วาฬกระอัก! เผยสถิติ Q1/2026 รายใหญ่ยอมคัดลอส Bitcoin เฉลี่ยวันละ 1 หมื่นล้านบาท
ข้อมูล Onchain จาก Glassnode (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนชั้นนำ) เผยว่ากลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่ถือ Bitcoin 100–10,000 เหรียญต่อกระเป๋า ปิดขาดทุนจริงเฉลี่ย 337 ล้านดอลลาร์ต่อวันตลอดไตรมาสแรกปี 2026 ถือเป็นไตรมาสที่เจ็บปวดที่สุดนับตั้งแต่วิกฤต Q2/2022 โดยยอดขาดทุนสะสมรวมทะลุ 3.09 หมื่นล้านดอลลาร์แล้ว
ฉลามและวาฬ BTC โกยขาดทุนสะสมกว่า 3.09 หมื่นล้านดอลลาร์
ใน Q1/2026 กลุ่มที่เรียกว่า "ฉลาม" (Shark) คือกระเป๋าที่ถือ 100–1,000 BTC ซึ่งมักเป็นกองทุนขนาดกลางหรือนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งสูง ปิดขาดทุน Realized Loss (ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ต่ำกว่าราคาต้นทุนจริง) เฉลี่ย 188.5 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่กลุ่ม "วาฬ" (Whale) ที่ถือ 1,000–10,000 BTC เพิ่มอีก 147.5 ล้านดอลลาร์ต่อวัน รวมกันได้ 337 ล้านดอลลาร์ต่อวัน

ตัวเลขนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่หนักกว่า คือ Q2/2022 ที่ค่าเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ประมาณ 396 ล้านดอลลาร์ — ช่วงเดียวกับที่ราคา BTC ดิ่งเกิน 50% หลังการล่มสลายของ Terra Luna, การหยุดถอนเงินของ Celsius Network และการล้มละลายของ Three Arrows Capital ซึ่งสร้างแรงสะเทือนไปทั่ว Ecosystem

ปัจจัยกดดันปี 2026 ต่างจากปี 2022 แต่ไม่แพ้กัน
แม้ต้นเหตุในปี 2026 จะแตกต่างออกไป แต่ผลกระทบต่อตลาดไม่ได้เบากว่ากัน ปัจจัยหลักที่กดดัน Bitcoin ในรอบนี้ประกอบด้วย:
- ความกังวลสงครามอิหร่าน ที่จุดชนวนความกลัวเงินเฟ้อจากราคาน้ำมัน
- ความเสี่ยงด้าน Quantum Security (ความกังวลว่าคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคตอาจคุกคามระบบเข้ารหัสของ Bitcoin)
- แรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง (Risk Assets) จากความผันผวนในกลุ่มหุ้น AI-driven
พฤติกรรมการตัดขาดทุนของวาฬและฉลามในขณะนี้ส่งสัญญาณว่า กลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ คาดการณ์ว่าราคา BTC มีโอกาสลดลงต่อ จากแรงกดดันเศรษฐกิจมหภาคที่ยังไม่คลี่คลาย

Long-Term Holder ก็ยังขายขาดทุน — สัญญาณ Capitulation ยังไม่จบ
สัญญาณที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กันมาจากดัชนี Long-Term Holder Realized Loss (การขาดทุนจริงของผู้ถือครองเกิน 6 เดือน) ที่ยังทรงตัวอยู่สูงประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ต่อวัน บนค่าเฉลี่ย 30 วัน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2568
นักวิเคราะห์ของ Glassnode ระบุในรายงานประจำสัปดาห์ว่า ต้องเห็นตัวเลขนี้ลดลงมาต่ำกว่า 25 ล้านดอลลาร์ต่อวันอย่างต่อเนื่องจึงจะถือว่าแรงขายหมดแรง (Selling Exhaustion) และนั่นจะเป็น "เงื่อนไขเบื้องต้นที่จำเป็นสำหรับการก่อฐานราคา ก่อนที่ตลาดกระทิง (Bull Market) จะเริ่มต้นได้อย่างยั่งยืน"
การที่นักลงทุนระยะยาวยังคงขายขาดทุนในปริมาณสูงเช่นนี้ ถือเป็น Capitulation (การยอมแพ้ตลาด) ที่เป็นสัญญาณทั้งของความเจ็บปวดในระยะสั้น และของกระบวนการ Reset รอบใหม่ที่กำลังดำเนินอยู่ ปัจจุบันนักวิเคราะห์บางส่วนชี้ว่าโซน 40,000–50,000 ดอลลาร์ อาจเป็นแนวรับที่เป็นไปได้สำหรับจุดต่ำสุด
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานสัญญาณขาลงของ Bitcoin ไว้ก่อนหน้านี้
👉 สัญญาณขาลงแรง! SuperTrend ชี้ Bitcoin เสี่ยงร่วง 77% ซ้ำรอยปี 2018–2022
👉 นักลงทุน 33% ขาดทุน! ข้อมูล Onchain ชี้ BTC เข้าช่วง...
👉 Bitcoin Open Interest ดิ่งต่ำสุดรอบปี! สถาบันทิ้ง BTC หรือแค่พักฐานรอตัวเลขเศรษฐกิจ?
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinDesk / Glassnode Weekly Report / cointelegraph ภาพ outlookmoney
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ตัวเลข Realized Loss ระดับ 337 ล้านดอลลาร์ต่อวันจากวาฬและฉลาม ไม่ใช่แค่ "ขายทำกำไร" ธรรมดา แต่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ากลุ่ม Smart Money กำลังตัดสินใจออกจากตลาดแม้จะต้องยอมรับความเสียหาย ในอดีตทุกครั้งที่เกิดปรากฏการณ์นี้ ราคา BTC มักลงต่อก่อนจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง หากตัวเลข Long-Term Holder Loss เริ่มลดลงสู่ระดับปกติ นั่นอาจเป็นจุดที่น่าจับตาสำหรับการก่อฐานของรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ควรติดตามพัฒนาการด้านเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิดควบคู่กันด้วย
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin whale, Realized Loss, Glassnode, Bitcoin Q1 2026, Long-Term Holder, Bitcoin capitulation, Bear Market 2026, วาฬ Bitcoin, ขาดทุน Bitcoin, onchain analysis
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com