Arthur Hayes ฟันธง Monad เสี่ยงร่วง 99% ชี้เป็น “VC Coin” FDV สูง–เหรียญหมุนจริงต่ำ เสี่ยงรายย่อยติดดอยยับ
ช่วงตลาดคริปโตผันผวนและเม็ดเงินเก็งกำไรไหลเข้าหาเชนใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง หนึ่งในเสียงที่ตลาดให้ความสนใจเสมอคือ Arthur Hayes อดีตซีอีโอ BitMEX และนักลงทุนสายมาโครที่มักมอง “ขัดใจตลาด” อยู่เสมอ
ล่าสุดเขาออกมาเตือนแรงเกี่ยวกับ Monad เลเยอร์ 1 ที่เพิ่งเปิดเมนเน็ตและแจก MON ผ่าน airdrop ว่าอาจกลายเป็น เหรียญ VC Coin แบบเดิม ๆ ที่มีโอกาสราคาร่วงได้ถึง 99% หากดูจากโครงสร้างโทเคนและพฤติกรรมตลาดในอดีต
ด้านหนึ่ง Hayes ยังมองว่ารอบบูลใหญ่ของคริปโตยังไม่จบ แค่เพิ่ง “จบต้นน้ำ” และกำลังจะเข้าสู่ช่วงที่เครื่องพิมพ์เงินของรัฐบาลทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ จะผลักดันสภาพคล่องรอบใหม่เข้าตลาดอีกครั้ง
บทความนี้จะชวนไปดูทั้งมุมมองเรื่อง Monad, โครงสร้างตลาดคริปโต, narrative ถัดไปอย่าง Privacy Coin และบทบาทของ Ethereum ที่เขาคาดว่าจะกลายเป็นเชนหลักสำหรับสถาบันการเงิน
Monad = “High FDV, Low Float VC Coin” ทำไม Hayes ถึงมองว่าเสี่ยงร่วง 99%
ในการให้สัมภาษณ์กับช่อง Altcoin Daily, Arthur Hayes ใช้คำที่ชัดเจนมากกับ Monad
“มันก็เป็นแค่เหรียญ VC ตัวใหม่ FDV สูง กระจายเหรียญจริงต่ำ…สุดท้ายมีโอกาสกลายเป็นอีกเชนหมี (bear chain) ที่ลง 99%”
เขาชี้ให้เห็นโครงสร้างที่อันตรายต่อรายย่อยคือ
FDV (Fully Diluted Value) สูงมาก
มูลค่าโครงการเมื่อสมมติว่าเหรียญทั้งหมดถูกปล่อยออกมาแล้วมีขนาดใหญ่
แต่เหรียญหมุนเวียนจริง (circulating supply) ในตลาดมีน้อย
ทำให้ราคาสามารถถูกดันขึ้นได้ง่ายในช่วงแรก
เมื่อถึงเวลาที่ โทเคนฝั่งทีม–VC ปลดล็อก
เหรียญจำนวนมากจะไหลเข้าตลาด
ส่งผลให้ราคาเผชิญแรงเทขายหนัก โอกาส “ลิ่ม–หล่น 80–99%” จึงเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าในเหรียญประเภทนี้
Hayes มองว่าพฤติกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็น “แพตเทิร์นคลาสสิก” ของเหรียญที่ขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงิน Venture Capital มากกว่าการใช้งานจริงของผู้ใช้
เขายอมรับว่า ทุกเหรียญใหม่มักได้ “pump แรก” จากกระแสและสภาพคล่องระยะสั้น แต่ถามกลับว่า
“หลังจากนั้นยังมี narrative และการใช้งานจริงที่จะประคองมูลค่าได้ไหม?”
ในมุมมองของเขา ส่วนใหญ่ตอบว่าไม่ และนั่นคือเหตุผลที่ Monad อาจจบแบบเดียวกันกับเชนใหม่อีกหลายตัวที่เคยขึ้นแรง และสุดท้ายกลายเป็นกราฟดิ่งยาว
เลเยอร์ 1 ส่วนใหญ่ “ไม่รอด” – ใครคือกลุ่มที่ Hayes เชื่อว่าผ่านด่านรอบหน้า
Hayes ขยายความต่อว่าในมุมมองระยะยาว
เลเยอร์ 1 จำนวนมากในปัจจุบัน สุดท้ายจะเหลือรอดแค่ไม่กี่เชน
นักพัฒนากับเม็ดเงินทุนจะค่อย ๆ ไหลไปรวมกับโปรโตคอลที่พิสูจน์ตัวเองได้จริง
เขายกตัวอย่างชื่อที่เชื่อว่าจะ “อยู่รอด” ในรอบถัดไป ได้แก่
Bitcoin (BTC) – สินทรัพย์สำรองและตัวชี้วัดสภาพคล่องโลก
Ethereum (ETH) – โครงสร้างพื้นฐานสำหรับ DeFi, stablecoin และการเงินแบบโทเคน
Solana (SOL) – เชนประสิทธิภาพสูงที่เริ่มมีระบบนิเวศใช้งานจริงหนาแน่น
Zcash (ZEC) – โปรโตคอลเน้นความเป็นส่วนตัวที่เขามองว่ามีบทบาทสำคัญใน narrative ถัดไป
ส่วนเลเยอร์ 1 หน้าใหม่ที่เกิดขึ้นรัว ๆ เขามองว่า ส่วนใหญ่จะเดินตามวงจรเดิม
ระดมทุนขนาดใหญ่จาก VC
เปิดตัวด้วย FDV สูง–เหรียญหมุนเวียนต่ำ
ราคา pump แรงช่วงแรก
โทเคนทยอยปลดล็อก–สภาพคล่องจริงบาง
ราคาไหลลง–เหลือเป็นเชนหมีที่คนไม่ค่อยใช้
รอบหน้าขับเคลื่อนด้วย “เครื่องพิมพ์เงิน” ไม่ใช่ Halving 4 ปี
อีกประเด็นที่ Hayes พูดแรงไม่แพ้เรื่อง Monad คือเขา ไม่เชื่อ narrative “Bitcoin 4-year cycle” แบบเป๊ะ ๆ เขาให้เหตุผลว่า
รอบบูลใหญ่ในอดีตไม่ได้ขับเคลื่อนด้วย Halving อย่างเดียว
แต่มี การขยายตัวของเครดิตและสภาพคล่อง (global credit expansion) จากทั้งฝั่งสหรัฐฯ และจีนเป็นตัวเร่งหลัก
ในมุมของเขา Bitcoin ทำหน้าที่เป็น
“เครื่องตรวจจับตลาดเสรีชิ้นสุดท้าย (last free-market smoke alarm)”
เมื่อสภาพคล่องหด–นโยบายการเงินตึงตัว
Bitcoin มักเป็นสินทรัพย์แรก ๆ ที่สะท้อนความตึงเครียดของระบบ
ราคาจึงมักปรับฐานแรงก่อนสินทรัพย์อื่น
แต่ตอนนี้ Hayes มองว่าเรากำลังอยู่ในช่วง
“ปลายของจุดเริ่มต้นของรอบนี้ (end of the beginning)”
และสิ่งที่จะตามมาคือ
การพิมพ์เงิน–อัดฉีดสภาพคล่องรอบใหม่
โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งและท่ามกลางภาพเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอ
ซึ่งในอดีตสภาพคล่องลักษณะนี้มักผลักดันให้
Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวมเข้าสู่โหมดบูลมาร์เกตครั้งใหม่
Narrative ถัดไป: Privacy Coin, Zero-Knowledge และ Ethereum สำหรับสถาบัน
เมื่อมองไปข้างหน้า Hayes เชื่อว่า narrative ใหญ่ของรอบถัดไปจะเกี่ยวข้องกับ
เทคโนโลยีความเป็นส่วนตัว (Privacy Technologies)
ทั้งฝั่ง Zero-Knowledge (ZK)
และ Privacy Coin โดยตรง
การใช้งานในโลกจริง เช่น
การชำระเงินที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
การปกป้องข้อมูลผู้ใช้ภายใต้กฎคุมเข้ม
เขาเปิดเผยด้วยว่า
ปัจจุบัน Zcash (ZEC) กลายเป็นสินทรัพย์อันดับ 2 ในพอร์ตของ Maelstrom – family office ของเขาเอง
อันดับ 1 ยังคงเป็น Bitcoin
ในขณะเดียวกัน เขาเชื่อว่าการยอมรับจากสถาบันจะ โฟกัสไปที่ Ethereum เป็นหลัก โดยเฉพาะผ่าน
Stablecoin
สินทรัพย์แบบโทเคน (tokenized finance)
และโครงสร้างตลาดทุนดิจิทัลที่สร้างทับบน ETH
กล่าวคือ ในสายตาของ Hayes
Bitcoin = ตัวชี้วัดสภาพคล่องและสินทรัพย์สำรอง
Ethereum = โครงสร้างพื้นฐานให้สถาบันและตลาดทุนมาสร้างผลิตภัณฑ์การเงิน
Privacy Coin อย่าง Zcash = ตัวแทน narrative ความเป็นส่วนตัวรอบใหม่
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ decrypt.co