เดินหน้าใช้ DeFi ต่อเนื่อง! Ethereum Foundation ฝากเงิน 2,400 ETH และ Stablecoin ใน Morpho Vault
Ethereum Foundation องค์กรไม่แสวงหากำไรที่อยู่เบื้องหลังบล็อกเชน Ethereum เดินหน้าขยายกลยุทธ์บริหารคลังสินทรัพย์แบบกระจายศูนย์ (DeFi Treasury Strategy) ด้วยการนำ 2,400 ETH มูลค่าประมาณ 9.6 ล้านดอลลาร์ และ Stablecoin มูลค่าอีกกว่า 6 ล้านดอลลาร์ ไปลงทุนใน Morpho Vault ซึ่งเป็นโปรโตคอลการให้กู้ยืมแบบกระจายศูนย์ (DeFi Lending)
ประกาศดังกล่าวถูกเผยแพร่โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างผลตอบแทนระยะยาวให้กับกองทุนของ Ethereum ผ่านระบบเปิดและโปร่งใส
Morpho คืออะไร?
Morpho เป็นโปรโตคอลการให้กู้ยืมแบบไร้การอนุญาต (Permissionless Lending Protocol) ที่รันบนเครือข่าย Ethereum เปิดตัวในปี 2022 และมีจุดเด่นด้านประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นสำหรับผู้ใช้งานระดับสถาบัน
ปัจจุบัน Morpho ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลังจากที่ Coinbase ใช้งาน Morpho ในการออกสินเชื่อแบบมีหลักประกันด้วย Bitcoin มูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 8 เดือนหลังเปิดให้บริการ
จากข้อมูลของ The Block ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมที่ถูกล็อกไว้ใน Morpho Blue v1 มูลค่ากว่า 4.6 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับโปรโตคอลรายใหญ่ในตลาดอย่าง Compound, Spark และ Aave รุ่นเก่า
Ethereum Foundation ยกย่อง Morpho ว่าเป็นโปรโตคอลที่ “เปิดกว้างและเสรีที่สุด”
ในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X (Twitter เดิม) Ethereum Foundation เขียนว่า
“Morpho เป็นหนึ่งในโปรโตคอล DeFi ที่ยึดมั่นในหลักการของ Free/Libre Open Source Software (FLOSS) อย่างแท้จริง”
โดยทั้ง Morpho Vault v2 และ Morpho Blue v1 ต่างถูกปล่อยภายใต้ ใบอนุญาตแบบเปิด GPL2.0 เพื่อให้ทุกคนสามารถตรวจสอบโค้ดได้อย่างโปร่งใส ซึ่งสะท้อนแนวทางแบบโอเพ่นซอร์สที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของ Ethereum
จากเสียงวิจารณ์เรื่องขาย ETH → สู่กลยุทธ์ใหม่ “สร้างดอกผลจาก DeFi”
ก่อนหน้านี้ Ethereum Foundation เคยถูกวิจารณ์จากชุมชนว่า “ขาย ETH บ่อยเกินไป” เพื่อระดมทุนสำหรับการดำเนินงาน จนหลายฝ่ายกังวลว่าการขายจำนวนมากอาจกดดันราคาตลาด
เพื่อตอบสนองเสียงวิจารณ์ดังกล่าว องค์กรจึงประกาศแผนในปีนี้ว่าจะนำ ส่วนหนึ่งของคลังสินทรัพย์ (Treasury) ไปสร้างผลตอบแทนในระบบ DeFi โดยเริ่มต้นจากการจัดสรร 50,000 ETH เข้าสู่โปรโตคอลแบบกระจายศูนย์
นับตั้งแต่นั้น Ethereum Foundation ได้ลงทุนสินทรัพย์หลายล้านดอลลาร์ในโปรโตคอลยอดนิยม เช่น
Compound (โปรโตคอลการให้กู้แบบคลาสสิก)
Spark (โปรโตคอลภายใต้ MakerDAO ซึ่งปัจจุบันรีแบรนด์เป็น Sky)
พร้อมกันนั้นก็ยังคงขายคริปโตบางส่วนเพื่อแปลงเป็นเงินสดสำหรับใช้ในโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน
ก้าวสำคัญของการบริหาร Treasury ด้วย DeFi
การตัดสินใจของ Ethereum Foundation ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการ เพราะสะท้อนให้เห็นว่าแม้องค์กรขนาดใหญ่ที่มีทุนมหาศาล ก็เริ่ม เชื่อมั่นในโครงสร้างการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง (DeFi) และเห็นประโยชน์ของการใช้ระบบเปิดเพื่อจัดการทรัพย์สินอย่างโปร่งใส
ในระยะยาว การเคลื่อนไหวเช่นนี้อาจเป็นต้นแบบให้กับองค์กรอื่น ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ในการนำ DeFi ไปใช้เพื่อบริหารสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง : theblock.co