Ethereum ครองใจสถาบัน! Stablecoin–RWA หนุน ETH เป็นโครงสร้างหลักการเงินโลก
Ethereum (ETH) กำลังกลายเป็นบล็อกเชนที่สถาบันการเงินเลือกใช้มากที่สุด จากการเติบโตของ Stablecoin และ Real-World Assets (RWA) บนเครือข่าย รวมถึงแรงหนุนจากกฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ อย่าง GENIUS Act และ CLARITY Act ที่วางรากฐานให้ Ethereum เป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน” ที่ถูกกฎหมายและเชื่อถือได้
Stablecoin: เลือดหล่อเลี้ยงระบบการเงิน
ตั้งแต่ปี 2023 ตลาด Stablecoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 280 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะโตถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2028 โดยปัจจุบันกว่า 56% ของ Stablecoin ทั้งหมดอยู่บน Ethereum ซึ่งหมายความว่ายิ่ง Stablecoin ถูกใช้งานข้ามพรมแดนมากเท่าไร Ethereum ก็จะยิ่งมีรายได้ค่าธรรมเนียมมากขึ้น
กฎหมาย GENIUS Act ที่เพิ่งบังคับใช้ ยังทำให้ Stablecoin มีความชัดเจนด้านกฎหมาย ต้องมีการสำรอง 1:1 ด้วยดอลลาร์หรือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ส่งผลให้สถาบันการเงินมั่นใจมากขึ้นในการนำมาใช้งาน

RWA: สะพานเชื่อม TradFi กับ DeFi
สินทรัพย์โลกจริง (Real-World Assets: RWA) ที่ถูกโทเคนไนซ์บนบล็อกเชนโตขึ้นถึง 413% ตั้งแต่ปี 2023 แตะมูลค่า 26.7 พันล้านดอลลาร์ โดยมีผู้เล่นรายใหญ่ เช่น BlackRock, Franklin Templeton, WisdomTree เข้ามานำร่อง ร่วมกับผู้ออกโทเคนฝั่งคริปโต เช่น Tether, Paxos, Ondo
Ethereum ครองส่วนแบ่งตลาดมากที่สุด กว่า 7.6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 52% ของ RWA ทั้งหมด ตอกย้ำบทบาทในฐานะเครือข่ายหลักที่ TradFi เลือก

Ethereum: Mature Blockchain ที่สถาบันไว้วางใจ
สิ่งที่ทำให้ Ethereum โดดเด่นคือ อายุยืน ความเสถียร และความกระจายอำนาจ ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา Ethereum ไม่มี Downtime และได้รับการยอมรับว่าเป็นเครือข่ายที่โปร่งใสและเป็นกลางที่สุด
กฎหมาย CLARITY Act ที่กำลังเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ระบุคำว่า “Mature Blockchain” ซึ่ง Ethereum ผ่านเกณฑ์ได้อย่างชัดเจน ทั้งเรื่อง Open Source, การกระจายอำนาจ และไม่มีผู้ถือรายใดควบคุมเกิน 20% ของโทเคน
ด้วยการเติบโตของ Stablecoin และ RWA ร่วมกับการผลักดันจากกฎหมายใหม่ Ethereum กำลังถูกยกระดับจาก “สินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร” ไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานหลักของการเงินโลก” และนี่อาจเป็นแรงขับเคลื่อนที่หนุนราคา ETH ในระยะยาว
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ pintu.co.id