Michael Saylor ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานบริหารของ Strategy Inc. เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า บริษัทมีกำไร “มูลค่ายุติธรรม (fair value gain)” จากการถือครอง Bitcoin ในไตรมาสที่ 3 ถึง 3.9 พันล้านดอลลาร์
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ทำจุดสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 125,000 ดอลลาร์ ขณะที่ยอดเหรียญบน exchange ลดลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี Saylor ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นผู้ซื้อ Bitcoin สถาบันรายใหญ่ มักจะซื้อเพิ่มเมื่อราคาปรับตัวขึ้น กล่าวว่าบริษัทจะงดการซื้อ BTC สัปดาห์นี้
ในโพสต์บน X เขาเขียนว่า “ไม่มีจุดส้มใหม่ในสัปดาห์นี้ — ขอแค่ 9 พันล้านเตือนใจว่าเรายัง HODL” โดยจุดส้ม (orange dots) ในแผนภูมิที่เขาแชร์คือจุดที่บริษัทซื้อ Bitcoin

จากข้อมูลที่ Saylor ให้ บริษัทถือ Bitcoin จำนวน 640,031 เหรียญ โดยมีราคาซื้อเฉลี่ยต่ำกว่า 74,000 ดอลลาร์ ต่อเหรียญ มูลค่าปัจจุบันของ holdings อยู่ที่ราว 79 พันล้านดอลลาร์ ตามราคาตลาด Bitcoin
รายงานการเงินของ Strategy — กำไรแบบไม่ตระหนักภาษี (Unrealized Gains)
ในเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ล่าสุด Strategy รายงานว่ามีกำไรแบบ unrealized บนสินทรัพย์ดิจิทัลใน Q3 จำนวน 3.89 พันล้านดอลลาร์ โดยมีภาระภาษีแบบค้างชำระ (deferred tax) ที่ 1.12 พันล้านดอลลาร์
รวมถึงกำไรเพิ่มเติมที่เกิดหลังช่วงตัดบัญชี (post-cutoff) อีก 5.8 พันล้านดอลลาร์ ทำให้กำไรรวมในไตรมาสนั้นเกิน 9 พันล้านดอลลาร์ ตามที่ Saylor อ้างในโพสต์
ณ วันที่ 30 กันยายน มูลค่ารวมของสินทรัพย์ดิจิทัลที่ Strategy ถืออยู่ (carrying value) อยู่ที่ 73.21 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ภาระภาษีค้างชำระรวมอยู่ที่ 7.43 พันล้านดอลลาร์ ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงมูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของการลงทุน Bitcoin ของบริษัท เมื่อราคา Bitcoin เคลื่อนไปถึงระดับสูง
การหยุดซื้อ Bitcoin — การตัดสินใจที่เป็นที่จับตามอง
แม้การหยุดซื้อนี้จะเป็นเพียงชั่วคราว แต่ก็ไม่พ้นสายตาของนักเทรดในโลกคริปโต เช่น ผู้ใช้ X รายหนึ่งตั้งคำถามว่า “การซื้อที่สูงอาจไม่ฉลาดนัก? ควรรอจังหวะ dip?” ขณะที่อีกคนหนึ่งบอกว่า “ทุกคนก็ต้องพักบ้าง แม้แต่ Saylor ก็ไม่เว้น”
จากข้อมูลของ BitcoinTreasuries.NET การลงทุน Bitcoin ของ Strategy ทำผลตอบแทนรวมได้ +68% ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ accumulation ระยะยาว
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coindesk.com