Q3 คือจุดเปลี่ยน! การสะสม ETH ครั้งใหญ่ของบริษัทจดทะเบียน จุดประกายกระแส “Supercycle”
ข้อมูลล่าสุดจาก Bitwise Invest เผยว่า การสะสมเหรียญ Ether (ETH) โดยบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกกว่า 95% เกิดขึ้นในช่วงเวลาเพียง 3 เดือน — ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน (Q3) ซึ่งอาจเป็นสัญญาณสำคัญของการเริ่มต้น “Ethereum Supercycle” หรือรอบการเติบโตระยะยาวของ ETH
บริษัทจดทะเบียนกวาดซื้อ ETH มูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์
Bitwise ระบุว่า จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2025 บริษัทจดทะเบียนถือครอง ETH รวมกันกว่า 4.63 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 19.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4% ของอุปทานทั้งหมดของ ETH
ในจำนวนนี้ กว่า 4 ล้าน ETH ถูกซื้อภายใน Q3 เพียงไตรมาสเดียว ถือเป็นการสะสมสินทรัพย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Ethereum ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาอันสั้น

นักวิเคราะห์คาด ETH อาจพุ่ง 200% ภายในสิ้นปี
กระแสสะสม ETH ครั้งใหญ่ได้จุดประกายความเชื่อมั่นในตลาด นักวิเคราะห์คริปโตหลายรายคาดการณ์ว่า ราคาของ Ether อาจพุ่งขึ้นถึง 200% ภายในสิ้นปี 2025
ขณะก่อนเกิดเหตุการณ์เทขายตลาดคริปโตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ETH เคยขึ้นไปเหนือระดับ $4,300 ก่อนจะร่วงลงต่ำกว่า $4,000 หลังมีการล้างพอร์ต (liquidation) มูลค่ากว่า 19,000 ล้านดอลลาร์ ทั่วตลาด
อย่างไรก็ตาม กระแสการเข้าซื้อจากบริษัทขนาดใหญ่ (corporate treasury narrative) ทำให้นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่า Q4 ของปีนี้อาจเป็นไตรมาสแห่งการกลับมาของ ETH
ใครบ้างที่ถือ ETH มากที่สุด?
ข้อมูลจาก StrategicETHReserve เผยว่าผู้ถือ ETH รายใหญ่ที่สุดในบรรดาบริษัทจดทะเบียน ได้แก่:
BitMine Immersion Technologies ถือครองประมาณ 3.03 ล้าน ETH
Sharplink Gaming ถือครอง 840,120 ETH
The Ether Machine ถือครอง 496,710 ETH
ซึ่งรวมกันคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของ ETH ทั้งหมดที่อยู่ในงบดุลของบริษัทจดทะเบียนทั่วโลก
“ETH คือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับสถาบัน” — Sharplink กล่าว
Joseph Chalom ซีอีโอร่วมของ Sharplink Gaming กล่าวกับ Cointelegraph Magazine ว่า เขามองว่า Ethereum เป็น “สินทรัพย์ที่เหมาะกับสถาบันมากที่สุดในโลกคริปโต”
“มันกระจายศูนย์ ปลอดภัย และมีเครือข่ายที่เติบโตต่อเนื่อง เรามั่นใจว่า ETH คือสินทรัพย์ที่สถาบันควรถือในระยะยาว”
เขายังเสริมอีกว่า หนึ่งในเป้าหมายหลักของ Sharplink คือ “ระดมทุนเพื่อสะสม ETH ให้ได้มากที่สุด”
ปัจจัยเสริมการเติบโต: ETF และ Staking
นักวิเคราะห์ชี้ว่ากระแสขาขึ้นของ ETH ยังได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย เช่น
การไหลเข้าของเงินทุนใน Spot Ether ETF ของสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
กว่า 40% ของอุปทานทั้งหมดของ ETH ถูกล็อกไว้ในสัญญา Staking
เทรดเดอร์ชื่อดัง Merlijn The Trader โพสต์บน X ว่า
“เมื่อ 40% ของอุปทานหายไปจากตลาด นี่คือสัญญาณของการเริ่มต้น Supercycle ของ Ethereum”
มุมมองจากนักวิเคราะห์รายใหญ่
Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และ Tom Lee ประธาน BitMine ต่างคาดการณ์ว่า ETH อาจแตะระดับ $10,000 ภายในสิ้นปีนี้ โดย Lee ยังมองว่าอาจไปได้ไกลถึง $12,000 หากแรงซื้อจากสถาบันและ ETF ยังคงดำเนินต่อไป
ขณะที่นักวิเคราะห์ชื่อดัง Michaël van de Poppe จาก MN Trading Capital ระบุว่า
“สัดส่วน ETH ต่อ BTC เพิ่งเริ่มขยับขึ้น เหมือนกับรอบปี 2019 และนี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น”
การที่บริษัทจดทะเบียนทั่วโลกเร่งสะสม ETH อย่างหนักในช่วง Q3 อาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างของตลาด — เมื่อ Ethereum กลายเป็นสินทรัพย์ที่ทั้งบริษัทเอกชนและนักลงทุนสถาบันยอมรับว่า “คือทองคำดิจิทัลของยุคใหม่”
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptodnes.bg