Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Saylor ดันโมเดล “ธนาคารดิจิทัลค้ำด้วย Bitcoin” ชวนรัฐแย่งเงินฝากหมื่นล้านล้านดอลลาร์
09 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

Saylor ดันโมเดล “ธนาคารดิจิทัลค้ำด้วย Bitcoin” ชวนรัฐแย่งเงินฝากหมื่นล้านล้านดอลลาร์

ในโลกที่ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารแทบไม่จูงใจใครแล้ว ชื่อของ Michael Saylor ซีอีโอของบริษัทถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Strategy กลับออกมาเสนอภาพอนาคตที่ไกลกว่าการ “แค่ถือ BTC ไว้ในงบดุล”

 

บนเวทีงาน Bitcoin MENA ที่อาบูดาบี Saylor เสนอโมเดล “Bitcoin-backed digital banking system” หรือระบบธนาคารดิจิทัลที่มี Bitcoin เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันหลัก และใช้ เครดิตในรูปแบบโทเคน (tokenized credit) มาช่วยสร้าง “บัญชีฝากเงินดอกเบี้ยสูง ความผันผวนต่ำ” ภายใต้การกำกับของรัฐ

 

เขาเชื่อว่าหากประเทศใดเดินเกมนี้ก่อน มีโอกาสดึงเงินฝากไหลเข้ามาได้ระดับ “$20–50 ล้านล้านดอลลาร์” และกลายเป็น “ศูนย์กลางธนาคารดิจิทัลของโลก” ได้เลย

 

ทำไม Saylor คิดว่าระบบแบงก์เดิม “ไม่เวิร์กพอ” แล้ว?

 

Saylor ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของระบบธนาคารดั้งเดิมในหลายประเทศ

 

  • เงินฝากใน ญี่ปุ่น ยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ ให้ดอกเบี้ยแทบเป็นศูนย์

  • กองทุนตลาดเงิน (Money Market Funds) สกุลยูโร จ่ายราว ๆ 1.5% (150 bps)

  • ส่วนฝั่งดอลลาร์สหรัฐได้แถว ๆ 4% (400 bps)

 

เมื่อดอกเบี้ยฝากเงินต่ำ คนจึงจำใจต้อง “ไหลออก” ไปหาผลตอบแทนใน ตลาดตราสารหนี้ / Corporate Bond แทน ซึ่ง Saylor มองว่า

 

“ตลาดพันธบัตรบริษัทจำนวนไม่น้อยคงไม่เติบโตขนาดนี้ ถ้าผู้คนไม่เบื่อหน่ายกับบัญชีธนาคารตัวเองจนต้องหาทางเลือกอื่น”

 

พูดง่าย ๆ คือ ระบบเงินฝากเดิม ไม่ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยผันผวน และเงินเฟ้อกัดกินมูลค่า อีกต่อไป

 

โมเดล “ธนาคารค้ำด้วย Bitcoin + Tokenized Credit” ตามสูตร Saylor

 

Saylor เสนอภาพโครงสร้างผลิตภัณฑ์ในธนาคารดิจิทัลยุคใหม่ประมาณนี้

 

  • 80% เป็น ดิจิทัลเครดิต (Digital Credit Instruments) หรือเครดิตที่ถูกแปลงเป็นโทเคน

  • 20% เป็น เงินสกุลดั้งเดิม (Fiat Currency) เพื่อให้สภาพคล่องและลดความผันผวน

  • มี Buffer สำรองเพิ่มอีก 10% เพื่อรองรับความเหวี่ยงของตลาด

 

บนชั้นของระบบ จะมี Treasury Entity ที่ถือ Bitcoin แบบ Overcollateralized ระดับ 5:1 หมายความว่า สินทรัพย์ค้ำประกันมีมูลค่าสูงกว่าหนี้สินอย่างหนา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ออกมา “หน้าตาและความรู้สึก” ใกล้เคียง บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง ความเสี่ยงต่ำ ภายใต้การกำกับอย่างเป็นทางการ

 

ถ้าธนาคารในประเทศหนึ่ง สามารถออกโปรดักต์ลักษณะนี้ได้แบบถูกกฎหมาย มีการกำกับที่ชัดเจน โปร่งใส และเชื่อมกับตลาดทุนดิจิทัลระดับโลก Saylor เชื่อว่าบริษัท นักลงทุน สถาบัน และบุคคลทั่วไปพร้อมจะ โยกเงินฝากระดับ “หมื่นล้านล้านดอลลาร์” เข้ามาเพื่อแลกกับผลตอบแทนที่ดีกว่าบัญชีฝากเงินแบบเดิม

 

Strategy เดินเกมจริง ซื้อ Bitcoin เพิ่ม–ออกผลิตภัณฑ์ STRC

 

คำพูดของ Saylor ไม่ได้จบแค่บนเวทีเท่านั้น ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งโพสต์บน X ว่า Strategy ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 10,624 BTC มูลค่ารวมราว $962.7 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บริษัทถือ Bitcoin ทั้งหมด 660,624 BTC

 

คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ยประมาณ $74,696 ต่อตัว รวมมูลค่าซื้อสะสมเกือบ $49.35 พันล้านดอลลาร์

 

019affa2-9c17-7492-b97d-c83ca6930060.webp
สินทรัพย์ Bitcoin ของ Strategy ที่มา: BitcoinTreasuries.NET

 

นอกจากการถือ BTC บนงบดุลแล้ว Strategy ยังเริ่มทดลองผลิตภัณฑ์ที่ “หน้าตาคล้าย” ไอเดียธนาคารดิจิทัลที่ Saylor เล่า นั่นคือ

 

  • STRC
    เป็นเหมือน หุ้นบุริมสิทธิแนว Money Market ที่จ่ายปันผลแปรผันราว 10% ต่อปี
    ออกแบบมาให้ ราคาซื้อขายใกล้เคียงมูลค่าที่ตราไว้ (Near Par)
    และอิงอยู่บน Treasury Operation ที่เชื่อมโยงกับ Bitcoin ของ Strategy เอง

 

ตอนนี้ STRC มีมูลค่าตลาดราว $2.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าโตเร็วในเวลาไม่นาน

 

เสียงกังวล: ความผันผวนของ Bitcoin และความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

 

แม้โมเดล “บัญชีดอกเบี้ยสูงค้ำด้วย Bitcoin” จะดูน่าสนใจ แต่ก็มีผู้เล่นจากสายตลาดทุนดั้งเดิมออกมาตั้งคำถาม

 

Josh Man อดีตเทรดเดอร์ตราสารหนี้และอนุพันธ์จาก Salomon Brothers มองว่าการผูกโปรดักต์แนว “ฝากเงินดอกสูง” เข้ากับสินทรัพย์ผันผวนอย่าง Bitcoin อาจเสี่ยงเจอเหตุการณ์ด้านสภาพคล่องได้ง่ายในช่วงตลาดเหวี่ยงแรง

 

เขาเตือนว่า ระบบธนาคารดั้งเดิมใช้เวลานานมากในการออกแบบ “กลไกป้องกันไม่ให้กองทุนตลาดเงิน / บัญชีฝากแบบตรึงมูลค่า (ไม่หลุด 1 ดอลลาร์)” แตกหักในช่วงวิกฤต ดังนั้นการพยายาม “อัดดอกเบี้ยสูงเพื่อป้องกันราคา STRC หรือสินทรัพย์ลักษณะคล้ายกันไม่ให้หลุดจาก Par” อาจไม่พอ หากผู้ถือจำนวนมากอยากถอนเงินพร้อม ๆ กัน

 

อ้างอิง : cointelegraph.com