ผู้อำนวยการร่วม Ethereum Foundation ประกาศลาออกกะทันหัน สะท้อนปมขัดแย้งภายใน
Ethereum Foundation สูญเสียผู้บริหารระดับสูงอีกคน เมื่อ เมี่ยว-เว่ย หวัง (Hsiao-Wei Wang) ผู้อำนวยการร่วมฝ่ายบริหาร ประกาศลาออกทันทีผ่านโพสต์บน X โดยระบุว่า "Ethereum ยิ่งใหญ่กว่าตำแหน่งใดๆ เสมอมา" การลาออกครั้งนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นการจากไปที่สะสมกว่า 19 รายในปี พ.ศ. 2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข่งขัน ปัญหาการกำกับดูแล และราคา ETH ที่ยังคงผันผวน
🚪 เมี่ยว-เว่ย หวัง ลาออกทันที หลังพักงานสั้นๆ
เมี่ยว-เว่ย หวัง (Hsiao-Wei Wang) ผู้อำนวยการร่วมฝ่ายบริหาร (Co-Executive Director) ของ Ethereum Foundation (มูลนิธิที่ทำหน้าที่ดูแลและพัฒนาระบบนิเวศ Ethereum) ประกาศลาออกจากตำแหน่งโดยมีผลทันที หลังจากเพิ่งกลับมาจากการหยุดพักงาน (Sabbatical) เธอระบุผ่าน X ว่า "Ethereum ยิ่งใหญ่กว่าตำแหน่งใดๆ เสมอมา" พร้อมเปิดเผยว่ายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำอะไรเป็นขั้นตอนต่อไป
วิตาลิก บูเทริน (Vitalik Buterin) ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้แสดงความคิดเห็นต่อโพสต์ดังกล่าวทันที โดยยอมรับว่าหวังรับบท "ตำแหน่งที่ท้าทายที่สุดใน Ethereum Foundation" ร่วมกับ โตมาช สตานซัค (Tomasz Stanczak) ซึ่งก็ได้ลาออกจากตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงไปแล้วก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน
👥 วิกฤตสมองไหล: 19 รายจากไปใน พ.ศ. 2569
Ethereum Foundation บันทึกการปรับลดบุคลากรและการลาออกสะสมประมาณ 19 รายนับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2569 โดยการจากไปของผู้บริหารระดับสูงและผู้มีส่วนร่วมหลัก (Core Contributors) ดึงดูดความสนใจมากที่สุด
คลื่นการลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นในจังหวะที่มูลนิธิต้องรับมือพร้อมกันหลายแนวรบ ทั้งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากบล็อกเชนคู่แข่ง ข้อถกเถียงเรื่องการกำกับดูแลและทิศทางการพัฒนา Ethereum ระยะยาว รวมถึงแรงกดดันจากประสิทธิภาพตลาดของ Ether ที่ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ
🏛️ บูเทรินโต้วิจารณ์: "มูลนิธิไม่ใช่ศูนย์กลางของ Ethereum"
บูเทรินออกมาตอบโต้เสียงกดดันที่ต้องการให้มูลนิธิมีบทบาทเชิงรุกในการโปรโมตเครือข่ายมากขึ้น โดยในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เขาระบุชัดว่า Ethereum Foundation "ไม่ใช่ศูนย์กลางของ Ethereum แต่เป็นหนึ่งในหน่วยงาน ที่มีเป้าหมายชัดเจน ควบคู่ไปกับหน่วยงานอื่นๆ"
ท่าทีนี้สอดคล้องกับพันธกิจฉบับปรับปรุงที่มูลนิธิประกาศในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 ซึ่งเน้นการกระจายศูนย์อำนาจ (Decentralization) อย่างหนักแน่น โดยตั้งเป้าหมายสูงสุดให้ Ethereum ผ่าน "Walkaway Test" — หมายความว่าแม้มูลนิธิและนักพัฒนาหลักในวันนี้จะหายไป โปรโตคอลและแอปพลิเคชันหลักก็ยังต้องทำงานได้อย่างน่าเชื่อถือและพัฒนาต่อไปได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวบุคคล
🔗 บูเทรินพลิกจุดยืนบน Layer 2 — L1 คือคำตอบที่แท้จริง
ปรัชญาการกระจายอำนาจยังส่งผลต่อมุมมองของบูเทรินต่อเครือข่าย Layer 2 (L2 — บล็อกเชนที่สร้างขึ้นบน Ethereum เพื่อเพิ่มความสามารถรองรับธุรกรรมและลดค่าธรรมเนียม) บูเทรินระบุไม่นานนี้ว่า วิสัยทัศน์เดิมสำหรับ L2 "ไม่สมเหตุสมผลอีกต่อไป" เนื่องจากหลายโครงการยังไม่บรรลุการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง และการปรับปรุง Ethereum Mainnet ทำให้ L1 กลายเป็นทางออกการขยายขนาดที่เหมาะสมกว่าในระยะยาว
ซึ่งเป็นการพลิกทิศทางที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เพราะ L2 เคยถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์การขยาย Ethereum ในอนาคตมาตลอดหลายปี
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Vitalik เปิดแผน "ยกเครื่อง Ethereum" ให้เรียบง่ายเหมือน Bitcoin – หวังลดบั๊ก ลดต้นทุน สร้างอนาคตที่มั่นคง
👉 Vitalik หนุนกระแส Ether Treasury แต่เตือนอย่าให้กลายเป็นเกมเลเวอเรจเกินตัว
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / cointelegraph.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การจากไปของเมี่ยว-เว่ย หวัง ตอกย้ำว่า Ethereum Foundation กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี ในยุคที่คู่แข่งกำลังเร่งแซงและชุมชนเริ่มตั้งคำถามต่อโครงสร้างการบริหาร น่าจับตาว่ามูลนิธิจะพิสูจน์ "Walkaway Test" ในความเป็นจริงได้หรือไม่ โดยไม่ต้องพึ่งตัวบุคคลมากเกินไป และนั่นอาจเป็นบทพิสูจน์ที่แท้จริงของ "การกระจายอำนาจ" ที่ Ethereum ประกาศมาตลอด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Ethereum Foundation | เมี่ยว-เว่ย หวัง | Hsiao-Wei Wang | ผู้บริหารลาออก | Vitalik Buterin | Layer 2 | Decentralization | ETH 2026
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com