Ethereum กำลังจะเข้าสู่การอัปเกรดครั้งสำคัญอีกครั้ง โดยทีมพัฒนาหลักได้เลือกต้นเดือนธันวาคม 2025 เป็นวันเปิดตัวของ Fusaka Upgrade ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายและช่วยให้ Ethereum สามารถรองรับการใช้งานที่มากขึ้น
วันเปิดตัวและแผนการอัปเกรด Blobs
3 ธันวาคม 2025: Fusaka Upgrade จะเริ่มใช้งานจริงบน Ethereum mainnet
17 ธันวาคม 2025: การเพิ่มความจุ Blobs ครั้งแรก (Blob Hard Fork รอบแรก)
7 มกราคม 2026: การเพิ่มความจุ Blobs ครั้งที่สอง (Blob Hard Fork รอบสอง)
Christine D. Kim นักวิจัยของ Ethereum เปิดเผยว่า การอัปเกรด Blob ทั้งสองรอบนี้จะ เพิ่มความจุของ Blobs กว่า 2 เท่า ช่วยทำให้การจัดเก็บข้อมูลนอก chain มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมบน Layer-2
ตามข้อมูลจาก ethPandaOps การอัปเกรด Fusaka จะมีการปรับ BPO (Blob Parameter Only) โดยรอบแรกจะกำหนด Max blob count ที่ 15 และรอบที่สองเพิ่มขึ้นเป็น 21 ทั้งหมดมีแผนรวม 5 รอบย่อย เพื่อให้ Ethereum สามารถขยายตัวได้อย่างปลอดภัย

ความสำคัญของ Blobs ต่อ Ethereum
Blobs ทำหน้าที่เก็บข้อมูลขนาดใหญ่ไว้นอก chain ซึ่งช่วยให้เครือข่าย Layer-2 อย่าง Rollups ทำงานได้เร็วขึ้นและต้นทุนถูกลง หลังจากอัปเกรด Dencun เมื่อปี 2023 การใช้งาน Blobs เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากค่าเฉลี่ย 0.9 blobs ต่อบล็อก ในมีนาคม 2023 มาเป็น 5.1 blobs ต่อบล็อก ในปัจจุบัน
เพื่อความปลอดภัย Ethereum Foundation ยังเปิดโครงการตรวจสอบโค้ด (Code Audit Program) เป็นเวลา 4 สัปดาห์ โดยเสนอรางวัลสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ สำหรับนักพัฒนาที่สามารถค้นหาช่องโหว่ใน Fusaka Codebase
คิวถอนสเตก ETH ทำสถิติสูงสุดใหม่
ขณะเดียวกัน ปริมาณการถอนสเตก ETH จาก Validator พุ่งแตะ 2.6 ล้าน ETH มูลค่า 12 พันล้านดอลลาร์ เข้าสู่คิวถอน ซึ่งทำให้เวลารอคิวถอนสูงถึง 43 วัน ตามข้อมูลจาก Ethereum Validator Queue
ในด้านการฝาก ETH เพื่อสเตกกลับลดลง ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะเกิดแรงขาย ETH หลังการถอน อย่างไรก็ตาม Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ออกมายืนยันว่า คิวถอนที่ยาวนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความน่าเชื่อถือของเครือข่าย หากปรับให้เร็วเกินไปอาจทำให้โหนดจำนวนมากไม่สามารถรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายได้
ภาพรวม
การมาของ Fusaka Upgrade ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ Ethereum หลังการอัปเกรด Pectra ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ช่วยเพิ่มขีดจำกัดการสเตก ปรับปรุง account abstraction และทำให้ Layer-2 มีประสิทธิภาพมากขึ้น ครั้งนี้ Ethereum กำลังเร่งขยายความสามารถของเครือข่ายเพื่อรองรับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลในอนาคต
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptodnes.bg