Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ญี่ปุ่นเข้ม! FSA บังคับเว็บเทรดคริปโต สำรองเงินชดเชยลูกค้า ปิดช่องโหว่หลังเหตุแฮ็ก
25 November 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ญี่ปุ่นเข้ม! FSA บังคับเว็บเทรดคริปโต สำรองเงินชดเชยลูกค้า ปิดช่องโหว่หลังเหตุแฮ็ก

สำนักงานบริการทางการเงินของญี่ปุ่น (FSA) เตรียมออกกฎหมายใหม่ที่บังคับให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตในประเทศต้องตั้ง “กองทุนสำรองความรับผิดชอบ” เพื่อจ่ายชดเชยในกรณีเกิดความเสียหาย เช่น ถูกแฮ็กหรือมีช่องโหว่ด้านระบบความปลอดภัย ตามรายงานของ Nikkei Asia

 

ปัจจุบันญี่ปุ่นมีกฎให้เว็บคริปโตเก็บสินทรัพย์ของผู้ใช้ใน Cold Wallet แต่ไม่ได้กำหนดให้มีทุนสำรองรองรับความเสียหายในอนาคต ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ เช่น การแฮ็กของ DMM Bitcoin มูลค่า 312 ล้านดอลลาร์ ในปี 2024 ทำให้ภาครัฐต้องเร่งปรับกฎหมายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น

 

ญี่ปุ่นเตรียมเสนอกฎหมายเข้าสภาในปีหน้า

 

FSA วางแผนจะเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อรัฐสภาในปี 2026 นอกจากนี้ยังเตรียมบังคับให้บริษัทที่เป็นคู่ค้าของเว็บคริปโต และผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องทำการ “ลงทะเบียนล่วงหน้า” ก่อนให้บริการกับกระดานในญี่ปุ่น เพื่อยกระดับระบบกำกับดูแล

 

ญี่ปุ่นปรับกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งใหญ่

 

นอกเหนือจากเรื่องทุนสำรองแล้ว ญี่ปุ่นยังมีแผนปรับสถานะสินทรัพย์ดิจิทัลจากกฎหมาย Payment Services Act ไปอยู่ภายใต้ Financial Instruments and Exchange Act เพื่อจัดให้คริปโตเป็น “สินทรัพย์การเงินที่มีการกำกับเต็มรูปแบบ”

 

เป้าหมายคือเพิ่มความโปร่งใสและลดการเก็งกำไรแบบไร้กรอบ รวมถึงมีเป้าหมายลดภาษีกำไรจากการเทรดคริปโตให้เหลือ 20% ใกล้เคียงกับหุ้นและพันธบัตร

 

Stablecoin กำลังกลายเป็นโครงสร้างการเงินใหม่ของญี่ปุ่น

 

ญี่ปุ่นส่งสัญญาณสนับสนุน Stablecoin อย่างจริงจัง โดยสนับสนุนโครงการ Yen-Stablecoin ของธนาคารใหญ่หลายแห่ง แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ต้องการผลัก Stablecoin เข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินในอนาคต

 

บริษัทการเงินยักษ์ใหญ่เตรียมออกกองทุนคริปโต

 

ตามรายงานของ Nikkei บริษัทจัดการสินทรัพย์ใหญ่ 6 แห่งของญี่ปุ่น เช่น Mitsubishi UFJ AMC และ Daiwa Asset Management กำลังเตรียมออก “Crypto Investment Trust” แห่งแรกของประเทศ เพื่อรองรับการลงทุนที่กำลังเติบโต

 

การปรับกฎหมายชุดนี้สะท้อนว่า ญี่ปุ่นกำลังเดินหน้าทำให้ตลาดคริปโตมีความปลอดภัย โปร่งใส และเข้าใกล้สินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็สนับสนุนคลื่นนวัตกรรมใหม่ เช่น Stablecoin และกองทุนคริปโตอย่างจริงจัง

 

อ้างอิง : theblock.co