Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

CFTC ไฟเขียวใช้ Bitcoin, ETH และ USDC ค้ำประกันสัญญาอนุพันธ์ ดันคริปโตสู่ตลาดการเงินกระแสหลัก
09 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

CFTC ไฟเขียวใช้ Bitcoin, ETH และ USDC ค้ำประกันสัญญาอนุพันธ์ ดันคริปโตสู่ตลาดการเงินกระแสหลัก

ในขณะที่กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว ล่าสุด คณะกรรมการกำกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (CFTC) ของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของ Caroline Pham รักษาการประธาน ได้ประกาศเปิดตัว “digital assets pilot program” ให้ใช้ Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ USDC เป็นหลักประกัน (collateral) สำหรับสัญญาอนุพันธ์ในตลาดที่อยู่ภายใต้การกำกับของ CFTC

 

นี่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยดันคริปโตและ Stablecoin เข้าไปอยู่ใน “โครงสร้างตลาดการเงินดั้งเดิม” อย่างเป็นทางการ ต่อเนื่องจากกฎหมาย GENIUS Act ที่ผ่านไปก่อนหน้านี้ในปีนี้ ซึ่งวางกรอบกลางสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ และขยายอำนาจของ CFTC ให้ดูแลทั้งตลาดอนุพันธ์และตลาดสปอตบางส่วนได้ชัดเจนมากขึ้น 

 

Digital Assets Pilot Program คืออะไร?

 

โปรแกรมใหม่นี้คือ “สนามทดลองภายใต้การกำกับ” ที่เปิดให้ผู้เล่นในตลาดอนุพันธ์สหรัฐฯ โดยเฉพาะ Futures Commission Merchants (FCMs) สามารถรับคริปโตบางประเภทเป็นหลักประกันมาร์จินสำหรับสัญญาฟิวเจอร์สและสว็อปที่เคลียร์ผ่านศูนย์รับชำระราคา (cleared swaps) ได้

 

ระยะเริ่มต้น CFTC จะจำกัดประเภทสินทรัพย์ไว้เพียง 3 ตัว คือ

 

  • Bitcoin (BTC)

  • Ethereum (ETH)

  • USDC Stablecoin

 

โดยโฟกัสไปที่สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก และมีโครงสร้างการออกเหรียญที่ค่อนข้างโปร่งใสเมื่อเทียบกับเหรียญอื่น ๆ

 

Acting Chair Caroline Pham ย้ำว่าการ “embrace responsible innovation” หรือการยอมรับนวัตกรรมอย่างมีกรอบและการกำกับ คือกุญแจสำคัญให้สหรัฐฯ กลับมานำหน้าตลาดการเงินโลก และช่วยให้เงินทุนถูกใช้ได้ “ฉลาดขึ้น และไปได้ไกลขึ้น” ผ่านการจัดการหลักประกันที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

 

เงื่อนไขสำคัญ: รายงานทุกสัปดาห์ + แจ้งปัญหาทันที

 

เพื่อแลกกับการเปิดให้ใช้คริปโตเป็นคอลแลทเทอรัล CFTC วาง “การ์ดเรล” (Guardrails) สำหรับ FCMs เอาไว้ค่อนข้างเข้ม เช่น

 

  • ต้องส่งรายงานรายสัปดาห์
    รายงานมูลค่ารวมของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถืออยู่ในบัญชีลูกค้า ทั้งส่วนที่ใช้เป็นหลักประกันฟิวเจอร์สและสัญญาอนุพันธ์ที่เคลียร์ผ่านสำนักหักบัญชี

  • ต้องรายงานปัญหาการปฏิบัติงานทันที
    หากมีเหตุขัดข้องด้านระบบ การดูแลสินทรัพย์ การโอนย้าย หรือเหตุผิดปกติอื่น ๆ เกี่ยวกับดิจิทัลแอสเซ็ตที่ใช้เป็นหลักประกัน FCM ต้องแจ้ง CFTC โดยเร็ว

 

ข้อกำหนดเหล่านี้สะท้อนทิศทางชัดเจนของ CFTC คือ “ยอมรับคริปโตเข้าระบบ แต่ต้องอยู่ในกรอบและมาตรฐานเดียวกับสินทรัพย์การเงินดั้งเดิม”

 

ปลดล็อกกฎเก่า: ถอนคำแนะนำที่เคย “เบรก” คริปโตเป็นคอลแลทเทอรัล

 

อีกประเด็นสำคัญที่ประกาศในวันเดียวกัน คือ CFTC ตัดสินใจ ถอน Staff Advisory ปี 2020 ที่เคยจำกัดไม่ให้ FCM รับคริปโตเป็นหลักประกันสำหรับลูกค้า โดยให้เหตุผลว่าคำแนะนำดังกล่าว “ล้าสมัย” แล้วภายใต้บริบทใหม่ของ

 

  • การเติบโตของตลาด Stablecoin และโทเคนที่มีการอ้างอิงสินทรัพย์จริง (Tokenized Assets)

  • กฎหมาย GENIUS Act ที่ออกกรอบชัดเจนให้ Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ใช่หลักทรัพย์

 

การถอนคำแนะนำฉบับนี้ จึงเป็นเหมือนการ “เปิดเพดาน” ทางกฎหมาย ให้สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหลักประกันในตลาดอนุพันธ์ได้อย่างเต็มรูปแบบมากขึ้น

 

Coinbase มองว่าเป็นจุดยืนยัน “บทบาทจริง” ของ Stablecoin

 

ฝั่งเอกชน โดยเฉพาะผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดคริปโต ต่างออกมาแสดงความเห็นสนับสนุน เช่น Paul Grewal Chief Legal Officer ของ Coinbase ที่มองว่าการตัดสินใจของ CFTC ครั้งนี้ ยืนยันสิ่งที่อุตสาหกรรมคริปโตเชื่อมานานแล้วว่า

 

Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัล สามารถทำให้การชำระเงินเร็วขึ้น ถูกลง และช่วยลดความเสี่ยงในระบบได้จริง

 

ก่อนหน้านี้ Coinbase เคยส่งหนังสือสอบถาม CFTC เกี่ยวกับกรอบการใช้คริปโตเป็นคอลแลทเทอรัล ซึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในจุดตั้งต้นของการออกโปรแกรมนำร่องครั้งนี้ และทำให้ FCM ที่เข้าร่วมต้องรายงานข้อมูลการถือครองดิจิทัลแอสเซ็ตเป็นประจำตามที่ CFTC กำหนด

 

เชื่อมต่อกับนโยบาย “Crypto Sprint” และการลิสต์ Spot Crypto ภายใต้ CFTC

 

การเปิดตัว digital assets pilot program ครั้งนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแบบโดด ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ที่ Caroline Pham เรียกว่า “Crypto Sprint” ซึ่งมีเป้าหมายหลักคือ

 

  • ดึงกิจกรรมคริปโตเข้าสู่ “Regulated Perimeter” หรือกรอบการกำกับอย่างเป็นทางการ

  • ปรับกฎด้านมาร์จิน คอลลิเทอรัล การเคลียร์ริ่ง การชำระราคา และการรายงาน ให้รองรับ Blockchain และ Tokenization ในระดับโครงสร้างตลาด

 

ก่อนหน้าประกาศนี้ไม่นาน CFTC ยังเพิ่งอนุญาตให้เริ่มมี การซื้อขาย Spot Crypto บนตลาดที่จดทะเบียนกับ CFTC เป็นครั้งแรก โดยหนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงคือ Bitnomial ซึ่งจะลิสต์ผลิตภัณฑ์สปอตคริปโตภายใต้กรอบกำกับของ CFTC โดยตรง 

 

เมื่อมองภาพรวม จะเห็นว่าทั้งสองก้าว—การเปิดเทรด Spot Crypto และการยอมรับ Tokenized Collateral—คือการต่อจิ๊กซอว์ให้ตลาดคริปโตเข้าไปอยู่ใน “โครงสร้างตลาดทุนสหรัฐฯ” แบบครบลูปมากขึ้น

 

อ้างอิง : theblock.co

ภาพ cryptoslate.com