ในขณะที่สภาสหรัฐกำลังจะปิดสมัยประชุมช่วงวันหยุดยาว ประเด็นร้อนฝั่งคริปโตกลับปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อ วุฒิสมาชิก เอลิซาเบธ วอร์เรน หนึ่งในเสียงวิจารณ์คริปโตที่ดังที่สุดในสภาคองเกรส ส่งจดหมายถึงหน่วยงานหลักของรัฐบาลสหรัฐ ให้เร่งชี้แจงความคืบหน้าในการ “สอบสวนแพลตฟอร์ม DeFi” โดยเฉพาะ PancakeSwap และ Uniswap
วอร์เรน จี้กระทรวงการคลัง–ยุติธรรม แจงสอบสวน DeFi และ PancakeSwap
เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Warren ส่งจดหมายถึง
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ
แพม บอนดี รัฐมนตรียุติธรรมสหรัฐ

โดยถามตรง ๆ ว่า หน่วยงานเหล่านี้ได้
“กำลังสอบสวนความเสี่ยงด้านความมั่นคงแห่งชาติจาก DeFi อย่าง PancakeSwap อยู่หรือไม่”
ประเด็นหลักในจดหมายคือ:
ความเสี่ยงที่ แพลตฟอร์ม DeFi / DEX อาจถูกใช้ฟอกเงิน
การสนับสนุนทางการเงินแก่ ผู้ก่อการร้าย อาชญากร และรัฐต้องห้าม
ความกังวลเรื่อง “การเลือกบังคับใช้กฎหมาย” ภายใต้อำนาจรัฐบาลชุดปัจจุบัน
วอร์เรน ขอให้ทั้งสองหน่วยงาน ตอบเป็นลายลักษณ์อักษรภายในวันที่ 12 มกราคม โดยย้ำว่า ก่อนที่สภาคองเกรสจะเดินหน้ากฎหมายคริปโต–DeFi ฉบับใหญ่
จำเป็นต้องรู้ให้ชัดว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย “เอาจริงแค่ไหน” กับความเสี่ยงใน DeFi
DeFi–PancakeSwap–World Liberty กลายเป็นประเด็นการเมืองเต็มตัว
ในจดหมาย Warren ยังหยิบประเด็นว่า PancakeSwap มีบทบาทในการช่วยสร้างกระแสให้กับโทเคนที่ออกโดย World Liberty Financial โปรเจกต์คริปโตที่ถูกมองว่าเป็น “บริษัทคริปโตหลักของครอบครัว Trump”
จุดนี้ทำให้ประเด็น DeFi + Stablecoin + โปรเจกต์ที่เชื่อมโยงกับประธานาธิบดี กลายเป็นเรื่องการเมืองเต็มรูปแบบในสหรัฐ เพราะ
ฝ่ายเดโมแครตบางส่วนกังวลว่า โลกคริปโตอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
เกิดคำถามเรื่อง ผลประโยชน์ทับซ้อน ระหว่างนโยบายกำกับคริปโต กับการที่ผู้นำและครอบครัวมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโตโดยตรง
กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตสหรัฐถูก “ถอยไป 2026”
ประเด็นของ วอร์เรน ถูกหยิบยกขึ้นมาในจังหวะที่ วุฒิสภาสหรัฐกำลังชะลอการเดินหน้า “กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต”
กฎหมายนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ Responsible Financial Innovation Act
เดิมมีความหวังว่าจะได้เห็นการพิจารณา (markup hearing) ในคณะกรรมาธิการธนาคารภายในปีนี้
แต่ล่าสุด ทิม สก็อตต์ ประธานกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภา ระบุว่าการพิจารณาจะถูกเลื่อนไปปี 2026
การเลื่อนนี้ทำให้:
ภาพรวม “ความชัดเจนด้านกฎเกณฑ์คริปโตในสหรัฐ” ถูกดันออกไปอีก
แพลตฟอร์มอย่าง DeFi, DEX, PancakeSwap, Uniswap รวมถึงผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดต้องเผชิญ ช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยืดเยื้อ ระหว่าง “ตลาดโตจริง” กับ “กฎหมายยังไม่ทัน”
สภาคองเกรสถูกจับตา: จะเข้มกับ DeFi แค่ไหนในมุมความมั่นคง
หนึ่งในข้อความสำคัญในจดหมายของ วอร์เรน คือ การเชื่อมโยง DeFi กับประเด็น “ความมั่นคงแห่งชาติ” โดยอ้างรายงานจากผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย รวมถึงความเสี่ยงเรื่อง:
การฟอกเงินข้ามพรมแดน
การหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของรัฐต้องห้าม
การระดมทุนให้กลุ่มก่อการร้ายผ่านโปรโตคอลแบบไร้ตัวกลาง
วอร์เรน ระบุว่า:
“สาธารณชนควรรู้ว่า หน่วยงานรัฐกำลัง ‘จริงจัง’ แค่ไหนในการสอบสวนความเสี่ยงที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและคนในอุตสาหกรรมคริปโตเองยังยอมรับว่ามีอยู่จริง”
ประเด็นเหล่านี้ยิ่งกดดันให้กฎหมายตลาดคริปโตสหรัฐในอนาคตอาจ:
เข้มขึ้นกับ DeFi และ DEX
เน้นให้โปรโตคอลต้องมีมาตรการด้าน KYC/AML มากขึ้น
หรืออย่างน้อยก็ผลักภาระมาที่ ผู้ให้บริการเชื่อมต่อ DeFi ในระดับแอป/อินเทอร์เฟซ
ฝั่งโปรคริปโตไม่ยอม: ทนาย XRP ประกาศลงเลือกตั้งอีกครั้ง
ในอีกด้านของสมรภูมิการเมืองคริปโต John Deaton ทนายความสาย XRP ที่เคยลงแข่งกับ Warren ในปี 2024 ก็ประกาศแล้วว่า จะลงสมัครวุฒิสมาชิกอีกครั้งในปี 2026 ในนามพรรครีพับลิกัน
แม้รอบนี้เขาจะต้องเจอกับ วุฒิสมาชิก Ed Markey แทน (เพราะเก้าอี้ของ วอร์เรน ยังไม่ถึงรอบเลือกตั้งใหม่) แต่การกลับมาอีกครั้งของ Deaton ก็สะท้อนว่า:
ฝั่งโปรคริปโตต้องการ “เสียงจากคนในอุตสาหกรรม” เข้าไปมีที่นั่งในสภา
การอภิปรายเรื่อง DeFi, Stablecoin, Bitcoin, ตลาดโทเคนทั้งหลาย จะยิ่งมีน้ำหนักทางการเมืองมากขึ้นในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า
มุมมองสำหรับคนในวงการคริปโต
สำหรับคนในตลาดคริปโต โดยเฉพาะใครที่ใช้งาน DeFi, DEX, PancakeSwap, Uniswap หรือสนใจโปรเจกต์อย่าง World Liberty Financial ของฝั่งการเมืองสหรัฐ ประเด็นนี้สะท้อนหลายอย่าง:
DeFi กำลังถูกเลื่อนระดับจาก “นวัตกรรมการเงิน” เป็น “ประเด็นความมั่นคงแห่งชาติ”
กฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตสหรัฐที่เลื่อนไปปี 2026 อาจกลับมา “เข้มและละเอียดกว่าเดิม”
การเมืองสหรัฐจะผูกกับโลกคริปโตมากขึ้น ทั้งในมุม โครงสร้างตลาด, ความมั่นคง และผลประโยชน์ของผู้นำประเทศ
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bitcoinist.com