ยุคทองบัตร Crypto! — วอลุ่มใช้จ่ายพุ่งทะลุ 600 ล้านดอลลาร์ — สถาบันแห่ซบ USDC มากขึ้น
ตลาด Crypto Card (บัตรเดบิต/เติมเงินที่ผูกกับสินทรัพย์ดิจิทัล) บันทึกยอดธุรกรรมรายเดือนสูงถึง 600 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.1 หมื่นล้านบาท) ในเดือนมีนาคม 2568 ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นกว่า 3 เท่าจาก 187 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้ว โดย USDT ยังครองส่วนแบ่งใหญ่สุด แต่ USDC กำลังไล่ตามอย่างน่าจับตา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้จากฝั่งตะวันตก
ตลาด Crypto Card โตแรง 3 เท่าในรอบปีเดียว
ตัวเลขจากมีนาคม 2568 บ่งชี้ว่าการนำ Crypto Card มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป บัตรประเภทนี้เปิดให้ผู้ใช้นำสินทรัพย์ดิจิทัลไปรูดซื้อสินค้าและบริการได้โดยตรงที่จุดชำระเงิน (Point-of-Sale) โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอน Off-ramp (การแปลงคริปโตเป็นเงินสดผ่านช่องทางดั้งเดิม) ซึ่งเดิมทีมักยุ่งยากและใช้เวลานาน
การเติบโตจาก 187 ล้านดอลลาร์ในมีนาคม 2567 มาสู่ 600 ล้านดอลลาร์ในปีถัดมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้ใช้ที่อยู่ใน Onchain ecosystem (ระบบนิเวศที่ทำธุรกรรมบน Blockchain โดยตรง) เริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างเป็นรูปธรรม แทนที่จะถือครองสินทรัพย์ไว้เฉยๆ ก็หันมาใช้จ่ายผ่านบัตรในชีวิตจริงมากขึ้น
USDT ยังนำโด่ง แต่ USDC ตีตื้นอย่างเงียบๆ
ตลอดช่วงที่ผ่านมา USDT (Stablecoin ที่ออกโดย Tether มูลค่าตลาดใหญ่สุดในโลก) ครองส่วนแบ่งยอดใช้จ่ายผ่าน Crypto Card เอาไว้อย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับฐานผู้ใช้แน่นหนาของ USDT ในตลาดเกิดใหม่ ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาตินอเมริกา และแอฟริกา ที่บัตรคริปโตมักทำหน้าที่แทนระบบธนาคารดั้งเดิมสำหรับคนอีกจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งของ USDT เริ่มค่อยๆ ลดลง ขณะที่ USDC (Stablecoin ที่ออกโดย Circle ซึ่งมีการตรวจสอบบัญชีและกำกับดูแลภายใต้มาตรฐานสหรัฐฯ) ดึงดูดผู้ใช้ในตลาดตะวันตกได้มากขึ้น ปัจจัยหลักอยู่ที่ความชัดเจนด้านกฎหมาย และความน่าเชื่อถือในสายตาของ Issuer (ผู้ออกบัตร) รายใหญ่ที่ต้องการ Stablecoin ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล
พูดง่ายๆ ก็คือ ภูมิศาสตร์และ Demographics (โครงสร้างประชากร) กำลังเริ่มกำหนดสัดส่วนของ Stablecoin ในตลาด Crypto Card อย่างชัดเจนมากขึ้น
USDC ขึ้นก็เป็นตัวชี้วัดว่า "ใคร" กำลังใช้บัตรคริปโต
สัดส่วน Stablecoin ที่ใช้ใน Crypto Card ไม่ได้เป็นแค่ข้อมูลทางเทคนิค แต่คือ Proxy (ตัวชี้วัดทางอ้อม) ที่บอกเราได้ว่ากลุ่มผู้ใช้กำลังขยายตัวในทิศทางใด หาก USDC มีส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่าฐานผู้ใช้กำลังเปลี่ยนจาก Tether's traditional strongholds (ตลาดที่ USDT ครองมาตั้งแต่ต้น) ไปสู่กลุ่มผู้ใช้ใหม่ในโลกตะวันตกที่ให้น้ำหนักกับ Compliance (การปฏิบัติตามกฎหมาย) มากกว่า
ปัจจัยที่น่าจับตาไม่แพ้กันคือความเคลื่อนไหวของ Tether เองที่ได้ประกาศแผนเปิดตัว Stablecoin เวอร์ชันใหม่สำหรับตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะ (ซึ่งต่อมาเปิดตัวในชื่อ USAt) หากผลิตภัณฑ์นี้ได้รับการยอมรับในตลาดอเมริกา ก็อาจชะลอหรือพลิกกลับการเติบโตของ USDC ในตลาดที่ USDC กำลังโดดเด่นที่สุดได้
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับบัตรคริปโตและการแข่งขันระหว่าง Stablecoin
👉 [รีวิว] EtherFi Cash Card — บัตรเครดิต Crypto ที่เรทดีที่สุดจากผู้ใช้งาน 6 เดือน
👉 Tether รุกหนัก! เปิดตัว USAt เหรียญ Stablecoin ใหม่ลุยตลาดสหรัฐฯ ภายใต้กฎหมาย GENIUS Act
👉 Circle เดินหน้าสู่โลกการเงินดั้งเดิม! ยื่นขอใบอนุญาตธนาคารระดับประเทศในสหรัฐฯ
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ยอด Crypto Card ที่ทะลุ 600 ล้านดอลลาร์ต่อเดือนถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่พิสูจน์ให้เห็นว่าคริปโตไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโลก On-chain อีกต่อไป แต่กำลังแทรกซึมเข้าสู่พฤติกรรมการใช้จ่ายจริงของผู้คนทั่วโลกอย่างเงียบๆ การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนระหว่าง USDT และ USDC นั้นน่าจับตาเป็นพิเศษ เพราะมันสะท้อนว่าตลาดผู้ใช้กำลังขยายออกจากกลุ่มเดิม — ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการเติบโตระยะยาวของอุตสาหกรรมโดยรวม การที่ Tether เดินหน้าด้วย USAt ก็ยิ่งทำให้สมรภูมิ Stablecoin ในบัตรคริปโตน่าติดตามมากขึ้นไปอีก
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Crypto Card, บัตรคริปโต, USDT, USDC, Stablecoin, Tether, Circle, Payment Crypto
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com