Bitmine เริ่ม Stake ETH แล้ว! โอน 74,880 ETH มูลค่า $219 ล้านเข้า Ethereum PoS
Bitmine (BMNR) บริษัทสาย “Ethereum Treasury” รายใหญ่ ประกาศความเคลื่อนไหวสำคัญในฝั่งการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัล หลังเริ่มนำ Ether (ETH) บางส่วนไปทำ Staking บนระบบ Proof-of-Stake (PoS) ของ Ethereum โดยมีการฝากเงินรวมเกือบ $219 ล้าน ตามข้อมูลธุรกรรมบนเชน
โอน 74,880 ETH เข้า “BatchDeposit” สัญาณสเตกกิ้งแบบสถาบัน
ข้อมูล onchain ที่ติดตามโดย Arkham ระบุว่า กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ Bitmine ได้ทำธุรกรรมโอน ETH จำนวนมากไปยังสัญญาที่ถูกระบุชื่อว่า “BatchDeposit” รวมทั้งสิ้น 74,880 ETH ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักพบในกระบวนการ รวมเหรียญก่อนสร้าง Validator สำหรับการสเตกกิ้งระดับองค์กร
นักวิเคราะห์ onchain อย่าง EmberCN ระบุว่า นี่เป็น “ครั้งแรก” ที่ Bitmine เริ่มทำ Staking เพื่อรับผลตอบแทน (yield) จากการถือครอง ETH

Bitmine ถือ ETH ทะลุ 4.06 ล้านเหรียญ หลังซื้อเพิ่ม $40 ล้าน
การเริ่มต้น Stake ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Bitmine มี คลัง ETH มากกว่า 4.06 ล้าน ETH เป็นครั้งแรก โดยบริษัทเพิ่งยืนยันการเข้าซื้อเพิ่มราว $40 ล้าน ส่งให้ยอดถือครองขยับขึ้นเหนือ 4 ล้านเหรียญอย่างเป็นทางการ
รายงานยังระบุว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitmine เพิ่มการถือครอง เกือบ 100,000 ETH ที่ราคาเฉลี่ยราว $2,991 ต่อเหรียญ สะท้อนกลยุทธ์สะสม ETH อย่างต่อเนื่องในฐานะสินทรัพย์หลักของบริษัท
ถ้า Stake ทั้งหมด จะได้ผลตอบแทนเท่าไหร่?
EmberCN ประเมินว่า หาก Bitmine นำ ETH ทั้งหมดไป Stake ที่อัตราผลตอบแทนประมาณ APY 3.12% บริษัทอาจได้รับผลตอบแทนราว
ดอกเบี้ย ~126,800 ETH ต่อปี
หากคิดที่ราคา ETH ราว $2,927 จะมีมูลค่าประมาณ $371 ล้าน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณเชิงประมาณการ และผลตอบแทนจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามเงื่อนไขของเครือข่าย ค่าธรรมเนียม และประสิทธิภาพของ validator
เตรียม “Made-in America Validator Network (MAVAN)” ใน Q1/2026
ก่อนหน้านี้ Bitmine เคยระบุว่า บริษัทมีแผนเริ่ม Stake ETH ใน ไตรมาส 1 ปี 2026 ผ่านระบบ in-house ที่ชื่อ Made-in America Validator Network (MAVAN) พร้อมเลือกผู้ให้บริการสเตกกิ้งระดับสถาบัน 3 รายเพื่อทำโครงการนำร่อง โดยจะทดสอบทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และการปฏิบัติการ ก่อนขยายสเกล
มุมมองตลาด: TVL Ethereum อาจโต 10 เท่าในปี 2026?
อีกประเด็นที่ถูกหยิบมาเชื่อมโยงคือแนวโน้มการเติบโตของระบบนิเวศ Ethereum โดย Joseph Chalom (co-CEO ของ Sharplink Gaming) มองว่า TVL ของ Ethereum อาจเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่าในปี 2026 จากแรงหนุนของสถาบันและยูสเคสบนเชนที่เพิ่มขึ้น
Chalom ยังชี้ว่า Stablecoin เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมคาดว่ามูลค่าตลาด Stablecoin อาจแตะ $500,000 ล้าน ภายในปลายปีหน้า และเนื่องจากกิจกรรม stablecoin “มากกว่าครึ่ง” เกิดบน Ethereum การเติบโตของ stablecoin อาจช่วยดัน TVL และกิจกรรมบนเครือข่ายเพิ่มขึ้น
สรุป
การเริ่ม Stake ETH ของ Bitmine ถือเป็นสัญญาณว่า “บริษัทสายคลังคริปโต” ไม่ได้มองแค่การถือสินทรัพย์เพื่อรอราคา แต่เริ่มเดินเกมสร้าง กระแสรายได้ (yield) จากการถือครองผ่าน Ethereum Staking มากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นเทรนด์ที่เห็นชัดขึ้นในปี 2026 หากสถาบันเข้ามามีบทบาทใน Ethereum มากกว่าเดิม
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ ainvest.com