Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

[เล่าให้ฟัง] เมื่อการ์ด Pokemon กลายเป็น RWA แบบ On-chain มันจะน่าเชื่อถือได้ไหมนะ
บทความโดย Peeraphat Hankongkaew

[เล่าให้ฟัง] เมื่อการ์ด Pokemon กลายเป็น RWA แบบ On-chain มันจะน่าเชื่อถือได้ไหมนะ

เมื่อการ์ด Pokemon ใบละ 590 ล้านบาทกลายเป็น RWA บน Blockchain มันจะน่าเชื่อถือได้ไหม? เจาะลึกตลาด TCG มูลค่า 15,000 ล้านดอลลาร์ และการ tokenization ที่กำลังเกิดขึ้น

วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังเกี่ยวกับการ์ดโปเกม่อน ซึ่งเป็นกระแสอยู่ในช่วงนี้ โดยการโปเกม่อนนั้นเป็นของสะสมจากซีรี่ย์ Pokemon ที่ทุกคนจดจำกันได้จากซาโตชิและ pikachu ตามด้วยแก็งร๊อคเก็ต (ลางไม่ดีอีกแล้ว)ในการ์ตูนช่องเช้าตอนแปดโมงเช้า

สำหรับคนที่ไม่รู้ การ์ด Pokemon นั้นกลายเป็นของสะสมที่ไปไกลเกิดกว่าคำว่าของเด็กเล่นแล้ว โดยในเดือน กุมภาพันธ์ 2026 มีการ์ดกระดาษขนาดฝ่ามือใบหนึ่งขายไปในราคา 16.5 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 590 ล้านบาท ไม่ใช่งานศิลปะ ไม่ใช่ที่ดิน แต่เป็นการ์ด Pikachu ที่มีอยู่ในโลกแค่ 39 ใบ

ถ้าคุณเป็นคนที่เคยซื้อซอง Pokemon มาเปิดตอนเด็กแล้วโดนพ่อแม่ทิ้งไป ผมขอแสดงความเสียใจด้วย แต่วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึงตลาดการ์ดโปเกม่อนไปจนเรื่องที่ว่ามีคนเอาการ์ด Pokemon มาทำเป็น RWA ที่อยู่บน Blockchain กัน 

pikachu-illustrator-pokemon-card.webp
การ์ด Pikachu Illustrator PSA 10 ที่ขายได้ 590 ล้านบาท

 


Pokemon TCG คืออะไร และตลาดมันใหญ่แค่ไหน

Pokemon Trading Card Game เปิดตัวในญี่ปุ่นปี 1996 โดย Media Factory ร่วมกับ Creatures Inc. และ Game Freak แนวคิดคือเอาตัวละคร Pokemon มาอยู่บนการ์ด แล้วให้คนเล่นสู้กัน แต่สิ่งที่ทำให้มันกลายเป็นปรากฏการณ์ไม่ใช่ตัวเกม แต่คือการที่การ์ดบางใบหายากมาก และนั่นแหละที่จุดประกายให้คนอยากสะสมมากกว่าอยากเล่น

ชุดภาษาอังกฤษวางจำหน่ายในอเมริกาปี 1999 และภายใน 6 สัปดาห์แรก ขายได้กว่า 400,000 แพ็ค นี่คือปี 1999 ยุคที่ยังไม่มี social media ยังไม่มี YouTube ยังไม่มีอะไรเลย

ตั้งแต่นั้นมา Pokemon TCG พิมพ์การ์ดออกมาไม่หยุด ตอนนี้ยอดสะสมทะลุ 75,000 ล้านใบทั่วโลก และปีงบประมาณ 2024–2025 ปีเดียว พิมพ์เพิ่มอีก 10,000 ล้านใบ

ก่อนที่จะไปถึงเรื่องการ์ดราคาหลักล้านดอลลาร์ ต้องเข้าใจก่อนว่าตลาดนี้ใหญ่แค่ไหน เพราะหลายคนมองว่ามันคือตลาดของ "นักสะสมงานอดิเรก" กลุ่มเล็กๆ ซึ่งมันไม่ใช่แบบนั้นเลย

ตลาด Trading Card Game ทั่วโลกปี 2024 มีมูลค่าอยู่ระหว่าง 7–15 พันล้านดอลลาร์ขึ้นอยู่กับนิยามของแต่ละสำนักวิจัย Zion Market Research ประเมินที่ 7.43 พันล้านดอลลาร์ Mordor Intelligence ประเมินสูงกว่าที่ 15 พันล้านดอลลาร์ และคาดว่าจะโตไปถึง 24–34 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2031

เฉพาะ Pokemon ปี 2024 กลายเป็น แบรนด์ของเล่นเพียงแบรนด์เดียวในโลก ที่ทำยอดขายทะลุ 1 พันล้านดอลลาร์ และเป็น top toy property ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน ดัชนีการ์ด Pokemon ปี 2025 เพิ่มขึ้น 61% ในปีเดียว แซง Bitcoin ทองคำ และ S&P 500 ไปเฉยเลย ถ้าใครยังมองว่ามันเป็นแค่ตลาดเด็กเล่น ก็แล้วแต่ครับ

TCG_Cards_Market_-_IMR_(1) (1).webp

ซึ่งความน่าสนใจนั่นดูจะเริ่มเป็นกระแสแม้จะยังไม่มีสถาบันการเงินออกมาวิเคราะห์ แต่ก็เริ่มมีกลิ่นเช่นการที่ Blackstone กองทุน Private Equity ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน Certified Collectibles Group (CCG) ซึ่งเป็นบริษัท grade การ์ด Pokemon ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ หรือการที่ Wall Street journal โพสบทความ The Hot Investment With a 3,000% Return? Pokémon Cards เมื่อปี 2025


ทำไมการ์ดบางใบถึงแพงเป็นล้าน

พิมพ์ออกมาตั้งหมื่นล้านใบ แต่ทำไมบางใบถึงขายได้เป็นล้านดอลลาร์ คำตอบมันมีหลายชั้น

ชั้นแรกคือความหายากที่ถูกออกแบบมา การ์ดระดับ Secret Rare (SR)หรือ Special Art Rare (SSR) มีโอกาสออกแค่ 1 ใน 100–200 แพ็ค และสำหรับการ์ดยุคแรกอย่าง 1st Edition Base Set ยิ่งหายากไปอีก เพราะพิมพ์ในยุคที่ Pokemon เพิ่งเริ่มต้น จำนวนน้อยกว่าปัจจุบันมาก

ชั้นที่สองคือเรื่องการ์ดที่หายไปแล้ว ไม่กลับมา การ์ดกระดาษมีอายุขัย โดนน้ำก็เสีย โดนแดดก็เหลือง วางไว้นานก็โค้งงอ ไม่ต้องพูดถึงกรณีที่แม่ทิ้งหรือพ่อขายในงานตลาดนัด ซึ่งมีเยอะมากในช่วงปลายยุค 90s ต้นยุค 2000s ที่คนยังไม่รู้ว่ามันจะมีมูลค่า

image_72a0b4f9-c90b-498c-ab70-bd43972297a9_800x.webp

ตัวเลขที่บอกได้ชัดที่สุดคือ 1st Edition Base Set Charizard มีคนส่งไปให้ PSA ตรวจสอบสภาพรวม 5,325 ใบ แต่ได้เกรดสูงสุด PSA 10 เพียง 124 ใบ หรือแค่ 2.3% เท่านั้น ที่เหลืออีก 97.7% สภาพไม่สมบูรณ์พอ ซึ่งมันบอกเราว่าการ์ดในสภาพสมบูรณ์จริงๆ หายากกว่าที่คิดมาก

ชั้นที่สามคือ Nostalgia แปลงเป็นเงิน Pokemon เปิดตัวในยุค 1996–1999 เด็กที่เล่นตอนนั้นตอนนี้อายุ 30–40 แล้ว มีเงินมากขึ้น และอยากซื้อวัยเด็กกลับมา ปรากฏการณ์นี้เกิดซ้ำทุกรุ่น และมันจะไม่หยุดตราบใดที่ยังมีคนโตขึ้น


ไม่ใช่การ์ดทุกใบจะมีคนต้องการ
 

9803026e-d71d-46ef-bd87-c1be564e2f20.jpg
โกดังญี่ปุ่นแถวบ้าน

แต่ก่อนที่ตื่นเต้นและรีบไปเปิดซองการ์ด Pokemon และหวังรวยไม่รู่เรื่อง หนึ่งในสิ่งที่ควรรู้คือการ์ดไม่มีค่าคือขยะทั้งนั้น ล่าสุดผลไปเดินโกดังญี่ปุ่นมือสองแถวบ้านและผมก็ได้เจอกับกองการ์ด Pokemon อยู่ห้าหกถังที่วางไว้เป็นกองโดยขายขีดละ 30 บาทเท่านั้นไม่มีใครสนใจ

ตัวเลข 3,821% ที่ WSJ อ้างและ 3,800% ที่นักเศรษฐศาสตร์พูดถึงนั้น มาจาก Card Ladder Index ซึ่ง track เฉพาะการ์ดที่ "มีคนซื้อขายจริง" เท่านั้น ไม่ได้นับการ์ดที่ไม่มีคนอยากได้ซึ่งมีอยู่เป็นหลักพันล้านใบในโลก

นี่คือสิ่งที่นักสถิติเรียกว่า survivorship bias หรือ "อคติของผู้รอด" คือเราเห็นแต่การ์ดที่ราคาพุ่ง แต่ไม่เห็นการ์ดอีกนับพันล้านใบที่ราคาไม่ไปไหนเลย เหมือนกับที่เราเห็นแต่คนที่รวยจากหุ้น แต่ไม่ค่อยเห็นคนที่ขาดทุนหมดตัวออกมาพูด

ถ้าซื้อถูกใบ ถูกเวลา ดูแลรักษาดี และโชคดีพอ ตัวเลขผลตอบแทนพวกนั้นเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าซื้อการ์ดทั่วไปจากซองสุ่มแล้วหวังว่าจะรวย โอกาสที่จะได้ผลตอบแทนแบบนั้นน้อยมาก ไม่ต่างจากการซื้อหวยแล้วอ้างว่าหวยให้ผลตอบแทน 75,000 เท่า ทำให้บางคนตัดสินใจที่จะเก็บกล่องโดนไม่เปิดแพคเลยก็มีอยู่มาก

 


ดราม่าเรื่อง Grading ที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง

label-callouts-back.webp

ก่อนตลาดการ์ดจะกลายเป็นตลาดลงทุน มันขาดสิ่งหนึ่งคือมาตรฐานกลางที่ทุกคนเชื่อได้ PSA และ CGC เข้ามาเติมช่องว่างนั้น รับตรวจสอบสภาพการ์ดและให้คะแนน 1–10 โดย PSA 10 คือสมบูรณ์แบบ เมื่อการ์ดผ่านการ grading แล้วมันจะถูกเก็บในเคสพลาสติกผนึกแน่น และกลายเป็นสินทรัพย์มาตรฐานที่ซื้อขายได้ทั่วโลก

กระบวนการ grading คือการส่งการ์ดไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบสองอย่างพร้อมกัน
 

  • อย่างแรกคือ ความแท้ ว่าการ์ดใบนั้นพิมพ์จริงหรือปลอม ตรวจทั้งกระดาษ สีพิมพ์ texture และลายนิ้วมือการผลิต

  • อย่างที่สองคือ สภาพ ว่าการ์ดมีรอยขีดข่วน มุมพับ พื้นผิวเป็นรอยหรือเปล่า โดยให้คะแนนตั้งแต่ 1 ถึง 10 ซึ่ง PSA 10 หรือ Gem Mint คือสภาพที่แทบสมบูรณ์แบบ ไม่มีรอยใดๆ ที่มองเห็นได้แม้จะใช้แว่นขยาย


เมื่อผ่านกระบวนการแล้ว การ์ดจะถูกผนึกในเคสพลาสติกแข็งใสพร้อมป้ายระบุเกรด ซึ่งเคสนั้นจะไม่ถูกเปิดอีกเลยตราบใดที่ยังซื้อขายกันอยู่ ทำให้ทุกคนที่ซื้อต่อมั่นใจได้ว่าการ์ดยังอยู่ในสภาพที่ได้รับการรับรองไว้
ความต่างของเกรดแค่ระดับเดียวอาจทำให้ราคาต่างกันหลายเท่า ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือ 1st Edition Charizard PSA 9 กับ PSA 10 ราคาห่างกันหลักแสนดอลลาร์

ระบบนี้ฟังดูดีมากในทางทฤษฎี แต่ปัญหาในทางปฏิบัติมีเยอะ

อย่างแรกคือความสม่ำเสมอของการ grade PSA และ CGC ถูกกล่าวหามาโดยตลอดว่าการ grade การ์ดใบเดียวกันในเวลาต่างกันอาจได้ผลต่างกัน นักสะสมบางคนส่งการ์ดใบเดียวกันไป grade ซ้ำหลายรอบ เรียกกันในวงการว่า cracking and regrading หวังให้ได้เกรดสูงขึ้น และบางครั้งก็ได้ผล ซึ่งแปลว่ากระบวนการนี้ไม่ได้ objective 100% อย่างที่โฆษณา

อย่างที่สองคือเรื่อง backlog ในช่วง COVID boom ที่คนแห่ส่งการ์ดไป grade พร้อมกัน PSA ต้องปิดรับ submission ชั่วคราวในเดือนมีนาคม 2021 เพราะ backlog ล้นมือ ราคาค่า grading พุ่งจากปกติ 20 ดอลลาร์ต่อใบไปสูงสุดที่ 10,000 ดอลลาร์ต่อใบสำหรับ express service และเวลารอที่เคยอยู่ที่ไม่กี่สัปดาห์ยืดออกไปเป็นหลายเดือน

อย่างที่สามคือของปลอม ตลาดที่ใหญ่ขึ้นดึงดูดของปลอมที่ซับซ้อนขึ้น มีรายงานจาก Cardmarket และชุมชนสะสมยุโรปว่ามีการ์ดปลอมคุณภาพสูงเข้าไปอยู่ในระบบ grade แล้ว และอย่างที่สี่คือดราม่า Logan Paul กับ PSA ที่จะเล่าให้ฟังในส่วนถัดไป

ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าระบบ grading ไม่มีประโยชน์ มันยังคงเป็นมาตรฐานที่ตลาดพึ่งพา แต่มันก็ไม่ใช่ระบบที่ perfect และผู้ซื้อต้องรู้ว่าตัวเองกำลังซื้อ "ความเชื่อมั่นในบริษัท grade card" ด้วย ไม่ใช่แค่ซื้อการ์ด


ตลาดมีอยู่ก่อน แต่ Logan Paul คือคนที่ทำให้โลกรู้จักมัน

ต้องพูดให้ชัดว่าตลาดการ์ด Pokemon เป็นตลาดจริงที่มีมานานก่อน Logan Paul จะรู้จัก Pokemon ด้วยซ้ำ Heritage Auctions, PWCC, Goldin Auctions รับซื้อขายการ์ดหายากกันมาเป็น 10 ปีแล้ว นักสะสมระดับ serious ลงทุนกันอย่างเป็นระบบมาตลอด

Logan Paul WWE WrestleMania Pokemon card necklace 2022
Logan paul ใส่สร้อยการ์ด pokemon ใน WWE WrestleMania 38 ปี 2022 

แต่ที่ตลาดนี้กลายเป็น mainstream เป็นเพราะ Logan Paul นักสร้างคอนเทนต์ชาวอเมริกันที่เริ่มดังจาก YouTube ตั้งแต่อายุยังน้อย ก่อนจะผันตัวมาเป็นนักมวยปล้ำ WWE และนักลงทุน ในช่วง COVID ปี 2020–2021 เขาเริ่มทำคอนเทนต์เปิดซองการ์ดหายากบน YouTube และ Twitch แล้วก็ซื้อ Pikachu Illustrator PSA 10 ในราคา 5.275 ล้านดอลลาร์จากนาย Marwan Dubsy ในดูไบ โดยแลกด้วย Pikachu Illustrator PSA 9 มูลค่า 1.275 ล้านบวกเงินสด 4 ล้าน จุดไคลแม็กซ์คือเขาสวมการ์ดเป็นสร้อยคอเพชรขึ้นเวที WWE WrestleMania 38 ปี 2022 ต่อหน้าผู้ชมหลายล้านคน

ภาพนั้นทำให้การ์ด Pokemon กลายเป็นข่าวที่คนไม่เล่นเกมก็รู้จัก ราคาการ์ดพุ่งขึ้นทั่วตลาด คนแห่เข้ามาซื้อการ์ดในฐานะการลงทุน และนักสะสมรุ่นเก่าที่ถือการ์ดมาตั้งแต่ยุค 90s ก็ขายออกได้ในราคาที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้

แต่พร้อมกับกระแสนั้น ก็มาพร้อมกับดราม่าที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือของตลาด


Logan Paul กับเรื่องที่ไม่ได้มีแค่การ์ด

Logan Paul ไม่ได้แค่ซื้อการ์ดแพงๆ แล้วถ่ายรูปลง Instagram เขาทำอะไรมากกว่านั้นหลายอย่าง ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดที่น่าชื่นชม

เรื่องแรกคือดราม่า PSA ชุมชนนักสะสมและ streamer อย่าง Mizkif ตั้งคำถามว่า Pikachu Illustrator PSA 10 ของ Paul ถูกส่ง regrade หลายครั้งก่อนจะได้ PSA 10 และมีการตั้งคำถามว่า PSA มี ให้คะแนนสูงกว่าที่ควรกับลูกค้ารายใหญ่หรือไม่ PSA ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ก็ไม่ได้เคลียร์อะไรได้จริงๆ

Liquid Marketplace Paul
Liquid Market place ที่ Logan paul สร้าง

เรื่องที่สองคือ Liquid Marketplace Paul ร่วมก่อตั้งแพลตฟอร์มที่อนุญาตให้นักลงทุนซื้อ fractional tokens ของการ์ดราคาแพง รวมถึง Pikachu Illustrator ของตัวเอง แนวคิดคือทุกคนสามารถเป็นเจ้าของการ์ดราคาหลักล้านได้แบบถือบางส่วน

ปัญหาคือในเดือนมิถุนายน 2024 Ontario Securities Commission ของแคนาดาเปิดคดีกล่าวหาผู้บริหาร Liquid Marketplace ว่าโอนเงินนักลงทุนประมาณ 3 ล้านดอลลาร์ไปซื้อนาฬิกาหรู สปา และของฟุ่มเฟือยส่วนตัว Paul ออกมาชี้แจงว่าเขาซื้อการ์ดคืนจากแพลตฟอร์มและออกเงินจ่ายคืนนักลงทุนเอง แต่ความเสียหายต่อชื่อเสียงก็เกิดขึ้นไปแล้ว

เรื่องที่สามคือ CryptoZoo โปรเจกต์ NFT เกมที่ขาย NFT ไข่สัตว์ที่จะฟักเป็นสัตว์ในเกม แต่เกมไม่เคยถูกพัฒนาอย่างจริงจัง Stephen Findeisen หรือ Coffeezilla ทำ investigative series 3 ตอนเปิดเผยเรื่องนี้ เกิดการฟ้องร้องและดราม่าต่อเนื่องหลายปี ล่าสุดปี 2025 คดีถูกยกฟ้องโดยศาลตัดสินว่าคำกล่าวอ้างของ Paul เป็น puffery หรือการโม้เกินจริง ไม่ใช่การฉ้อโกง

กรณีของ Logan Paul สอนให้รู้ว่าการนำของสะสมที่มีมูลค่ามาผสมกับ influencer marketing และ crypto นั้นมีความเสี่ยงสูงมาก และเส้นแบ่งระหว่างลงทุนกับถูกชักนำบางมากในตลาดแบบนี้


ทำไมคนถึงบินไปเปิดการ์ดที่ญี่ปุ่น

หนึ่งในปรากฏการณ์ที่คนข้างนอกวงการอาจงงคือมีนักสะสมจำนวนมากที่ยอมบินไปญี่ปุ่นเพื่อเปิดซองการ์ดที่นั่น

เหตุผลหลักคือราคาต่างกันมาก Booster box ภาษาอังกฤษในอเมริการาคา 140–200 ดอลลาร์ แต่ box ญี่ปุ่นราคาประมาณ 30–55 ดอลลาร์ที่ร้านทั่วไปหรือ Pokemon Center อย่างไรก็ตามชุดยอดนิยมบางชุดก็ราคาพุ่งขึ้นได้เช่นกัน Team Rocket's Mewtwo ex SAR ขายเปิดตัวที่ 50,000 เยนต่อ box

อีกเหตุผลคือ Japan-exclusive sets การ์ดบางชุดพิมพ์เฉพาะในญี่ปุ่น ไม่มีภาษาอื่น และในชุมชนผู้สะสมมีการยอมรับกันว่าคุณภาพกระดาษและการพิมพ์ญี่ปุ่นดีกว่า ทำให้โอกาสได้ Grade สูงจาก PSA มากกว่า

playmat-pikachu-and-eevee-van-gogh-museum-pokemon-collaboration.jpg
Van Gogh Pikachu ที่แจกฟรีแต่ปัจจุบันขายเป็นแสน

กรณีที่แสดงให้เห็นชัดว่า exclusive ผลักราคาได้แค่ไหนคือ Van Gogh Pikachu ปี 2023 พิพิธภัณฑ์ Van Gogh ในอัมสเตอร์ดัมแจกการ์ดโปรโมพิเศษ ผลคือการ์ดขายต่อบน eBay สูงถึง 730 ดอลลาร์ต่อใบ และพิพิธภัณฑ์ต้องหยุดแจกหลังเปิดได้แค่ 2 สัปดาห์เพราะคนแห่ไปรับจนเกิดความวุ่นวาย

 


Pokemon Onchain คืออะไร และมันทำงานยังไง

ราวปี 2022–2023 กลุ่มนักพัฒนาสาย crypto เริ่มตั้งคำถามว่าถ้าการ์ด Pokemon มีมูลค่าสูงขนาดนี้ และซื้อขายกันยากเพราะต้องส่งทางไปรษณีย์ข้ามประเทศ ทำไมไม่เอามันขึ้นบล็อกเชน

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Pokemon Onchain ที่ทำกันในตลาดตอนนี้ ไม่ใช่การสร้างภาพ Pokemon ขึ้นมาใหม่แล้วขายเป็น NFT เพราะแบบนั้นผิดลิขสิทธิ์ทันที สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือการทำ Real World Asset Tokenization ของการ์ดของจริงที่มีอยู่แล้ว หรือพูดง่ายๆคือ Official ไม่ได้เอี่ยวกับเรื่องนี้

ae349a4d-4825-4808-afe4-5c7b12d6414d.png
การทำ Card เป็น RWA

 

หาการ์ดมาจากไหน

แพลตฟอร์มอย่าง Courtyard และ Collector Crypt ซื้อการ์ด Pokemon ที่ผ่าน grading จาก PSA หรือ CGC แล้ว จากหลายช่องทางทั้งตลาด secondary อย่าง eBay, PWCC, Goldin Auctions รวมถึงรับซื้อโดยตรงจากนักสะสมที่ต้องการ tokenize การ์ดของตัวเอง

ส่วน RIP.FUN เลือกใช้แนวทางต่างออกไปโดยสิ้นเชิงคือซื้อซองการ์ดที่ยังปิดผนึกอยู่ แล้วเปิดสดๆ ต่อหน้ากล้อง บันทึกวิดีโอทั้งหมดเป็นหลักฐาน จากนั้นนำการ์ดที่ได้มา tokenize

การ์ดถูกเก็บไว้ที่ไหน

การ์ดจริงทุกใบถูกนำไปเก็บใน vault หรือห้องนิรภัยที่ควบคุมอุณหภูมิและความชื้น Courtyard ใช้บริการ Brink's ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลกที่ดูแลทั้งธนบัตรและทองคำ ส่วน Collector Crypt ใช้ PWCC ซึ่งเป็นผู้นำในตลาดประมูลการ์ดสะสม

หลังจากเก็บเข้า vault แล้ว ระบบจะ mint NFT ขึ้นบนบล็อกเชน โดย NFT นั้นมี metadata ครบถ้วนทั้งเกรด หมายเลขซีเรียลของ grading company ภาพการ์ดทุกมุม และตำแหน่งที่เก็บ แต่ละ NFT ตรงกับการ์ดจริงแบบ 1 ต่อ 1

เวลาลูกค้ามาเปิดแพค สุ่มยังไง

แพลตฟอร์มนำการ์ดที่ tokenize แล้วมาใส่ใน Gacha Machine หรือ Vending Machine ดิจิทัล ผู้ใช้จ่ายเงินคริปโต SOL, USDC หรือ MATIC เพื่อซื้อซองดิจิทัลแล้วสุ่มได้การ์ด

ราคาซองแบ่งเป็น tier ต่างๆ ซอง Elite ราคาประมาณ 50–60 ดอลลาร์ โอกาส big win ประมาณ 20% buyback floor 85% ซอง Legendary ราคาประมาณ 250 ดอลลาร์ โอกาส big win ประมาณ 25% buyback floor 90% และซอง Premium บางแพลตฟอร์มมีถึง 1,000 ดอลลาร์ต่อซอง ซึ่งกลายเป็นซองที่ทำรายได้สูงสุดใน Q1 ปี 2026 สำหรับ Collector Crypt

เมื่อเปิดซองแล้ว ผู้ใช้จะเห็น reveal แบบเดียวกับที่เห็นใน opening video บน YouTube แต่ครั้งนี้คุณเป็นคนเปิดเอง และผลที่ออกมาบันทึกบน blockchain

หลังเปิดซองแล้ว ทำอะไรได้บ้าง

มีทางเลือก 3 ทาง ทางแรกคือถือ NFT ไว้แล้วขายต่อใน secondary market อย่าง Magic Eden เมื่อราคาขึ้น ทางที่สองคือ Instant Buyback ขายคืนให้แพลตฟอร์มทันทีที่ราคา 85–90% ของ Fair Market Value โดยอ้างอิงราคาจาก eBay, TCGPlayer หรือ Card Ladder ผู้ใช้รู้มูลค่าทันทีหลังเปิดซอง ทางที่สามคือ Redeem ของจริง เผา NFT แล้วให้แพลตฟอร์มส่งการ์ดจริงมาถึงบ้าน โดยต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการถอนจาก vault ประมาณ 2% บวกค่าจัดส่งข้ามประเทศ


สุดท้ายไม่มีใครเอาการ์ดจริงกลับบ้าน
 

Reiness pokemon card buyback
เกลือ

CEO ของ Courtyard บอกชัดเจนในบทสัมภาษณ์ว่าแพลตฟอร์มมี low redemption rates แทบไม่มีใคร redeem การ์ดจริงออกมา ส่วน Collector Crypt มีรายได้เกือบ 100% มาจาก Gacha ไม่ใช่จากการซื้อขายการ์ดจริง

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ เพราะค่า redemption 2% บวกค่าส่งข้ามประเทศทำให้ไม่คุ้มสำหรับการ์ดมูลค่าต่ำ การ trade NFT ออนไลน์เร็วและสะดวกกว่ามาก และที่สำคัญที่สุดคือคนส่วนใหญ่ที่เล่น Pokemon Onchain ไม่ได้เป็นนักสะสมการ์ดกระดาษ แต่เป็นนักเก็งกำไรในโลกคริปโตที่มาเพราะความตื่นเต้นของการสุ่มและโอกาสทำกำไร

ซึ่งพอเข้าใจตรงนี้แล้วก็จะเข้าใจว่าทำไมมันถึงเป็นประเด็นทางกฎหมายในหลายประเทศ


สิ่งที่แพลตฟอร์มไม่ค่อยบอก: การ์ดที่คุณ buyback คืนวนกลับเข้า pool ใหม่

นี่คือจุดที่ Pokemon Onchain ต่างจากการซื้อซองการ์ดจริงมากที่สุด และเป็นเรื่องที่แทบไม่มีแพลตฟอร์มไหนพูดถึงตรงๆ

เมื่อคุณซื้อซอง Pokemon ของจริงที่ร้าน มันทำงานแบบ sampling without replacement คือยิ่งเปิดมากขึ้น การ์ดที่ไม่ใช่ก็หายไปจาก pool ตลอดกาล ถ้ากล่องมีการ์ดหายาก 1 ใบใน 50 แล้วเปิดไป 49 ใบไม่เจอ ใบที่ 50 การันตีได้การ์ดนั้นแน่นอน

แต่ Pokemon Onchain ทำงานแบบ sampling with replacement ทุกครั้งที่เปิดซอง โอกาสได้การ์ดหายากเท่ากันตลอด ไม่มีการสะสมโอกาส ไม่มีอะไรการันตีว่าเปิดนานพอจะเจอของดี เพราะการ์ดที่คนก่อนหน้า buyback คืนถูกนำกลับเข้า pool ใหม่เรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลนี้ไม่ใช่การเดาครับ CoinMarketCap วิเคราะห์กลไกของ Collector Crypt ไว้ชัดเจนว่า "ระบบนำ NFT ที่ buyback กลับมาวนเข้า Gacha pool ใหม่ เพื่อให้ supply ของระบบยั่งยืน" และ Bitget Academy รายงานว่าการ์ดแต่ละใบใน Collector Crypt ถูกเอาเข้าระบบสุ่มเฉลี่ยถึง 8 รอบต่อเดือน ซึ่งนั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้โมเดลธุรกิจนี้ทำงานได้ เพราะการ์ดใบเดียวสามารถสร้างรายได้ให้แพลตฟอร์มได้ไม่จำกัดรอบตราบใดที่ยังมีคนกดเปิดซองอยู่

CEO ของ Collector Crypt ให้สัมภาษณ์กับ OpenSea ยืนยันเองด้วยว่าหลังจาก mint NFT แล้ว การ์ดจะถูกส่งไปยังเจ้าของเดิม ขึ้น marketplace ของแพลตฟอร์ม เก็บไว้ใน internal wallet หรือเข้า Gacha vending machine โดยตรง ซึ่งแปลว่าการ์ดที่คุณเพิ่ง buyback คืนไปนั้น มีโอกาสกลับมาอยู่ในซองที่คนอื่นกำลังจะกดเปิดอยู่เลยครับ

ส่วน Courtyard เลือกที่จะไม่พูดตรงๆ บอกแค่ว่า "เมื่อของในเครื่องใกล้หมด เครื่องจะถูกเติมของใหม่" แต่ไม่มีคำอธิบายใดเลยว่าของที่เติมเข้ามานั้นมาจากไหน ซื้อใหม่จากตลาด หรือเป็นของที่คนเพิ่ง buyback คืนมานั่นเองครับ

ผลลัพธ์จากโมเดลนี้คือ สมมติการ์ดใบหนึ่งมูลค่า 100 ดอลลาร์วนใน pool 20 รอบ แต่ละรอบมีคนจ่าย 50 ดอลลาร์เพื่อสุ่มได้มันแล้วขาย buyback 45 ดอลลาร์ คนที่เล่น 20 รอบจ่ายรวม 1,000 ดอลลาร์ แต่การ์ดยังมีมูลค่า 100 ดอลลาร์เท่าเดิม แพลตฟอร์มได้ spread สะสม 100 ดอลลาร์จากการ์ดใบเดียว ซึ่งเท่ากับมูลค่าการ์ดทั้งใบพอดี แน่นอนเจ้าของแพลทฟอร์มน่าจะรวยมาก

มันไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ เพราะมีของจริงหนุนหลัง แต่กลไกการเก็บกำไรจากการวน asset เดิมซ้ำๆ นั้นไม่ต่างจากที่ casino ทำกับ chip ของตัวเอง


ใครกำหนดราคา และมีใครควบคุมทั้งระบบไหม

Collect crypt
Collector crypt ดึงจาก Ebay

ประเด็นที่คนมองข้ามอีกอย่างหนึ่งคือ ราคาที่คุณได้รับตอน buyback นั้นมาจากไหน

Collector Crypt ดึงราคาจาก eBay และ ALT มาเป็น reference สำหรับคำนวณ buyback

Courtyard ใช้ Card Ladder เป็น oracle หลัก ซึ่งฟังดูเป็นกลาง แต่มีรายละเอียดที่น่าสนใจมาก Card Ladder ถูก Collectors Universe ซื้อกิจการในปี 2021 และ Collectors Universe ก็เป็นบริษัทแม่ของ PSA ซึ่งเป็นคนที่ grade การ์ดพวกนั้น บริษัทเดียวกันทำทั้ง "ให้คะแนนสภาพการ์ด" "บอกว่าการ์ดนั้นราคาเท่าไหร่" และ "เป็น vault partner" ผ่าน Goldin Auctions ซึ่งก็อยู่ในเครือเดียวกัน

นี่ไม่ได้แปลว่าระบบโกงอยู่ แต่มันแปลว่าไม่มีบุคคลที่สามที่ neutral จริงๆ มาบอกว่าราคา buyback ที่คุณได้รับนั้นยุติธรรมหรือเปล่า และถ้ามูลค่าตลาดที่แพลตฟอร์มคำนวณต่ำกว่าที่ควร คุณก็ได้เงินคืนน้อยกว่าที่ควรโดยไม่รู้ตัว

และเราอย่าลืมว่าการ์ดบางใบที่มี Supply น้อยมากๆการเปลี่ยนแปลงของการขาย 1 ใบนั้นมีผลต่อราคามากเพราะนี่คือตลาด Collectible ที่ Liquidity มันต่ำมากเช่นการดึงราคาจาก Ebay ซึ่งการซื้อขายสุดท้ายนั้นอาจจะนานมากแล้วก็เป็นไปได้


เชื่อถือระบบพวกนี้ได้แค่ไหน สองคำถามที่ต้องถามแยกกัน

ก่อนจะตัดสินใจเล่น Pokemon Onchain มีคำถามสองข้อที่ต้องถามแยกกัน เพราะคนส่วนใหญ่มักสับสนระหว่างสองเรื่องนี้

คำถามแรก: การ์ดมีอยู่จริงไหม

แพลตฟอร์มส่วนใหญ่ทำได้ดีพอสมควรในส่วนนี้ กระบวนการคือส่งการ์ดให้ PSA หรือ CGC ตรวจสอบความแท้และให้คะแนน แล้วนำไปเก็บใน vault ของ Brink's, PWCC หรือ Fanatics จากนั้น mint NFT ที่ระบุ serial number ตรงกับการ์ดจริงบน blockchain ในทางทฤษฎีถ้าเชื่อทุกชั้นของระบบ ก็พอเชื่อได้ว่าการ์ดมีตัวตนจริง

แต่ระบบนี้มีหลายชั้นที่ต้องเชื่อใจพร้อมกัน ต้องเชื่อว่า PSA ตรวจถูกต้องและไม่มีของปลอมหลุดเข้ามา ซึ่ง PSA เองรายงานว่าต้องคัดกรองของปลอมออกมูลค่ากว่า 200 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 เพียงปีเดียว ต้องเชื่อว่า vault เก็บการ์ดนั้นอยู่จริงโดยไม่มีการสลับ และต้องเชื่อว่าแพลตฟอร์มเชื่อม serial number กับ NFT ถูกต้องโดยไม่มีการแก้ไขภายหลัง ซึ่งในกรณีของ Courtyard metadata ยังอยู่บน centralized API ของบริษัท ไม่ใช่ decentralized storage 

คำถามที่สอง: การสุ่มว่าใครได้อะไร มันยุติธรรมไหม

นี่คือส่วนที่ต่างกันมากในแต่ละแพลตฟอร์มและเป็นส่วนที่ตอบได้ยากกว่า

Phygitals อ้างว่าใช้ public VRF และ commit-reveal scheme ซึ่งถ้าจริงหมายความว่าผลการสุ่มถูกล็อคไว้ก่อนที่คุณจะกดเปิดซอง Collector Crypt บน TON version ระบุว่าใช้ VRF เช่นกัน แต่ยังไม่มี public audit อิสระมายืนยัน Courtyard บอกว่าทุก pull เป็น public บน blockchain ตรวจสอบได้ แต่ไม่มี cryptographic proof ที่พิสูจน์ได้ว่ากลไกสุ่มไม่ถูกแทรกแซง

ส่วน Renaiss เป็น Closed Beta ที่บอกว่าจะใช้ Zero knowledge proof ในการสุ่ม

แต่แม้กลไกสุ่มจะโปร่งใส 100% ก็ยังมีคำถามชั้นที่สามที่ตอบยากกว่า นั่นคือ pool ของการ์ดที่เอามาใส่ในระบบนั้นมีอะไรบ้าง ใครกำหนด และการ์ดที่มีมูลค่าสูงจริงๆ ถูกใส่เข้าไปครบถ้วนหรือเปล่า



จุ่มการ์ด On-chain เป็นการพนันไหม
 

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าการพนันในทางกฎหมายต้องประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ หนึ่งวางเดิมพันด้วยเงินจริง สองผลลัพธ์ถูกตัดสินโดยโชค และสามมีรางวัลที่มีมูลค่าเงินจ่ายกลับมาตามผลโชคนั้น

 

ในโลกเกมดิจิทัล Loot Box คือระบบที่ให้ผู้เล่นจ่ายเงินเพื่อเปิดกล่องได้ไอเทมแบบสุ่ม และมันกลายเป็นประเด็นระดับนโยบายในหลายประเทศตั้งแต่ราวปี 2018 เบลเยียมเป็นประเทศแรกที่ลงมือจัดการ Belgian Gaming Commission ตัดสินชัดเจนว่า Loot Box ที่ซื้อด้วยเงินจริงและรางวัลสามารถแลกเป็นมูลค่าได้ถือเป็นการพนัน ผลคือเกมอย่าง FIFA Ultimate Team และอื่นๆ ต้องปิดระบบ loot box ในเบลเยียมหรือถอนตัวออกจากตลาดนั้น เกาหลีใต้ออกกฎหมาย Game Industry Promotion Act ในเดือนมีนาคม 2024 บังคับให้เกมทุกตัวต้องเปิดเผย probability ของ loot box อย่างชัดเจน

yq-genshin4-20102020.jpg
กาชาเกลือๆการันตีเมื่อจ่ายครบ 1600 แล้วได้ตัวซ้ำ

ที่น่าสนใจคือ loot box บางแบบรอดพ้นข้อกล่าวหาเรื่องการพนันได้ เพราะมีระบบการันตี เช่น เกมบางตัวมี "pity system" ที่บอกชัดว่าเปิดไปไม่เกิน 90 ครั้งต้องได้ของหายากแน่นอน หรือมีการ์ดรับประกันขั้นต่ำในทุก pack เช่นกล่องการ์ด Pokemon จริงที่การันตีว่าต้องมี Rare อย่างน้อยกี่ใบต่อกล่อง แบบนี้มีองค์ประกอบ "guaranteed value" ที่ทำให้กฎหมายบางประเทศไม่ตีว่าเป็นการพนันเต็มรูปแบบ

แต่ Pokemon Onchain ไม่มีการันตีแบบนั้น ทุกซองคือ 1/50 เท่ากันตลอด ไม่ว่าจะเปิดมากี่รอบแล้ว เพราะการ์ดที่ buyback กลับมาวนเข้า pool ใหม่ตลอดเวลา ไม่มีการ์ดใบไหน "หายไป" จาก pool เลย ซึ่งทำให้มันใกล้เคียงกับสล็อตแมชชีนมากกว่าการซื้อซองการ์ดจริงๆ มาก

คำถามคือการ์ดกระดาษธรรมดาคือการพนันไหม คำตอบในทางกฎหมายส่วนใหญ่คือไม่ เพราะเมื่อคุณซื้อซองที่ร้าน ร้านไม่ได้จ่ายเงินกลับให้คุณตามผลที่ออกมา ไม่ว่าจะได้ Charizard หรือ Pidgey ร้านก็ได้เงินค่าซองไปเต็มๆ มูลค่าของการ์ดที่ได้เกิดขึ้นใน secondary market ซึ่งกฎหมายส่วนใหญ่แยกออกไม่ถือว่าเป็นรางวัลจากการพนัน

แต่ Pokemon Onchain ต่างกันตรงที่มี Instant Buyback เมื่อแพลตฟอร์มรับซื้อการ์ดคืนจากผู้ใช้ทันทีที่ราคา 85–90% ของ FMV หรือมูลค่าตลาดยุติธรรม แพลตฟอร์มกำลังทำหน้าที่เหมือนคาสิโนที่จ่ายรางวัล นั่นคือมีเงินจริงในการเปิดซอง มีผลลัพธ์แบบสุ่มล้วนๆ ไม่มีการันตี และมีการจ่ายเงินกลับจากผู้ให้บริการโดยตรง ครบทั้ง 3 องค์ประกอบของการพนันพอดีเลย

นี่คือสาเหตุที่ Collector Crypt จำกัดการเข้าถึงจากผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และจีน ไม่ใช่เพราะใจดีปฏิเสธรายได้ แต่เพราะกังวลว่าจะโดนตีความเป็นการพนันในประเทศเหล่านั้น

แม้แต่ Pokemon TCG Pocket เกมโมบายที่ The Pokemon Company เปิดตัวเองก็ยังไม่รอดพ้นปัญหานี้ เกมที่ทำรายได้ 1 พันล้านดอลลาร์ภายใน 204 วันถูกแบนในเบลเยียมเพราะระบบกาชาของมัน และไม่ได้เปิดตัวในเนเธอร์แลนด์ด้วยเหตุผลเดียวกัน

ตอนนี้โลก Pokemon Onchain อยู่ในเขตสีเทาที่กฎหมายยังไม่ครอบคลุม แต่ทิศทางของกฎระเบียบทั่วโลกกำลังขยับมาในทิศทางที่จะทำให้มันซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ


The Pokemon Company คิดอะไรอยู่

ท่าทีอย่างเป็นทางการชัดเจน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ The Pokemon Company บอกว่าณ ตอนนี้เราไม่มีเจตนาที่จะเปลี่ยนการ์ดดิจิทัลเป็น NFT และบอกได้ชัดเจนว่านั่นไม่ใช่แผนของเรา

แต่ในขณะเดียวกัน Pokemon Company ก็ยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยี distributed ledger และ NFT ตั้งแต่ปี 2022 ได้รับอนุมัติปี 2024 รวมถึงประกาศรับสมัครพนักงานที่ต้องการความรู้ด้าน Web3 และ NFT

af9fedac4a766e523fd5b2ea93efe440976f1856-911x845.jpg
Pokemon HOME NFT

เดือนเมษายน 2025 มีเหตุการณ์หนึ่งที่ทำให้ราคา SUI token พุ่งขึ้นกว่า 60% ในสัปดาห์เดียว Pokemon HOME อัปเดตเพิ่มฟีเจอร์ Medals ซึ่งเป็นของสะสมดิจิทัลที่มี unique ID และส่งต่อกันได้ ในเวลาเดียวกัน privacy policy ของ Pokemon HOME เพิ่มชื่อ Parasol Technologies ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนา infrastructure blockchain บน Sui ที่ Mysten Labs เพิ่งซื้อกิจการไป ชุมชนคริปโตตีความว่านี่คือสัญญาณที่ Pokemon Company กำลังจะเข้าสู่ blockchain และราคา SUI ก็พุ่ง

แต่ความจริงคือไม่มีการยืนยันจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย Sui Foundation ลบ reference ที่เอ่ยถึง Pokemon ออกจาก blog อย่างรวดเร็ว Pokemon Company ยังคงบอกว่าไม่มีแผน NFT และ Medals ก็ทำงานเหมือนของสะสมดิจิทัลธรรมดา ไม่มี wallet หรือ on-chain action ที่ผู้ใช้มองเห็น


แพลตฟอร์มที่มีอยู่ตอนนี้

ถ้าอยากเริ่มดูหรือลองใช้งาน แพลตฟอร์มหลักที่ควรรู้จักมีอยู่ไม่กี่ราย

Courtyard.io บน Polygon เป็นแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในแง่ volume สะสม vault partnership กับ Brink's ไม่มี native token ยอดขายสะสมทะลุ 400 ล้านดอลลาร์

Collector Crypt บน Solana เป็นแพลตฟอร์มที่เติบโตเร็วที่สุดในรูปแบบ Gacha มี token ชื่อ CARDS ทำรายได้เกิน 146 ล้านดอลลาร์ใน Q1 ปี 2026 แต่จำกัดผู้ใช้จากสหรัฐฯ อังกฤษ และจีน

Phygitals บน Solana โมเดล phygital hybrid มีระบบ Claw Machine และ Lucky Draw

RIP.FUN บน Base ของ Coinbase เปิดซองของจริงสดๆ พร้อมบันทึกวิดีโอ ค่าธรรมเนียมต่ำที่สุดที่ 2.5%

Renaiss บน BNB Chain น้องใหม่ที่อ้างว่าใช้ Merkle proofs และ zero-knowledge validation ทำให้การสุ่มตรวจสอบได้จริงบน chain มีทั้ง limited drop อย่าง Costume Pack และ perpetual gacha ชื่อ OMEGA ที่เปิดตลอดเวลา ราคาเริ่มที่ 48–88 ดอลลาร์ต่อ pack และยังมี RenaCrypt Pack ที่เป็น collab กับ Collector Crypt ด้วย ปัจจุบันอยู่ใน open beta

Shiny บน Abstract (Ethereum L2) พัฒนาโดย Igloo Inc. ทีมเดียวกับ Pudgy Penguins ออกแบบมาให้คนที่ไม่รู้เรื่อง crypto ใช้งานได้ง่าย login ด้วย email หรือ social media ได้เลยโดยไม่ต้องมี wallet อ้างว่าใช้ verifiable randomness ที่ตรวจสอบได้ทุก outcome ราคาเริ่มที่ 25–250 ดอลลาร์ต่อ pack ปัจจุบันอยู่ใน open beta เช่นกัน



การล่า Airdrop
 

image.png
Renaiss.xyz

Courtyard เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด แพลตฟอร์มนี้ไม่มี native token มาตั้งแต่ต้น แต่ก็ไม่เคยบอกว่าจะไม่ทำ ซึ่งนั่นเพียงพอแล้วสำหรับชุมชน crypto ที่จำ Uniswap, dYdX และ Blur ได้ดีว่าแพลตฟอร์มที่ไม่มี token มักจบลงด้วยการ airdrop ให้กับ early users ผลคือมีคนจำนวนมากที่เข้ามาซื้อขายบน Courtyard ไม่ใช่เพราะอยากได้การ์ด Pokemon แต่เพราะกำลัง farm volume และ activity ไว้รอวันที่ Courtyard อาจประกาศ token

Shiny และ Renaiss ที่เพิ่งเปิด beta ก็ใช้กลไกเดียวกันในการดึงผู้ใช้ Shiny มีระบบ referral ที่ให้ส่วนลด 10% สำหรับผู้ใช้ใหม่ที่สมัครผ่านลิงก์ ซึ่งเป็น pattern คลาสสิกของแพลตฟอร์มที่กำลัง build community ก่อน launch token ส่วน Renaiss มีระบบ points สะสมที่ยังไม่ได้บอกว่าจะเอาไปทำอะไร แต่ก็ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำ

ถ้าอยากลองล่า Airdrop ไปลองได้ที่ https://www.renaiss.xyz/ref/wingsthrow3768


สรุป

Pokemon TCG เดินทางมาไกลมากจากนิตยสาร CoroCoro Comic ปี 1996 มันกลายเป็นอุตสาหกรรมที่มีการผลิต 75,000 ล้านใบ มีตลาดระดับโลกหลายพันล้านดอลลาร์ และมีการ์ดใบเดียวที่ขายได้แพงกว่าอพาร์ทเมนต์ในย่านดีๆ หลายสิบห้อง

โลก Onchain เปิดบทใหม่ให้กับตลาดนี้ แต่ก็มาพร้อมกับคำถามที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจน ทั้งเรื่องกฎหมาย ความโปร่งใส และความยั่งยืน

สิ่งที่ต้องเข้าใจให้ชัดก่อนตัดสินใจเข้ามาในตลาดนี้คือ ราคาหลักล้านที่เห็นในหัวข้อข่าวมาจากการ์ดหายากที่มีอยู่ในโลกน้อยกว่า 100 ใบ ไม่ใช่การ์ดในแพ็คที่เพิ่งเปิด และในโลก Onchain ถ้าคุณคิดว่ากำลังลงทุนในสินทรัพย์แต่ไม่เคยถือการ์ดจริงเลยสักใบ คุณอาจกำลังเล่นการพนันแบบใหม่มากกว่า ลงทุนในของสะสม โดยที่ไม่รู้ตัว

และถ้าวันหนึ่ง The Pokemon Company ตัดสินใจเข้ามาทำเองอย่างเป็นทางการ ทุกอย่างในระบบนิเวศนี้จะเปลี่ยนไปภายในคืนเดียว

สำหรัยคนที่อยากไปลองจุ่มไปลองได้


บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Behind the Crypto รายการที่เจาะลึก เบื้องหลัง และแฉความจริงของโลกคริปโต

แหล่งข้อมูล: CoinGecko, Zion Market Research, Mordor Intelligence, Heritage Auctions, Guinness World Records, Bulbapedia, PokeGuardian, The Block, Cointelegraph, Cardlines, Kotaku, PlayToEarn, The Defiant, Protos, Ontario Securities Commission, CoinMarketCap, Bitget Academy, OpenSea Blog (Collector Crypt CEO Interview), Courtyard.io Terms of Service & Help Center, Sports Collectors Digest (PSA Fraud Report 2025)

บทความทั้งหมด