นักลงทุน 33% ขาดทุน! ข้อมูล Onchain ชี้ BTC เข้าช่วง “Exhaustion” อาจเป็นจุดพักใหญ่ก่อนรีบาวด์
ข้อมูลจาก CryptoQuant ชี้ว่า ปัจจุบันกว่า 33% ของจำนวน Bitcoin ทั้งระบบ อยู่ในสถานะ “ถือขาดทุน (Held at Loss)” ซึ่งเป็นระดับเดียวกับช่วงเดือนกันยายน 2024 — จุดที่ตลาดเคยเข้าสู่ “Phase ฟื้นตัว” หลังแรงเทขายมหาศาล
แม้ตัวเลขนี้อาจดูน่ากังวล แต่ในอดีต การที่เหรียญจำนวนมากอยู่ในภาวะขาดทุน กลับมักเกิดขึ้นในช่วงท้ายของรอบการปรับฐานใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึง “ความเหนื่อยล้าของผู้ขาย (Seller Exhaustion)” และมักเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการสะสมรอบใหม่ (Accumulation Phase)

หนึ่งในสามของนักลงทุนอยู่ในจุดขาดทุน — สัญญาณซ้ำของจุดกลับตัวรอบก่อน
กว่า หนึ่งในสามของผู้ถือ Bitcoin ทั่วโลก กำลังขาดทุนตามราคาตลาด (Unrealized Loss) โดยสัดส่วนระดับนี้เคยปรากฏในทุกจุดกลับตัวใหญ่ของรอบขาขึ้นในอดีต
นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อมีการสะสมขาดทุนระดับสูง หมายความว่าผู้ขายส่วนใหญ่ได้ระบายเหรียญไปแล้ว ทำให้ตลาดพร้อม “รีเซต” โครงสร้างใหม่อีกครั้ง
Short-Term Holder เริ่มยอมขาดทุน — แต่ยังไม่ถึงขั้น Panic
แรงขายส่วนใหญ่ในรอบนี้มาจาก นักลงทุนระยะสั้น (Short-Term Holders / STH) โดยดัชนี SOPR (Spent Output Profit Ratio) อยู่ที่ 0.9904 ซึ่งต่ำกว่า 1 หมายถึงส่วนใหญ่กำลังขายเหรียญ “ขาดทุน”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วง capitulation ใหญ่ในเดือนสิงหาคม 2024 ดัชนี SOPR ขณะนั้นอยู่ที่เพียง 0.9752 (Z-score −2.43) แสดงให้เห็นว่ารอบนี้แรงขายยัง “ไม่รุนแรงถึงขั้นย capitulation เต็มรูปแบบ”
พูดง่าย ๆ คือ ตลาดอยู่ในโหมดระหว่าง “ความอดทน” กับ “ความสิ้นหวัง” หากราคายังไม่รีบาวด์ นักลงทุนระยะยาวอาจเริ่มขายทำกำไรบางส่วน ขณะที่รายใหม่อาจขายเมื่อราคา “กลับมาถึงทุน” ซึ่งอาจจำกัดแรงฟื้นในระยะสั้น
นักวิเคราะห์ของ CryptoQuant มองว่า หากแรงขายเริ่มลดลงและความกลัวแตะจุดสูงสุด ตลาดอาจเข้าสู่ “ช่วงสร้างฐาน (Base Formation)” ที่เอื้อต่อการสะสมรอบใหม่ ซึ่งในอดีต จุดที่ SOPR < 1 ติดต่อกัน มักเป็นสัญญาณ “จบการเทขาย” ของรอบนั้น

มุมมองเทคนิค: โอกาสรีบาวด์จากโซน $98K–$103K
ด้านเทคนิค Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวตามรูปแบบที่ Cointelegraph คาดไว้ในเดือนตุลาคม โดยมีแนวรับสำคัญอยู่ที่ช่วง $98,000–$103,000 หากราคาปิดรายวันต่ำกว่า $98,100 จะเสี่ยงหลุดโครงสร้าง และอาจไหลลงสู่แนวรับใหญ่บริเวณ $93,500 (ระดับเปิดปี 2025)
แต่หากสามารถ “ทรงตัว” ได้ในกรอบนี้จะช่วยสร้างฐานการฟื้นตัวในช่วงปลายปีได้อย่างมั่นคง นักวิเคราะห์บางรายชี้ว่า หากมีการเปิด Short มากเกินไป อาจกลายเป็นเชื้อเพลิงให้เกิด “Short Squeeze” ดันราคากลับขึ้นแรงได้ในระยะกลาง
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ marketwatch.com