Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ปัดตกข่าวลือสกัดดาวรุ่ง! Fidelity กางงานวิจัยโต้ปม Halving ทำระบบ BTC เสถียรภาพต่ำลง
28 June 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ปัดตกข่าวลือสกัดดาวรุ่ง! Fidelity กางงานวิจัยโต้ปม Halving ทำระบบ BTC เสถียรภาพต่ำลง

Fidelity Digital Assets เผยรายงานวิจัยฉบับใหม่โต้แย้งความเชื่อที่ว่า Bitcoin Halving แต่ละรอบทำให้เครือข่ายอ่อนแอลง โดยนักวิเคราะห์ชี้ว่ารายได้รายวันของนักขุดเพิ่มสูงขึ้นจากราว 873,000 บาทในยุค Halving แรก มาอยู่ที่กว่า 1,334 ล้านบาทในปัจจุบัน ขณะที่นักขุดที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นเริ่มหันสู่ธุรกิจ AI เพื่อรับมือกับแรงกดดันในระยะสั้น

 

🔍 Fidelity ยืนยัน: Halving ไม่ได้ทำให้ Bitcoin อ่อนแอ

 

Fidelity Digital Assets (บริษัทลูกด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของ Fidelity Investments กลุ่มบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา) เพิ่งออกรายงานวิจัยฉบับใหม่ที่ตอบโต้ข้อวิจารณ์ระยะยาวที่ว่าเหตุการณ์ Halving (การลดรางวัลการขุด Bitcoin ลงครึ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นทุก ๆ ราว 4 ปีโดยอัตโนมัติตามโปรโตคอล) จะค่อย ๆ บั่นทอนความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin

 

รายงานดังกล่าวเขียนโดย ดาเนียล เกรย์ (Daniel Gray) นักวิเคราะห์ด้านการวิจัยของ Fidelity ระบุว่าความปลอดภัยของ Bitcoin ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Block Reward (รางวัลบล็อก ได้แก่ จำนวน BTC ที่นักขุดได้รับเมื่อตรวจสอบธุรกรรมในบล็อกใหม่สำเร็จ) เพียงอย่างเดียว ยังมีค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee) แรงจูงใจเชิงตลาด และแรงผลักดันทางเศรษฐกิจอื่น ๆ ที่คอยดึงดูดให้นักขุดรักษาความปลอดภัยเครือข่ายต่อไปได้ รวมถึงทำให้การโจมตีเครือข่ายมีต้นทุนสูงจนไม่คุ้มค่า

 

ข้อวิจารณ์ที่รายงานนี้ตอบสนองโดยตรงคือ การลดลงของ Block Reward อาจกัดกร่อนแรงจูงใจของนักขุดในระยะยาว หากค่าธรรมเนียมธุรกรรมไม่เติบโตพอมาชดเชย — ซึ่งเป็นประเด็นที่นักพัฒนาและผู้เล่นในตลาด Bitcoin ยังถกกันอยู่ไม่หาย และนับเป็นหนึ่งในคำถามระยะยาวที่สำคัญที่สุดของ Bitcoin

 

💰 ตัวเลขพิสูจน์: รายได้นักขุดยังเพิ่มขึ้น แม้ Halving จะดำเนินต่อ

 

นับตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2567 เป็นต้นมา นักขุด Bitcoin ได้รับรางวัลบล็อกอยู่ที่ 3.125 BTC ต่อบล็อก ลดลงจากช่วง Halving รอบก่อนหน้าที่เคยได้รับสูงถึง 6.25 BTC

 

pasted-image-1741.webp
รายได้เฉลี่ยต่อวันของนักขุด Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงรอบการลดลงครึ่งหนึ่ง (halving) ที่มา: Fidelity Digital Assets

 

อย่างไรก็ดี เกรย์ชี้ให้เห็นว่าการลดลงของปริมาณเหรียญใหม่ที่ออกสู่ระบบไม่ได้แปลงมาเป็นแรงจูงใจที่อ่อนแอลงแต่อย่างใด เพราะราคา Bitcoin ที่สูงขึ้นตามกลไกตลาดเป็นตัวชดเชยได้มากกว่าเพียงพอ หลักฐานสำคัญคือตัวเลขรายได้เฉลี่ยรายวันของนักขุดที่เพิ่มขึ้นจากประมาณ 26,300 ดอลลาร์ (ราว 873,000 บาท) ในช่วง Halving รอบแรก มาอยู่ที่กว่า 40.2 ล้านดอลลาร์ (ราว 1,334 ล้านบาท) ในปัจจุบัน

 

พูดง่าย ๆ ก็คือ แม้ได้เหรียญน้อยลงครึ่งหนึ่งในแต่ละรอบ แต่เหรียญแต่ละเหรียญมีมูลค่าสูงขึ้นมากจนสุทธิแล้วรายได้ยังเพิ่มขึ้น

 

"แม้ปริมาณเหรียญที่ออกใหม่จะลดลง แต่แรงจูงใจของนักขุด — และด้วยเหตุนี้ความปลอดภัยของเครือข่าย — ได้เพิ่มสูงขึ้นตามราคา Bitcoin มาโดยตลอด" เกรย์ระบุในรายงาน

 

🏭 นักขุดในตลาดหลักทรัพย์ยังเผชิญแรงกดดันระยะสั้น

 

ขณะที่ Fidelity มองภาพรวมระยะยาวในแง่ดี ความเป็นจริงในระยะสั้นสำหรับนักขุด Bitcoin ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมหลายรายมองว่าสภาพแวดล้อมปัจจุบันเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากรางวัลที่ลดลง ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ดุเดือดกว่าเดิม

 

🤖 ทางออกของนักขุด: หันหัวเรือสู่ AI และ HPC

 

เพื่อรับมือกับแรงกดดันดังกล่าว นักขุดหลายรายจึงเริ่มกระจายธุรกิจเข้าสู่ตลาด AI (ปัญญาประดิษฐ์) และ HPC (High-Performance Computing หรือการประมวลผลประสิทธิภาพสูง สำหรับงานอย่างการเทรนโมเดล AI) โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่แล้วให้เป็นประโยชน์

 

รายงานจาก VanEck (บริษัทบริหารสินทรัพย์และผู้ออก ETF คริปโตชั้นนำ) ประเมินว่านักขุดที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นอาจต้องการเงินทุนเพิ่มสูงถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.66 ล้านล้านบาท) เพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่โครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างเต็มรูปแบบ สะท้อนให้เห็นถึงขนาดและต้นทุนมหาศาลของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้

 

Blocksbridge Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านการขุดคริปโต ให้ภาพเปรียบเทียบที่ชัดเจนในจดหมายข่าว Miner Weekly ว่า "เหมือง Bitcoin สามารถดำเนินงานด้วยอาคารธรรมดา โครงสร้างพื้นฐานแบบโมดูลาร์ และฝูงเครื่อง ASIC (เครื่องขุด Bitcoin เฉพาะทาง) ที่ทนต่อการลดกำลังผลิตได้อย่างรวดเร็ว" ในขณะที่ "ศูนย์ข้อมูล AI และ HPC ต้องการมาตรฐานสูงกว่ามากในด้าน Uptime ระบบระบายความร้อน ความซ้ำซ้อนทางไฟฟ้า ระบบเครือข่าย และการสนับสนุนลูกค้า"

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานถึงสถานการณ์ต้นทุนของนักขุดที่ถีบตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า
👉 ต้นทุนขุด Bitcoin พุ่งทะลุ $70,000 ต่อเหรียญ! นักขุดรายย่อยเริ่มอึดอัด แม้ราคาตลาดยังเกินแสน
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk / cointelegraph.com / ภาพ qz.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict รายงานของ Fidelity นำเสนอมุมมองที่อิงข้อมูลจริงและน่าสนใจ โดยชี้ให้เห็นว่าการวัดความปลอดภัยของ Bitcoin ต้องมองที่ "รายได้รวมของนักขุด" ไม่ใช่เพียงแค่ "จำนวนเหรียญที่ออกใหม่" เพราะตราบใดที่ราคา BTC ยังเติบโตตามกลไกอุปสงค์-อุปทาน แรงจูงใจในการปกป้องเครือข่ายก็ยังคงอยู่ อย่างไรก็ดี คำถามสำคัญที่ยังรอคำตอบคือเมื่อ Block Reward เข้าใกล้ศูนย์ในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ค่าธรรมเนียมธุรกรรมจะเพียงพอทดแทนได้จริงหรือเปล่า — นี่คือหนึ่งในการทดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Bitcoin ที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin Halving, Fidelity Digital Assets, นักขุด Bitcoin, Bitcoin Network Security, Block Reward, Mining Revenue, VanEck, ASIC Mining, AI HPC Mining, Bitcoin 2024

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงด้วยตนเองก่อนตัดสินใจ

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com