ปัญหา MEV ทำ DeFi เสื่อมศรัทธา? ซีอีโอ DerivaDEX เผยสาเหตุที่สถาบันยังไม่กล้าแตะ
“Maximal Extractable Value (MEV)” หรือการที่ผู้ตรวจสอบบล็อก (validators) สามารถจัดเรียงธุรกรรมในบล็อกเพื่อหากำไรส่วนต่าง เป็นหนึ่งในปัญหาหลักที่ทำให้สถาบันการเงินรายใหญ่ไม่กล้าเข้ามาในโลก DeFi (Decentralized Finance)
นั่นคือสิ่งที่ Aditya Palepu, ซีอีโอของ DEX Labs และผู้ก่อตั้ง DerivaDEX กล่าวไว้
“ทุกตลาดที่มีการซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ย่อมมีช่องโหว่จาก MEV หรือรูปแบบคล้ายกัน เพราะมันเกิดจากความไม่เท่าเทียมของข้อมูล (information asymmetry)”
ทำไม MEV ถึงอันตรายกับตลาด DeFi
MEV คือกระบวนการที่ผู้ตรวจสอบ (Validator) หรือผู้ขุด (Miner) ใช้ประโยชน์จากลำดับธุรกรรม โดยเลือกที่จะจัดเรียงธุรกรรมก่อน-หลัง เพื่อแทรกการซื้อขายของตัวเองเพื่อทำกำไร — สิ่งที่เรียกว่า “Sandwich Attack”
เช่น หากผู้ใช้ต้องการซื้อสินทรัพย์ A ในราคาตลาด Validator สามารถส่งคำสั่ง “ซื้อก่อน” และ “ขายหลัง” เพื่อกินส่วนต่างราคาโดยตรง
ผลที่เกิดขึ้นคือ ผู้ใช้รายย่อยเสียเปรียบ และ สถาบันการเงินไม่กล้าเข้ามา เพราะข้อมูลธุรกรรมถูกเปิดเผยก่อนการซื้อขายจริง ทำให้เสี่ยงต่อการโดน front-run

ทางแก้: ทำธุรกรรมแบบ “Private Execution”
Palepu เสนอว่าแนวทางแก้ไขที่ดีที่สุดคือ การซ่อนข้อมูลธุรกรรมก่อนประมวลผลจริง ผ่านระบบ Trusted Execution Environments (TEE) ซึ่งจะทำให้คำสั่งซื้อขายถูกเข้ารหัสฝั่งผู้ใช้ และถอดรหัสเฉพาะเมื่ออยู่ใน “enclave” ที่ปลอดภัย
“การทำเช่นนี้จะทำให้ไม่สามารถ front-run ได้อีกต่อไป เพราะข้อมูลการเทรดจะถูกเก็บเป็นความลับจนถึงวินาทีที่มันถูกประมวลผลจริง”— Aditya Palepu กล่าว
นั่นหมายความว่า การโจมตีรูปแบบ Sandwich Attack หรือการจัดลำดับธุรกรรมเพื่อเอาเปรียบ จะกลายเป็นเรื่อง “เป็นไปไม่ได้” ภายใต้ระบบดังกล่าว
ทำไมการที่สถาบัน “ยังไม่เข้า” DeFi ถึงกระทบทุกคน
Palepu เตือนว่า การที่สถาบันการเงินยังไม่เข้ามาใน DeFi ไม่ได้แค่ทำให้ตลาดขาดเงินทุน แต่ยังส่งผลกระทบต่อ ผู้ใช้ทั่วไปโดยตรง
“สถาบันคือผู้สร้าง ‘ถนนและทางหลวง’ ของตลาด พวกเขานำสภาพคล่องเข้ามา สร้างโครงสร้างพื้นฐาน และลดความผันผวนของราคา”
เมื่อไม่มีผู้เล่นระดับสถาบัน
สภาพคล่องจะหายไป
ความผันผวนจะสูงขึ้น
ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้น
และตลาดจะเปิดช่องให้เกิดการ manipulation มากกว่าเดิม
เขาย้ำว่า DeFi จะไม่สามารถเติบโตเป็นโครงสร้างทางการเงินระดับโลกได้ หากไม่สามารถแก้ปัญหา MEV และการขาดความเป็นส่วนตัวของธุรกรรมได้ก่อน

บทสรุป: MEV คือ “เชื้อร้าย” ของ DeFi ที่ต้องรักษาให้หาย
แม้ DeFi จะมีศักยภาพสูงในการปฏิวัติระบบการเงิน แต่ MEV กลายเป็น “ไวรัสในโครงสร้าง” ที่ทำลายความเชื่อมั่นทั้งจากสถาบันและผู้ใช้ทั่วไป
การพัฒนาเทคโนโลยี private order flow และ trusted execution จึงเป็นก้าวสำคัญต่ออนาคตของตลาด DeFi หากต้องการเห็นการยอมรับในระดับสากล
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ bc.army