Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ทรัมป์ลงนามคำสั่งพิเศษ! จัดตั้ง “คลังสำรอง Bitcoin” และ “คลังสินทรัพย์ดิจิทัล” ของสหรัฐฯ
07 March 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

ทรัมป์ลงนามคำสั่งพิเศษ! จัดตั้ง “คลังสำรอง Bitcoin” และ “คลังสินทรัพย์ดิจิทัล” ของสหรัฐฯ

เดวิด แซคส์ (David Sacks) หัวหน้าฝ่าย AI และคริปโตของทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อ จัดตั้งทุนสำรอง Bitcoin แห่งชาติ (Strategic Bitcoin Reserve) และคลังสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ (U.S. Digital Asset Stockpile)

"เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษเพื่อสร้างทุนสำรอง Bitcoin แห่งชาติ" แซคส์โพสต์บน X (Twitter) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม โดยอธิบายว่า ทุนสำรองนี้จะได้รับเงินทุนเริ่มต้นจากสินทรัพย์ที่รัฐบาลยึดมาได้

"ทุนสำรองนี้จะได้รับ Bitcoin ที่รัฐบาลกลางเป็นเจ้าของ ซึ่งถูกริบมาจากคดีอาชญากรรมหรือการยึดทรัพย์สินทางแพ่ง" เขากล่าวเสริม

ทุนสำรอง Bitcoin vs. คลังสินทรัพย์ดิจิทัล

คำสั่งพิเศษนี้ยังรวมถึงการจัดตั้ง “คลังสินทรัพย์ดิจิทัลของสหรัฐฯ” (U.S. Digital Asset Stockpile) ซึ่งแซคส์ระบุว่า จะเป็นที่เก็บสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นๆ ที่ไม่ใช่ Bitcoin ที่ถูกยึดมา

ก่อนหน้านี้ Bloomberg รายงานว่าทรัมป์มีแนวโน้มจะลงนามในคำสั่งนี้ระหว่าง White House Crypto Summit เมื่อวันที่ 7 มีนาคม โดยหนึ่งในแนวทางที่พิจารณาคือ ใช้คริปโตที่รัฐบาลยึดมาเป็นทุนเริ่มต้น

แซคส์อธิบายว่า ทุนสำรอง Bitcoin จะเป็นเหมือน “Fort Knox แห่งโลกคริปโต” และรัฐบาลจะ ไม่ขาย Bitcoin ที่อยู่ในทุนสำรองนี้

"Bitcoin ในทุนสำรองนี้จะถูกเก็บไว้เป็นสินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า (Store of Value)" เขากล่าว

ส่วน คลังสินทรัพย์ดิจิทัล นั้น แซคส์ระบุว่า จะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (U.S. Treasury Department) เพื่อบริหารสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาลอย่างมีความรับผิดชอบ

รัฐบาลสหรัฐฯ ถือคริปโตมากแค่ไหน?

ปัจจุบัน รัฐบาลสหรัฐฯ ถือครองคริปโตมูลค่าประมาณ 18.28 พันล้านดอลลาร์ โดยในจำนวนนั้น 198,109 BTC คิดเป็นมูลค่า 17.87 พันล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Arkham Intelligence

อย่างไรก็ตาม แซคส์อ้างว่า ไม่เคยมีการตรวจสอบบัญชีสินทรัพย์คริปโตของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างครบถ้วนมาก่อน และคำสั่งพิเศษของทรัมป์ครั้งนี้ได้ สั่งให้มีการตรวจสอบและรายงานสินทรัพย์ดิจิทัลของรัฐบาลทั้งหมด

อ้างอิง : cointelegraph.com