Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

JPMorgan ย้ำ “Stablecoin ไม่ถึง $1 ล้านล้านในปี 2028” มองโตตามตลาดคริปโตมากกว่าบูมเกินจริง
19 December 2025ข่าวโดย Rawiwarn Owattasanee

JPMorgan ย้ำ “Stablecoin ไม่ถึง $1 ล้านล้านในปี 2028” มองโตตามตลาดคริปโตมากกว่าบูมเกินจริง

JPMorgan ออกมาทบทวนมุมมองอีกครั้งว่า ไม่เชื่อว่าตลาด Stablecoin จะโตถึงระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 โดยให้เหตุผลว่า การเติบโตของ Stablecoin น่าจะ “โตตามตลาดคริปโตโดยรวม” มากกว่าที่จะเร่งตัวจนแซงระบบการเงินแบบเดิมในช่วงเวลาอันสั้น

 

JPMorgan มองโตได้ แต่ไม่ถึงล้านล้าน: คาด $500–$600B ภายในปี 2028

 

รายงานระบุว่าในปีนี้ “จักรวาล Stablecoin” โตขึ้นราว $100B จนมูลค่ารวมเกิน $300B โดยการเพิ่มขึ้นกระจุกตัวที่เหรียญใหญ่ 2 ตัวเป็นหลักคือ USDT (+~$48B) และ USDC (+~$34B)

 

อย่างไรก็ตาม JPMorgan มองว่าภาพที่สมเหตุสมผลคือ Stablecoin อาจไปได้ถึงราว $500B–$600B ในปี 2028 (ต่ำกว่าฝั่งที่มอง $2T–$4T มาก)

 

เหตุผลหลัก: ดีมานด์ Stablecoin ยัง “ขับเคลื่อนด้วยการเทรดคริปโต”

 

JPMorgan ชี้ว่าความต้องการ Stablecoin ส่วนใหญ่ยังมาจากการเป็น “เงินสด/หลักประกัน” ในระบบคริปโต เช่น

 

  • เทรด (รวมถึง Perpetual Futures)

  • DeFi lending/borrowing

  • การถือเงินพักไว้ของผู้เล่นคริปโต (เช่นกองทุน/VC)

 

และปีนี้เพียงปีเดียว กลุ่มตลาดอนุพันธ์เพิ่มการถือครอง Stablecoin ราว $20B ตามแรงเทรด Perps ที่คึกคัก ซึ่งยังเป็น “ตัวขับหลัก” ของซัพพลาย Stablecoin

 

ใช้จ่ายมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าต้องมีเหรียญคงค้างมหาศาล: “Velocity” คือประเด็น

 

อีกมุมที่ JPMorgan ย้ำคือ หาก Stablecoin ถูกใช้เป็น “ระบบจ่ายเงิน” มากขึ้น สิ่งที่สำคัญคือ ความเร็วการหมุนเวียน (velocity) ไม่ใช่จำนวนเหรียญคงค้าง (stock) เพียงอย่างเดียว เพราะเหรียญ 1 หน่วยสามารถหมุนจ่ายได้หลายครั้ง

 

รายงานยกตัวอย่างว่า USDT บน Ethereum มี annual velocity ราว 50 และถ้าสมมุติ Stablecoin รองรับ 5% ของปริมาณการจ่ายเงินข้ามพรมแดนทั่วโลก (~$10T/ปี) ก็อาจต้องการ stock ของ Stablecoin แค่ประมาณ $200B เท่านั้น

 

แบงก์โต้กลับด้วย “Tokenized Deposits” และโครงข่ายจ่ายเงินเดิมที่กำลังอัปเกรด

 

JPMorgan ยังชี้ว่า “ธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ยืนดูเฉย ๆ” เพราะเริ่มเดินหน้า Tokenized Deposits (ตัวแทนเงินฝากบนบล็อกเชนภายใต้ระบบธนาคาร) ซึ่งผู้กำกับมักชอบแบบ non-transferable มากกว่าเพื่อคุมเสถียรภาพ และลดความเสี่ยงบางแบบที่ Stablecoin ถูกตั้งคำถาม เช่น concentration risk หรือการไถ่ถอนเร็วในช่วงวิกฤต

 

ตัวอย่างสำคัญคือ Kinexys ของ JPMorgan เปิดตัว deposit token “JPMD/JPM Coin” สำหรับลูกค้าสถาบันบน Base เพื่อรองรับการโอนเงินแบบ onchain ที่เร็วและมีประสิทธิภาพขึ้น

 

นอกจากนี้ JPMorgan ยังพูดถึงแรงแข่งขันจาก

 

  • การทดลองระบบชำระเงินบนบล็อกเชนของ SWIFT

  • โครงการ CBDC ในหลายภูมิภาค เช่น digital euro / digital yuan
    ซึ่งทั้งหมดอาจทำให้ “ส่วนแบ่ง Stablecoin ในสายน้ำเงินสถาบัน” โตได้จำกัดกว่าที่ตลาดคาดหวัง

 

แต่ฝั่งอื่นมอง “บูล” กว่า: Citi และ Standard Chartered

 

แม้ JPMorgan จะค่อนข้างอนุรักษ์นิยม แต่ก็มีค่ายที่มองบวกกว่า เช่น

 

  • Citi ประเมิน stablecoin issuance $1.9T (base) ภายในปี 2030 และ $4T (bull case)

  • Standard Chartered เคยประเมินว่า Stablecoin อาจโตถึง $2T ภายในปี 2028

 

สรุปคือ “ตลาดยังถกเถียงกันหนัก” ว่า Stablecoin จะกลายเป็น payment rail ระดับโลกเร็วแค่ไหน—แต่ JPMorgan ย้ำว่าในเชิงตัวเลขมูลค่าตลาด อาจโตแบบ “ไปกับคริปโต” มากกว่าจะพุ่งทะลุล้านล้านในเวลาไม่กี่ปี

 

อ้างอิง : theblock.co

ภาพ cryptobriefing.com

 

JPMorgan ย้ำ “Stablecoin ไม่ถึง $1 ล้านล้านในปี 2028” มองโตตามตลาดคริปโตมากกว่าบูมเกินจริง | Bitcoin Addict | Bitcoin Addict