สัญญาณยอมจำนน! เผยตัวเลขคนซื้อ BTC ไม่เกิน 5 เดือน พากันถอนทุนคืนแบบขาดทุนยับเยิน
Bitcoin (BTC) กำลังส่งสัญญาณ Capitulation (ภาวะที่นักลงทุนยอมแพ้และเทขายขาดทุน) รอบใหม่ หลังผู้ถือระยะสั้นกว่า 50,000 BTC ทะลักเข้ากระดานเทรดพร้อมตัดขาดทุนในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่ Market Cap (มูลค่าตลาดรวม) ของกลุ่มนี้ดิ่งสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ตุลาคม พ.ศ. 2567 ท่ามกลางภาวะมหภาคที่กดดันอย่างต่อเนื่องและสัญญาณอ่อนแรงในฝั่งสถาบัน รวมถึงหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC ของ Strategy ที่ดิ่งหนักมากกว่า 27% จากราคาตราสาร
🔴 ผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นส่งสัญญาณเครียดรอบใหม่
นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant (แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล On-chain ชั้นนำ) ชื่อ อัมร์ ตาฮา (Amr Taha) เปิดเผยว่า Short-Term Holder (STH) Market Cap หรือมูลค่าตลาดรวมของผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้น — ซึ่งหมายถึงกลุ่มที่ซื้อ BTC ภายในช่วง 155 วันที่ผ่านมา — ร่วงลงสู่ระดับ 237,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.94 ล้านล้านบาท อ้างอิงอัตรา 33.41 บาท/ดอลลาร์ ณ วันที่ 26 มิ.ย. 2569) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569 นับเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2567 เมื่อตัวเลขนี้อยู่ที่ประมาณ 239,700 ล้านดอลลาร์

ตัวเลขดังกล่าวบ่งชี้ว่า Market Cap ของกลุ่มผู้ถือระยะสั้นกำลัง "ต่ำกว่า Realized Value" (มูลค่าตามราคาต้นทุนของเหรียญ) หมายความว่านักลงทุนกลุ่มนี้กำลังแบกรับขาดทุนสะสมในพอร์ตอยู่เป็นจำนวนมาก — แม้สภาพการณ์ที่คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นในช่วงปรับฐานตุลาคม 2567 ซึ่งต่อมาตรงกับจุดพื้นของ Bitcoin แต่ตาฮาย้ำว่าตัวเลขนี้ใช้วัด "ระดับความเครียด" ไม่ใช่การยืนยันจุดต่ำสุดของตลาด
📊 การไหลเข้า Exchange ที่น่ากังวล
ในเชิงข้อมูลกระดาน ช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มี BTC จากกลุ่มผู้ถือระยะสั้นประมาณ 50,000 BTC ถูกส่งเข้า Exchange พร้อมสภาพ "ขาดทุน" นับเป็นปริมาณการไหลเข้าแบบขาดทุนสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2569 โดย Binance (กระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก) รับ BTC เข้าไปเพียงแห่งเดียวกว่า 9,500 BTC ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน
สัญญาณเหล่านี้บ่งชี้ว่านักลงทุนรายใหม่กำลังตัดใจ "Cut Loss" (ยอมรับขาดทุนเพื่อหยุดเลือด) ท่ามกลางราคาที่ปรับตัวลง
อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเชิงบวกจากฝั่ง Long-Term Holder (ผู้ถือระยะยาว) เช่นกัน ข้อมูล On-chain (ข้อมูลธุรกรรมบน Blockchain แบบเรียลไทม์) พบว่าการไหลเข้าของ BTC สู่ Accumulation Address (กระเป๋าที่มีพฤติกรรมสะสมสม่ำเสมอโดยแทบไม่มีการขายออก) พุ่งทำ All-Time High (ATH — สูงสุดเป็นประวัติการณ์) ที่ 181,000 BTC เมื่อวันพฤหัสบดี เกือบสองเท่าของสถิติก่อนหน้าที่ 94,700 BTC ซึ่งทำไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 สะท้อนว่านักลงทุนระยะยาวกำลังดูดซับ Supply ขณะที่กลุ่มระยะสั้นปล่อยของออก
📉 มาโครเป็นพิษ — สถาบันสหรัฐฯ ขายต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์ตลาด Darkfost ระบุว่า Coinbase Premium Index (ดัชนีที่เปรียบเทียบราคา BTC บน Coinbase Advanced กับ Binance เพื่อวัดแรงซื้อ-ขายของนักลงทุนสถาบันสหรัฐฯ) ยังคงติดลบต่อเนื่องนานถึง 40 วัน นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ค่าเป็นลบบ่งชี้ว่าแรงขายจากนักลงทุนมืออาชีพมีน้ำหนักมากกว่าแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อย
ด้านข้อมูลมหภาคสหรัฐฯ ก็ไม่ได้เป็นใจ โดย PCE (ดัชนีราคาการใช้จ่ายส่วนบุคคล — ตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ Fed ใช้อ้างอิงหลัก) ออกมาสูงกว่าคาด ทั้งตัวเลข Headline PCE ที่ 4.1% เทียบกับที่ตลาดคาด 4.0% และ Core PCE ที่ 3.4% เทียบกับที่คาด 3.3% ขณะที่ GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ไตรมาสล่าสุดขยายตัว 2.1% สูงกว่าคาด ส่งผลให้ตลาดยังไม่สามารถหวัง "Pivot" (การปรับลดดอกเบี้ย) จาก Fed ในระยะใกล้ได้
Darkfost สรุปภาพรวมไว้ว่า สภาวะแวดล้อมนี้คือ "เงื่อนไขมหภาคที่ไม่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง BTC อย่างสิ้นเชิง"
Bitwise (บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตชั้นนำ) เสริมว่าการประชุม Fed ที่ผ่านมาเร่งกระบวนการ Hawkish (นโยบายเงินเฟ้อแบบเข้มงวด) ให้ชัดเจนขึ้น หลังจาก Fed ปรับค่ากลาง Fed Funds Rate ปี 2569 ขึ้นสู่ 3.8% จากที่คาดไว้ 3.4% ในเดือนมีนาคม พร้อมยกเลิก Easing Bias (ท่าทีเอื้อต่อการผ่อนคลายนโยบาย) อีกทั้ง Bitwise ยังระบุว่าเงื่อนไขการเงินที่ตึงตัวขึ้นนี้ตรงกับช่วงที่มีเงินทุนไหลออกอย่างต่อเนื่องจาก Spot Bitcoin ETF (กองทุนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ถือ BTC จริง)
🏢 Strategy และ STRC — ผู้ซื้อรายใหญ่เริ่มสั่นคลอน
ประเด็นที่น่าจับตามองอีกมิติหนึ่งคือสถานการณ์ของ Strategy (บริษัทที่เปลี่ยนชื่อจาก MicroStrategy — บริษัทสาธารณะรายแรกของโลกที่ใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองหลัก) ซึ่งสะสม BTC ไปแล้ว 174,300 BTC ในปี พ.ศ. 2569 โดย Bitwise ประเมินว่าราว 96,000 BTC หรือ 55% ของยอดดังกล่าว ถูกซื้อด้วยเงินที่ระดมผ่าน STRC (หุ้นบุริมสิทธิ์อัตราดอกเบี้ยลอยตัว Variable-rate Preferred Stock ที่ Strategy ออกมาเพื่อระดมทุนซื้อ BTC) ขณะที่อีก 77,500 BTC มาจากการออกหุ้นสามัญ MSTR
แต่กลไกนี้กำลังเผชิญแรงกดดันหนัก CryptoQuant รายงานว่า STRC ซื้อขายอยู่ที่ราคา 82.5 ดอลลาร์ (~2,756 บาท) ซึ่งต่ำกว่าราคาตราสาร (Par Value) ที่ 100 ดอลลาร์ (~3,341 บาท) ถึง 17.5% — ก่อนจะดิ่งต่อลงมาที่ราว 73 ดอลลาร์ (~2,439 บาท) ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดวันศุกร์ คิดเป็น Discount ราว 27% จากราคาตราสาร
นอกจากนี้ เงินสดสำรองของ Strategy ยังลดลง 38% นับตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2569 หลังบริษัทใช้เงินไถ่ถอน Convertible Note (ตราสารหนี้แปลงสภาพ) มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์ (~5 หมื่นล้านบาท) ขณะเดียวกัน ภาระดอกเบี้ยรายปีที่ผูกกับ STRC ก็พุ่งขึ้นเป็น 1,200 ล้านดอลลาร์ (~4 หมื่นล้านบาท) จาก 300 ล้านดอลลาร์เดิม และ Dividend Coverage (ความสามารถในการจ่ายปันผลจากทุนสำรอง) ลดลงเหลือเพียง 14 เดือน จากที่เคยยาวนานถึงกว่า 7 ปี
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าเงื่อนไขการระดมทุนของผู้ซื้อ BTC สถาบันรายใหญ่ที่สุดของโลกกำลังตึงตัวขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อแรงซื้อ BTC ในอนาคต
📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 Strategy กลับมาซื้อ Bitcoin! กวาด 1,550 BTC หลังดราม่าขาย 32 เหรียญ ดันคลังแตะ 845,256 BTC
👉 Strategy ท้าชนตลาดหมี! กวาดซื้อ BTC สวนกระแสแรงขายวาฬ — นักวิเคราะห์ชี้ Bitcoin อาจพุ่งแตะ $110,000
👉 สัญญาณกระทิง! ยอดสะสม Bitcoin ในกระเป๋าถือยาวพุ่งแตะ 4.37 ล้าน BTC สูงสุดเป็นประวัติการณ์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph / ภาพ cryptoslate.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้คือ "สงครามระหว่างสองกลุ่ม" — ผู้ถือระยะสั้นที่เพิ่งเข้าซื้อและกำลังตัดใจยอมขาดทุน กับผู้ถือระยะยาวที่กำลังดูดซับ Supply ด้วยปริมาณทำ All-Time High ถึง 181,000 BTC ในวันเดียว ซึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา จังหวะที่ระยะสั้นยอมแพ้ขณะระยะยาวสะสมมักเป็น "ช่วงพื้น" ที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยมาโครรอบนี้มีน้ำหนักมากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น Fed ที่ยังคงแข็งกร้าว หรือการอ่อนแอของ STRC ที่อาจจำกัดแรงซื้อจาก Strategy น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียวว่าสมดุลของสองแรงนี้จะเอียงไปทางใดในช่วงต่อจากนี้
🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO:
Bitcoin Capitulation, Short-Term Holder, STH Market Cap, CryptoQuant, Coinbase Premium Index, Strategy STRC, Bitcoin On-chain, Fed Hawkish, Bitwise, การขาดทุน BTC
⚠️ คำเตือนความเสี่ยง: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com