"อย่ารนหาที่!" Samson Mow เตือนแก้ปัญหาควอนตัมแบบรีบเร่ง อาจเปิดช่องโหว่ให้คอมพิวเตอร์ธรรมดาเจาะระบบได้
Samson Mow (นักสนับสนุน Bitcoin และผู้ก่อตั้ง Jan3) ออกมาโต้กลับผู้บริหาร Coinbase ที่เรียกร้องให้อุตสาหกรรมเร่งรับมือภัยคุกคามจาก Quantum Computing โดยชี้ว่าการรีบนำเข้า Post-Quantum Cryptography อาจเปิดช่องโหว่ใหม่ในระบบ ทำให้ Bitcoin เสี่ยงต่อภัยคุกคามในปัจจุบันก่อนที่จะแก้ภัยอนาคตได้ทัน
ที่มาของการถกเถียง: Coinbase กับ Google จุดชนวนความกังวล
ประเด็นนี้ปะทุขึ้นเมื่อ Brian Armstrong (ซีอีโอของ Coinbase แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐฯ) และ Philip Martin (ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยของ Coinbase) ออกมาเรียกร้องให้ภาคอุตสาหกรรมเริ่มเตรียมพร้อมรับมือภัยคุกคามจาก Quantum Computing (คอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งมีพลังประมวลผลที่อาจทำลายระบบเข้ารหัสปัจจุบันได้ในอนาคต) โดยเร็วที่สุด
แรงกระตุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากงานวิจัยล่าสุดของ Google และ Caltech จุดกระแสความกังวลเรื่องความก้าวหน้าของ Quantum Computing ขึ้นมาอีกครั้งในวงการเทคโนโลยีและคริปโต
Samson Mow: "แก้เร็วเกินไป อาจโดนแฮกจากคอมพิวเตอร์ธรรมดาก่อนเลย"
Samson Mow ได้โพสต์บน X (Twitter เดิม) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ข้อเรียกร้องของ Coinbase โดยยอมรับว่า Post-Quantum (PQ) Cryptography (การเข้ารหัสแบบ Post-Quantum ที่ออกแบบมาเพื่อต้านทาน Quantum Computer) สามารถช่วยปกป้อง Bitcoin ได้ในระยะยาว แต่การรีบนำมาใช้โดยไม่ระมัดระวังกลับอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ ทั้งปัญหาความเข้ากันได้ระหว่างระบบ (Compatibility Issues) และประสิทธิภาพเครือข่ายที่ตกลงจากขนาด Signature ที่ใหญ่ขึ้น
"พูดง่ายๆ ก็คือ: ทำให้ Bitcoin ปลอดภัยจาก Quantum Computer แต่กลับโดนแฮกจากคอมพิวเตอร์ธรรมดาแทน" — Samson Mow
Mow อธิบายว่าหากการเปลี่ยนผ่านระบบเกิดขึ้นในจังหวะที่ผิด อาจทำให้ Bitcoin อ่อนแอลงต่อภัยคุกคามที่มีอยู่ในปัจจุบัน ก่อน ที่จะรับมือกับภัยในอนาคตได้สำเร็จ
Block Size Wars 2.0: ฝันร้ายที่อาจหวนคืน
หนึ่งในความกังวลหลักของ Mow คือผลกระทบต่อขนาด Block (Block Size หรือปริมาณข้อมูลธุรกรรมที่บรรจุได้ในแต่ละ Block ของ Blockchain) โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Jonas Schnelli อดีตนักพัฒนา Bitcoin ว่า:
"Signature แบบ PQ มีแนวโน้มใหญ่กว่าแบบปัจจุบัน 10–125 เท่า และจะลดปริมาณธุรกรรมต่อวินาทีอย่างมีนัยสำคัญ"
สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ "Block Size Wars 2.0" ซึ่ง Mow เปรียบเทียบกับ Block Size Wars ในยุคปี 2015–2017 (สงครามความคิดเห็นในชุมชน Bitcoin เกี่ยวกับการขยายขนาด Block เพื่อรองรับธุรกรรมมากขึ้น) ที่เคยสร้างรอยร้าวลึกในชุมชน จนนำไปสู่การแยกตัวออกไปของ Bitcoin Cash และโซลูชันการขยายระบบทางอ้อมอื่นๆ อย่าง Lightning Network แทนการแก้ปัญหาตรงๆ ที่ Base Layer
ยังไม่ฉุกเฉิน แต่ต้องเตรียมพร้อม
แม้จะต้านกระแส Mow ยังย้ำชัดว่าไม่ได้ปฏิเสธการเตรียมพร้อมโดยสิ้นเชิง โดยระบุว่า Quantum Computer ที่แท้จริงยังไม่มีอยู่จริง และมีแนวโน้มสูงว่าจะต้องใช้เวลาอีก 10–20 ปี กว่าจะเกิดขึ้น
"การรีบแก้ไขคือการกระทำที่แย่ที่สุดที่เป็นไปได้ นั่นไม่ได้หมายความว่าไม่ควรเตรียมการ และขณะนี้ก็มีงานวิจัยจำนวนมากดำเนินอยู่"
📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Coinbase and Quantum Threats: Industry Must Act Now (Cointelegraph)
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: Cointelegraph ภาพ ccn.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การถกเถียงระหว่าง Samson Mow และทีมผู้บริหาร Coinbase ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของการพัฒนา Bitcoin อย่างชัดเจน เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงในโปรโตคอลระดับ Base Layer ล้วนต้องแลกมาด้วยการตรวจสอบอย่างรอบคอบจากชุมชนทั่วโลก ประเด็นนี้น่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะหากขนาด Signature ใหญ่ขึ้นจริงตามที่คาด ก็อาจจุดชนวนการถกเถียงเรื่องการกระจายศูนย์และประสิทธิภาพของเครือข่ายขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางการพัฒนา Bitcoin ในทศวรรษหน้า
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Quantum Computing, Bitcoin Security, Samson Mow, Post-Quantum Cryptography, Coinbase, Block Size Wars, Bitcoin Protocol
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com