บริษัท Metaplanet ผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่จากญี่ปุ่น เดินหน้าตามกลยุทธ์ "Bitcoin Treasury" ด้วยการเบิกเงินกู้เพิ่ม 130 ล้านดอลลาร์ ภายใต้สินเชื่อค้ำประกันด้วย BTC จากวงเงินรวม 500 ล้านดอลลาร์ ตามเอกสารที่บริษัทเปิดเผยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
การเบิกวงเงินรอบนี้ทำให้ยอดเงินกู้สะสมเพิ่มเป็น 230 ล้านดอลลาร์ จากเดิม 100 ล้านดอลลาร์ที่ดึงไปเมื่อ 31 ตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อใช้ขยายโปรแกรมสร้างรายได้ด้วย Bitcoin ซื้อ BTC เพิ่ม และรองรับแผนซื้อหุ้นคืนโดยไม่ต้องออกหุ้นเพิ่มทุน

Metaplanet ใช้ “สองช่องทาง” เพื่อเร่งการสะสม Bitcoin
บริษัทกำลังใช้โครงสร้างการเงินสองส่วนเพื่อขยายพอร์ต BTC:
1) สินเชื่อค้ำประกันด้วย Bitcoin (Bitcoin-backed credit facility) – วงเงิน 500 ล้านดอลลาร์ เหมาะสำหรับการดึงสภาพคล่องระยะสั้น ใช้ซื้อ Bitcoin เพิ่ม เสริมการทำรายได้ และสนับสนุน buyback โดยไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นถูก dilute
2) หุ้นบุริมสิทธิ Class B (Preferred Shares) – วงเงินระดมทุน 135 ล้านดอลลาร์ เป็นเงินทุนระยะยาวแบบให้ผลตอบแทนคงที่ สามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ และบริษัทมีสิทธิ์ซื้อคืนในเงื่อนไขที่กำหนด
รูปแบบ “Debt + Preferred Equity” นี้ทำให้ Metaplanet สามารถเร่งสะสม Bitcoin แม้ในช่วงที่ราคาลงหนักหรือถือพอร์ตขาดทุนอยู่ก็ตาม
ถือ BTC ต้นทุน $108,036 แต่ราคาลงเหลือ ~$87,000
ข้อมูลจาก BitcoinTreasuries.NET ระบุว่า Metaplanet กำลังมีผลขาดทุนแบบ Unrealized Loss ราว 20% โดยมีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ $108,036 ต่อ BTC
อย่างไรก็ตาม ทีมผู้บริหารย้ำว่าจะเดินหน้าถือระยะยาว พร้อมซื้อเพิ่มต่อเนื่อง
Dylan LeClair ผู้อำนวยการด้านกลยุทธ์ Bitcoin โพสต์บน X ว่า:
“We’re HODLing.”
ทำไม Metaplanet ถึงไม่กลัวการดึงหนี้ค้ำ Bitcoin?
บริษัทระบุว่าแม้สินเชื่อแบบนี้มีความเสี่ยงจากราคา BTC ผันผวน แต่ “ขนาดของสำรอง BTC มีมากพอที่จะรองรับ volatility ได้” หมายความว่าโครงสร้างทุนของบริษัทถูกออกแบบมาเพื่อทนความผันผวนสูงของตลาดคริปโตได้อย่างตั้งใจ
สรุป
Metaplanet ยังคงมุ่งมั่นในกลยุทธ์ Bitcoin ระยะยาว ทั้งเพิ่มการกู้ค้ำ BTC และเตรียมเพิ่มทุนด้วย Preferred Shares เพื่อเร่งสะสม Bitcoin ต่อเนื่อง แม้สภาวะตลาดจะอยู่ในช่วงขาลงก็ตาม
บริษัทส่งสัญญาณชัดเจนว่า วิสัยทัศน์คือถือ Bitcoin ให้มากที่สุดในระยะยาว ไม่สนราคาในระยะสั้น
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cryptodnes.bg