัน” คือ
รัฐช่วยวางโครงสร้างพื้นฐาน กฎเกณฑ์ และเครื่องมือสนับสนุน
เอกชนเป็นตัวหลักในการวิจัย พัฒนา และลงทุนจริงในเทคโนโลยีและการผลิต
แม้ตัวเลขเม็ดเงินลงทุนในงานนี้จะไม่ถูกเปิดเผย แต่ก่อนหน้านี้เอกสารของรัฐบาลเคยระบุว่าเม็ดเงินรัฐและเอกชนรวมกัน อาจอยู่ในระดับ “หลายหมื่นล้านเยน” สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI และการยกระดับอุตสาหกรรมต่อเรือ
เมื่อผู้นำญี่ปุ่นหยิบ Attack on Titan มาพูดกับนักลงทุนซาอุ
จุดที่ทำให้บรรยากาศในงานผ่อนคลายและเป็นไวรัลในโลกข่าวการเมือง–เศรษฐกิจ คือจังหวะที่ทาคาอิจิพูดถึงความนิยมของอนิเมะและมังงะญี่ปุ่นในซาอุดีอาระเบีย เธอชี้ว่า ผู้อยู่อาศัยในซาอุฯ จำนวนมากเติบโตมากับอนิเมะญี่ปุ่น และมีความผูกพันกับวัฒนธรรมป๊อปของญี่ปุ่นมาเป็นเวลานาน
จากนั้นเธอหยิบประโยคภาษาอังกฤษจาก Attack on Titan มาพูดบนเวทีว่า
“Just shut your mouth. And invest everything in me.”
ซึ่งเป็นประโยคจากตัวละครหลักในเรื่อง ที่แฟนอนิเมะทั่วโลกคุ้นเคยดี คำพูดนี้ถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ว่า “ขอให้เชื่อมั่นในศักยภาพของญี่ปุ่น และลงทุนอย่างเต็มที่” มากกว่าจะเป็นคำพูดกดดันจริงจัง ผลคือผู้ร่วมงานหัวเราะตาม บรรยากาศในห้องประชุมผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด และตามคำบอกเล่าของผู้เข้าร่วม ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นทันทีหลังจากคำพูดนี้จบลง
สำหรับญี่ปุ่น นี่คือการใช้ “ซอฟต์พาวเวอร์” อย่างตรงจุด ทั้งการหยิบอนิเมะและมังงะมาเป็นสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรม และส่งสารเชิงเศรษฐกิจไปพร้อมกันในประโยคเดียว
ญี่ปุ่นต้องการอะไรจากนักลงทุนต่างชาติ?
หลังจากจังหวะ Attack on Titan ทาคาอิจิกลับมาสู่สารหลักด้านนโยบาย เธอเน้นอีกครั้งว่า ญี่ปุ่นต้องการย้ำภาพลักษณ์ว่าเป็น “ฐานการลงทุนระยะยาวที่มีเสถียรภาพ” ทั้งในมุมกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐาน และระบบวิจัยพัฒนา โดยมีแผนจะ:
ปรับปรุง–ลดขั้นตอนด้านใบอนุญาตและกฎระเบียบที่ยุ่งยาก
ขยายความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรมกับภาคเอกชนและต่างประเทศ
วางกรอบดูแลการลงทุนใหม่ภายใต้ “กรอบคุ้มครองนักลงทุน” ที่ชัดเจนมากขึ้น
แม้ญี่ปุ่นจะเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลก แต่สัดส่วนเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่น ๆ เป้าหมายของรัฐบาลจึงไม่ใช่แค่ “เชิญชวน” แต่คือการส่งสัญญาณว่า ญี่ปุ่นพร้อมเปิดประตูให้เงินลงทุนต่างชาติเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในโครงสร้างเศรษฐกิจ
ในช่วงท้ายของงาน ทาคาอิจิหยิบคำพูดคลาสสิกของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ มาใช้ปิดเวที นั่นคือประโยคที่หลายคนยังจำได้จากปี 2013 ว่า
“Japan is back. Invest Japan.”
การดึงคำพูดนี้กลับมาใช้ในวันนี้ เป็นทั้งสัญลักษณ์ความต่อเนื่องของนโยบายดึงดูดการลงทุน และเป็นการส่งสัญญาณว่า รัฐบาลปัจจุบันต้องการให้โลกเชื่อว่า ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่รอบใหม่ของการฟื้นตัว ทั้งจากเทคโนโลยี AI อุตสาหกรรมต่อเรือ และซอฟต์พาวเวอร์ทางวัฒนธรรม
ในภาพใหญ่ เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ญี่ปุ่นไม่ได้หวังพึ่งแค่ตัวเลขเศรษฐกิจหรือกราฟ GDP แต่ใช้ทั้ง “ภาษาเศรษฐกิจ” และ “ภาษาอนิเมะ” ไปพร้อมกัน เพื่อจับใจนักลงทุนในยุคที่ความรู้สึก–เรื่องเล่า–และวัฒนธรรม มีผลไม่แพ้ตัวเลขบนสไลด์พรีเซนต์เลย
อ้างอิง : sumikai.com