Schwab Crypto เปิดตัวแล้ว! ดึงลูกค้ารายย่อย 39 ล้านบัญชี เข้าสู่โลก Bitcoin และ Ethereum
Charles Schwab โบรกเกอร์และธนาคารยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประกาศเริ่มเปิดตัวแพลตฟอร์มเทรดคริปโต "Schwab Crypto" ในไตรมาส 2 ปี 2026 เปิดทางให้ลูกค้ารีเทลกว่า 39 ล้านบัญชีสามารถซื้อขาย Bitcoin และ Ethereum แบบ Spot ได้โดยตรงผ่านบัญชีที่ผูกกับบัญชีโบรกเกอร์เดิม พูดง่ายๆ คือสถาบันการเงินกระแสหลักของสหรัฐฯ ก้าวเข้าสู่สังเวียนคริปโตเต็มตัวอีกรายแล้ว
🏦 Schwab Crypto คืออะไร?
Charles Schwab (ชาร์ลส์ ชวาบ — โบรกเกอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์และบริการธนาคาร) เปิดเผยว่าจะทยอยเปิดให้บริการแพลตฟอร์ม Schwab Crypto ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยเป็นไปตามกำหนดการไตรมาส 2 ที่บริษัทเคยประกาศไว้ หลังจากที่ผ่านช่วง Waitlist (ลงทะเบียนรอคิว) ในช่วงต้นเดือนเมษายน 2026 ที่ผ่านมา
ลูกค้าจะสามารถเทรด Bitcoin และ Ethereum ได้ผ่าน บัญชีคริปโตเฉพาะ ที่เชื่อมโยงกับบัญชีโบรกเกอร์ดั้งเดิมของ Schwab ซึ่งถือเป็นการยกระดับจากเดิมที่ Schwab มีเพียงการให้ลูกค้าเข้าถึงคริปโตทางอ้อมผ่าน ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์) และตราสารอนุพันธ์เท่านั้น
💰 ค่าธรรมเนียมและโครงสร้างบริการ
Schwab จะคิด ค่าธรรมเนียม 75 Basis Points (เทียบเท่า 0.75%) ต่อรายการ ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าธรรมเนียมของ Exchange คริปโตเจ้าตลาดพอสมควร โดยโครงสร้างบริการประกอบด้วย:
- ผู้ดูแลบัญชี (Custodian): Charles Schwab Premier Bank
- ผู้ดำเนินการซื้อขาย: Paxos (บริษัทโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่ให้บริการซื้อขายและ Custody คริปโตระดับสถาบัน)
- สินทรัพย์ที่ให้บริการในช่วงเปิดตัว: Bitcoin (BTC) และ Ethereum (ETH)
⚠️ ข้อจำกัดในช่วงเริ่มต้น
แม้จะเปิดตัวยิ่งใหญ่ แต่ Schwab Crypto ก็มาพร้อมข้อจำกัดบางประการในช่วงแรก:
- ฝาก-ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้ — ลูกค้าต้องซื้อ BTC หรือ ETH ผ่าน Schwab โดยตรงเท่านั้น จะโอนเข้า-ออกจากกระเป๋าภายนอกไม่ได้
- ไม่เปิดให้บริการในรัฐ New York และ Louisiana เนื่องจากข้อกำหนดด้านใบอนุญาตของแต่ละรัฐ
- ยังไม่รองรับเหรียญอื่น — เปิดให้เทรดแค่ BTC และ ETH เท่านั้นในช่วงแรก
อย่างไรก็ตาม Schwab ระบุว่ามีแผนจะขยายแพลตฟอร์มเพิ่มในอนาคต ทั้งการเพิ่มเหรียญอื่นๆ และเปิดใช้งานฟีเจอร์การโอนเข้า-ออก แต่ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ชัดเจน
📊 พลังของยักษ์ใหญ่ Wall Street เข้าสู่สนามคริปโต
สิ่งที่ทำให้การเคลื่อนไหวครั้งนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ ขนาดของ Schwab ซึ่งรายงานล่าสุดต้นปี 2026 ระบุว่าบริษัทมี:
- สินทรัพย์ลูกค้ารวม: 12.22 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 421 ล้านล้านบาท)
- บัญชีโบรกเกอร์ Active: เกือบ 39 ล้านบัญชี
ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ Schwab กลายเป็นคู่แข่งโดยตรงของแพลตฟอร์มคริปโตอย่าง Coinbase (โบรกเกอร์คริปโตรายใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้น NASDAQ) และ Robinhood (แอปเทรดหุ้นและคริปโตที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักลงทุนรายย่อย) รวมถึงสถาบันการเงินกระแสหลักรายอื่นๆ ที่กำลังเตรียมเปิดบริการคริปโตเช่นกัน
นอกจากนี้ ข่าวนี้ยังประกาศพร้อมกับผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2026 ของ Schwab ที่ทำ กำไรต่อหุ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.43 ดอลลาร์ บนรายได้ 6.48 พันล้านดอลลาร์ แม้จะยังต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์เล็กน้อย
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: แนวโน้มสถาบันการเงินกระแสหลักเข้าสู่ตลาดคริปโตสอดคล้องกับที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Zurich Cantonal Bank ธนาคารของรัฐที่ใหญ่ที่สุดของสวิส เปิดตัวการซื้อขาย Bitcoin และ Ether
👉 ก.ล.ต.สหรัฐฯ อนุมัติ การซื้อขาย Options ในผลิตภัณฑ์ Spot BTC ETF ของ BlackRock
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block ภาพ breakingthenews.net
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Charles Schwab ซึ่งมีสินทรัพย์ลูกค้าสูงถึง 12.22 ล้านล้านดอลลาร์และบัญชีรีเทลเกือบ 39 ล้านราย กระโดดเข้าสู่ตลาดคริปโตแบบ Spot เป็นสัญญาณสำคัญว่าโลกการเงินกระแสหลักในสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนมุมมองต่อ Bitcoin และ Ethereum อย่างจริงจัง แม้ค่าธรรมเนียม 0.75% จะยังแพงกว่า Exchange คริปโตเจ้าตลาด และข้อจำกัดด้านการฝาก-ถอนยังทำให้ไม่ตอบโจทย์สาย Self-Custody แต่สำหรับนักลงทุนรีเทลที่คุ้นเคยกับ Schwab อยู่แล้ว การได้เทรดคริปโตในบัญชีเดียวกันก็ลดกำแพงการเข้าถึงลงไปมาก น่าจับตามองว่าเมื่อ Wall Street ขยับเข้ามาเต็มตัว การแข่งขันในตลาดโบรกเกอร์คริปโตจะดุเดือดขึ้นอีกขนาดไหน
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Charles Schwab · Schwab Crypto · Bitcoin Spot Trading · Ethereum Trading · โบรกเกอร์สหรัฐฯ · สถาบันการเงินคริปโต · Paxos · Wall Street Crypto
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com