แอปเทรดคริปโตมีอะไรบ้าง เลือกยังไงถึงปลอดภัย
แอปเทรดคริปโตเลือกยังไง ในวันที่ตลาด Exchange ดุเดือดแบบนี้ มีแอปใหม่เกิดขึ้นมากมาย แล้วเราจะเลือกยังไงให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ในโลกคริปโตนั้น มีวิธีที่จะเข้าถึงสินทรัพย์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายผ่าน On-chain Exchange ที่การซื้อขายทั้งหมดจะอยู่ในบนบล็อกเชน หรืออีกวิธีที่เป็นที่นิยมมาก ก็คือศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ต่าง ๆ และบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจกันให้มากขึ้น ว่าโลกคริปโตมีวิธีการเทรด หรือซื้อขายอย่างไรบ้าง แล้วต้องเลือกยังไงถึงจะไม่โดนหลอก!
แอปเทรดคริปโต คืออะไร?
แอปเทรดคริปโต หรือ แอปพลิเคชันซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล คือ โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันบนมือถือที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย โดยควรจะได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. ของแต่ละประเทศ ซึ่งแอปเทรดคริปโตเปรียบเสมือนตลาดกลาง ที่เชื่อมต่อผู้ซื้อและผู้ขายคริปโตเข้าด้วยกัน ทำหน้าที่รวบรวมสภาพคล่อง (Liquidity) ของคริปโตต่าง ๆ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถ
- ดูราคา แสดงราคาซื้อขายของคริปโตแต่ละคู่แบบเรียลไทม์
- วิเคราะห์กราฟ แสดงกราฟราคาคริปโตย้อนหลังเพื่อวิเคราะห์แนวโน้ม
- วางคำสั่งซื้อขาย วางคำสั่งซื้อ (Buy) หรือขาย (Sell) คริปโต
- ตรวจสอบสถานะการซื้อขาย เทรดคริปโต
- ฝากและถอนเงิน Fiat (เงินจริง) เข้า-ออกจากบัญชีซื้อขาย
- ดูข้อมูลเกี่ยวกับคริปโตแต่ละเหรียญ เช่น ข้อมูลโครงการ ข่าวสาร และ Whitepaper

ข้อดีของการใช้แอปเทรดคริปโต
- สะดวก รวดเร็ว: ซื้อขายคริปโตได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์
- ปลอดภัย: แอปเทรดคริปโตชั้นนำมีระบบความปลอดภัยที่รัดกุม ช่วยปกป้องเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้ใช้
- ใช้งานง่าย: แอปเทรดคริปโตส่วนใหญ่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมือโปร
- หลากหลาย: รองรับการซื้อขายคริปโตหลากหลายเหรียญ
- ฟีเจอร์ครบครัน: แอปเทรดคริปโตหลายแห่งมีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น กราฟเทคนิค เครื่องมือวิเคราะห์ และบริการ staking
คริปโตซื้อขายยังไง?
การซื้อขายบน Exchange
วิธีนี้เหมาะมากสำหรับมือใหม่ เพราะว่าใช้งานง่าย สะดวก UX/UI เข้าใจง่าย และส่วนใหญ่มักใช้เงิน Fiat ซื้อได้เลย
1. ความสะดวกและรวดเร็ว
การซื้อขายบน Exchange นั้นสะดวกและรวดเร็วกว่าการซื้อขายแบบ On-chain
- บน Exchange ผู้ใช้สามารถซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีได้โดยไม่ต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์พิเศษ เพียงแค่สมัครบัญชีและฝากเงินเข้าบัญชี
- บน Exchange ผู้ใช้สามารถจับคู่คำสั่งซื้อขายกับผู้ซื้อและผู้ขายรายอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องรอการยืนยันจากเครือข่าย
การซื้อขายแบบ On-chain นั้นซับซ้อนและใช้เวลานานกว่า
- การซื้อขายแบบ On-chain ผู้ใช้จำเป็นต้องดาวน์โหลดซอฟต์แวร์กระเป๋าเงินดิจิทัลและเรียนรู้วิธีใช้งานซอฟต์แวร์
- การซื้อขายแบบ On-chain ผู้ใช้ต้องรอให้ธุรกรรมได้รับการยืนยันจากเครือข่าย ซึ่งอาจใช้เวลานานหลายนาทีหรือหลายชั่วโมง
2. สภาพคล่อง
Exchange มีสภาพคล่องสูงกว่าการซื้อขายแบบ On-chain
- บน Exchange ผู้ใช้สามารถซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีได้ในปริมาณมากโดยไม่ต้องกังวลว่าจะหาคู่ค้าไม่ได้
- บน Exchange ราคาคริปโตเคอร์เรนซีมีแนวโน้มที่จะมีความผันผวนน้อยกว่าการซื้อขายแบบ On-chain
การซื้อขายแบบ On-chain นั้นมีสภาพคล่องต่ำกว่า
- การซื้อขายแบบ On-chain ผู้ใช้ may encounter difficulty in finding buyers or sellers, especially for less popular cryptocurrencies.
- การซื้อขายแบบ On-chain ราคาคริปโตเคอร์เรนซีมีแนวโน้มที่จะมีความผันผวนมากกว่าการซื้อขายบน Exchange
3. ค่าธรรมเนียม
Exchange ทั่วไปมีค่าธรรมเนียมสำหรับการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี
- ค่าธรรมเนียมบน Exchange นั้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับ Exchange แต่ละแห่ง และประเภทของการซื้อขาย
- ค่าธรรมเนียมบน Exchange โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 0.1% ถึง 0.5% ของมูลค่าการซื้อขาย
การซื้อขายแบบ On-chain นั้นมีค่าธรรมเนียมสำหรับค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่าย
- ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่าย นั้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเครือข่าย และขนาดของธุรกรรม
- ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบนเครือข่าย โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 0.01% ถึง 0.1% ของมูลค่าการซื้อขาย
4. ความปลอดภัย
Exchange ทั่วไปมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด
- Exchange ส่วนใหญ่เก็บคริปโตเคอร์เรนซีของผู้ใช้ไว้ใน Cold Storage ซึ่งเป็นการเก็บแบบออฟไลน์เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์
- Exchange ส่วนใหญ่มีระบบ 2FA (Two-Factor Authentication) เพิ่มชั้นความปลอดภัยให้กับบัญชีผู้ใช้
การซื้อขายแบบ On-chain นั้นผู้ใช้ต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของคริปโตเคอร์เรนซีของตนเอง
- ผู้ใช้ จำเป็นต้องเก็บคริปโตเคอร์เรนซีของตนเองไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ปลอดภัย
- ผู้ใช้ จำเป็นต้องระวังมัลแวร์และการโจมตีทางไซเบอร์อื่นๆ
การซื้อขาย On-Chain
ธุรกรรมแบบ On-Chain หรือ ธุรกรรมบนบล็อกเชน หมายถึง ธุรกรรมคริปโตเคอร์เรนซีที่เกิดขึ้นโดยตรงบนเครือข่ายบล็อกเชน โดยไม่ต้องผ่านตัวกลางใดๆ
ลองจินตนาการว่า บล็อกเชนเปรียบเสมือนบัญชีแยกประเภทแบบกระจายศูนย์ บันทึกข้อมูลทุกธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่าย
เมื่อมีการทำธุรกรรมแบบ On-Chain ข้อมูลธุรกรรมนั้นจะถูกส่งไปยังเครือข่ายบล็อกเชน โน้ด (Node) บนเครือข่ายจะทำการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องของธุรกรรม
หากธุรกรรมถูกต้อง โน้ดจะรวมธุรกรรมนั้นเข้าไว้ในบล็อกใหม่ และบล็อกใหม่จะถูกเพิ่มเข้าไปในบล็อกเชน
ธุรกรรมแบบ On-Chain มีจุดเด่น ดังนี้
- โปร่งใส: ทุกคนบนเครือข่ายสามารถเข้าถึงข้อมูลธุรกรรมได้
- ตรวจสอบย้อนกลับได้: ข้อมูลธุรกรรมบนบล็อกเชนไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงได้
- ปลอดภัย: กลไกของบล็อกเชนช่วยป้องกันการฉ้อโกงและการปลอมแปลงข้อมูล
อย่างไรก็ตาม ธุรกรรมแบบ On-Chain อาจมีข้อจำกัด ดังนี้
- ความเร็ว: การทำธุรกรรมแบบ On-Chain อาจใช้เวลานานกว่าธุรกรรมแบบ Off-Chain เนื่องจากต้องรอการยืนยันจากโน้ดบนเครือข่าย
- ค่าธรรมเนียม: การทำธุรกรรมแบบ On-Chain อาจมีค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าธุรกรรมแบบ Off-Chain
ธุรกรรมแบบ On-Chain เหมาะสำหรับธุรกรรมที่ต้องการความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และปลอดภัยสูง ตัวอย่างการใช้งานทั่วไปของธุรกรรมแบบ On-Chain เช่น:
- การโอนคริปโตเคอร์เรนซี
- การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
- การทำสัญญาอัจฉริยะ
การเลือกใช้ธุรกรรมแบบ On-Chain หรือ Off-Chain ขึ้นอยู่กับความต้องการและบริบทของผู้ใช้งาน ผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภทก่อนตัดสินใจ
วิธีเลือกแอปเทรดคริปโต
สำหรับใครที่สนใจจะเทรดคริปโต และกำลังมองหาแอปเทรดอยู่ ก่อนจะไปดูว่ามีแอปไหนน่าสนใจบ้าง เรามาดูกันก่อนดีกว่าเราควรเลือกแอปยังไงให้ปลอดภัย ใช้งานง่าย
1. ศึกษาข้อมูล
ก่อนอื่น สิ่งสำคัญที่สุดคือการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแอปเทรดคริปโตต่าง ๆ เปรียบเทียบจุดเด่น จุดด้อย ฟีเจอร์ และค่าธรรมเนียม เพราะบาง Exchange มักจะมีโปรโมชั่นหรือคิดค่าบริการเทรดในราคาที่ถูกกว่าบางเจ้า โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นโบรกเกอร์ ที่คิดค่าธรรมเนียมเทรดเพียง 0.1% เช่น Binance TH นอกจากนี้ ควรศึกษาข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เว็บไซต์ข่าวการเงิน หรือบทความจากผู้เชี่ยวชาญ
2. พิจารณาปัจจัยต่าง ๆ
- ความน่าเชื่อถือ: เลือกแอปที่มีบริษัทที่น่าเชื่อถือ มีชื่อเสียง และได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
- ความปลอดภัย: เลือกแอปที่มีระบบความปลอดภัยที่รัดกุม เช่น มีตัวเลือกให้เปิดระบบ 2FA และการเก็บเหรียญแบบ Cold Storage
- การใช้งาน: เลือกแอปที่ใช้งานง่าย เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ เช่น มีคู่เหรียญให้เทรดเยอะ
- ฟีเจอร์: เลือกแอปที่มีฟีเจอร์ครบครัน ตรงกับความต้องการของคุณ
- ค่าธรรมเนียม: เปรียบเทียบค่าธรรมเนียมของแอปแต่ละแห่ง เลือกแอปที่มีค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมกับความต้องการ
- รองรับเหรียญ: เลือกแอปที่รองรับเหรียญคริปโตที่คุณต้องการเทรด
- บริการลูกค้า: เลือกแอปที่มีบริการลูกค้าที่ดี สามารถให้คำปรึกษาและช่วยเหลือเมื่อเกิดปัญหา
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในคริปโตมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดและรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน
3. เริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อย
สำหรับมือใหม่ ควรเริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อยเพื่อเรียนรู้และทดลองก่อน ไม่ควรลงทุนเงินทั้งหมดที่มี โดยสำหรับศูนย์ซื้อขายในไทยมักมีขั้นต่ำซื้อขายเริ่มต้นเพียง 40 บาทเท่านั้น (Bitkub) ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่ยังไม่เคยเทรดมาก่อน แต่อยากลองสัมผัสประสบการณ์การถือครองคริปโต
4. ควบคุมความเสี่ยง
การซื้อขายคริปโตเปรียบเสมือนการลงทุน ควรตั้งจุดตัดขาดกำไรและขาดทุน เทรดด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรลงทุนด้วยเงินที่จำเป็นต้องใช้ กล่าวคือ ไม่ควรใช้เงินที่เราเสียไปไม่ได้ เช่น เงินเก็บสำรองฉุกเฉิน หรือเงินเดือน แต่อาจใช้เป็นเงินที่เราต้องใจไว้แล้วว่าจะเอาไปลงทุน หรือยอมเสียไปได้
แอปเทรดคริปโต ที่น่าสนใจ
ปัจจุบันในประเทศไทยมีแอปเทรดคริปโตอยู่มากมายหลายเจ้า ที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. ไทย ซึ่งมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าจะไม่ถูกหลอกแน่ ๆ ส่วนจะมีอะไรบ้างเดี๋ยวเราไปดูกันเลย
ตัวอย่างศูนย์ซื้อขายคริปโต ที่เปิดให้บริการในประเทศไทย สามารถซื้อขายได้ด้วยเงินบาทได้
นอกจากนี้ ยังมีโบรกเกอร์ที่เป็นบริการให้สภาพคล่องซึ่งต้องซื้อขายด้วยคริปโตด้วยกันเอง โดยเหรียญที่นิยมใช้เพื่อแลกเปลี่ยนของโบรกเกอร์มักจะเป็น Stablecoin เช่น USDT, USDC, FDUSD เป็นต้น โดยโบรกเกอร์ที่ได้รับความนิยมในไทยได้แก่
สรุป
แอปเทรดคริปโตในปัจจุบัน โดยเฉพาะประเทศไทยมีตัวเลือกให้ใช้งานเยอะมาก ซึ่งแต่ละแอปก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป บางแอปอาจมีคู่เทรดเยอะ มีเหรียญหลากหลาย เลือกได้ตามชอบ แต่บางแอปก็มีปริมาณซื้อขายเยอะ ซื้อขายได้รวดเร็ว กดซื้อกดขาย แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราก็ต้องดูเรื่องความปลอดภัยด้วย ต้องตรวจสอบว่าแอปเทรดที่เราเลือกนั้นมีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่ เพื่อที่ว่าตอนเทรดจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง ทั้งจากแอปเองและสแกมเมอร์