Consensys ซื้อ Web3Auth! ยกระดับ MetaMask ไม่ต้องจำ Seed Phrase อีกต่อไป
Consensys บริษัทซอฟต์แวร์บล็อกเชนชื่อดัง และผู้พัฒนา MetaMask ประกาศเข้าซื้อกิจการ Web3Auth ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานกระเป๋าคริปโต โดยไม่เปิดเผยมูลค่าดีล
การซื้อครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงประสบการณ์ใช้งานของ MetaMask โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสำคัญในโลกของการถือครองเหรียญด้วยตนเอง (Self-Custody) ซึ่งก็คือ การจัดการ seed phrase
จากข้อมูลของ Consensys:
- 35% ของผู้ใช้ไม่ได้สำรอง seed phrase ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สินแบบกู้คืนไม่ได้
- Web3Auth จะช่วยให้ผู้ใช้ MetaMask สร้างและกู้คืนกระเป๋าได้ง่ายขึ้นผ่านระบบล็อกอินแบบ Web2 เช่น
- ล็อกอินผ่านอีเมล
- โซเชียลมีเดีย
- อุปกรณ์ที่ใช้งานอยู่
- ลดความจำเป็นในการจดจำ seed phrase และลดความเสี่ยงในการสูญเสียเหรียญ
รองรับ Bitcoin, Solana และ Cross-chain แบบไร้รอยต่อ
Consensys ยังระบุว่าการซื้อกิจการครั้งนี้ เร่งการรองรับเชนที่ไม่ใช่ EVM เช่น Solana และ Bitcoin ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายในการทำให้ MetaMask รองรับ การใช้งานข้ามเชนแบบไม่ต้องจ่ายแก๊ส (gasless cross-chain)
- MetaMask เพิ่งเปิดให้ใช้ Solana บน Web Extension ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
- เตรียมรองรับ Bitcoin แบบเต็มรูปแบบในไตรมาส 3 ปีนี้
ดีลนี้ช่วยให้นักพัฒนาเชื่อม MetaMask ได้ลึกยิ่งขึ้น
Consensys ยังเน้นว่าการรวม Web3Auth จะช่วยให้นักพัฒนา:
- ฝัง SDK ของกระเป๋าคริปโตเข้าในแอปได้ง่าย
- จัดการ key แบบฝังในได้ (embedded wallets)
- เชื่อมกับ MetaMask Developer Toolkit และ Dashboard ได้ทั้งสองฝั่ง
- ลดขั้นตอนออนบอร์ดให้ผู้ใช้ใหม่เข้า Web3 ได้ “แบบไร้แรงเสียดทาน”
Joseph Lubin ผู้ร่วมก่อตั้ง Consensys กล่าวว่า:
“Web3Auth จะทำให้ MetaMask เป็นกระเป๋า Web3 ที่เข้าถึงง่าย ใช้งานได้ทั่วโลก พร้อมฟีเจอร์เชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อ คล้ายโครงข่ายรากเห็ด (mycelium) ที่ขยายไปทุกทิศทาง”
แผนการเปิดใช้งานแบบเป็นขั้นตอน
การผนวก Web3Auth เข้ากับ MetaMask จะเริ่มแบบ ทยอยเปิดใช้งาน (phased rollout) โดยเริ่มจาก:
- การผสาน MetaMask กับ Web3Auth ผ่าน Infura RPC
- เชื่อมต่อ MetaMask Developer Toolkit กับกระเป๋าที่ฝังผ่าน Web3Auth
- เชื่อมแดชบอร์ดของนักพัฒนา MetaMask และ Web3Auth เข้าหากัน
คาดว่าจะเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ก่อนสิ้นฤดูร้อนนี้
Dan Finlay ผู้ร่วมก่อตั้ง MetaMask กล่าวเสริมว่า การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยขยายฐานผู้ใช้ MetaMask ทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งเป็นฐานหลักของ Web3Auth พร้อมย้ำว่าความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้จะยังคงอยู่ในระดับเดียวกับเงื่อนไขเดิม
อ้างอิง : theblock.co
ภาพ criptotendencias.com