Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Jimmy Song ลั่น! Bitcoin ต้องมี Node แบบ "อนุรักษนิยม" เพื่อสกัดข้อมูลขยะ
05 April 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

Jimmy Song ลั่น! Bitcoin ต้องมี Node แบบ "อนุรักษนิยม" เพื่อสกัดข้อมูลขยะ

Jimmy Song นักพัฒนา Bitcoin และผู้ร่วมก่อตั้ง ProductionReady องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้านการพัฒนา Bitcoin Node Software เปิดเผยจุดยืนว่า Bitcoin ต้องการ Node Client ที่ระมัดระวังการเปลี่ยนแปลงโค้ด เพื่อรักษาคุณสมบัติด้านการเงินและความกระจายศูนย์ของเครือข่าย หลัง Bitcoin Core 30 ยกเลิกลิมิต OP_Return จนชุมชนแตกแยก

ทำไม Bitcoin ต้องการ Node Client แบบ "อนุรักษ์นิยม"?

Jimmy Song นักพัฒนา Bitcoin ชื่อดังและผู้ร่วมก่อตั้ง ProductionReady (องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่สนับสนุนการพัฒนา Bitcoin Node Software แบบ Open Source และการศึกษา) ได้อธิบายกับ Cointelegraph ถึงเหตุผลที่เขามองว่าซอฟต์แวร์ Node สำหรับ Bitcoin ควรยึดแนวทาง "อนุรักษ์นิยม" ในการเปลี่ยนแปลงโค้ด

 

Bitcoin nodes.webp
จำนวนโหนด Bitcoin จำแนกตามการใช้งานซอฟต์แวร์ ระหว่างปี 2016 ถึง 2026 ที่มา: Coin Dance

 

Song ระบุว่า ProductionReady มีแนวโน้มต่อต้านการเปลี่ยนแปลงโค้ดอย่างมีนัยสำคัญ เว้นแต่จะได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากชุมชน พร้อมตั้งหลักการง่ายๆ ว่า "หากไม่แน่ใจว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เงินดีขึ้น ก็อย่าเปลี่ยน"

Node ราคาถูก = เครือข่ายแข็งแกร่งกว่า

แก่นของจุดยืนนี้คือเรื่องต้นทุนในการรัน Node ของตัวเอง Song เน้นว่าการเก็บต้นทุน Storage และ Bandwidth ให้อยู่ในระดับที่คนธรรมดาสามารถรัน Node ได้เองนั้น คือหัวใจสำคัญของการกระจายศูนย์เครือข่าย

"ยิ่งผู้ใช้ Bitcoin พึ่งพาตัวเองได้มากเท่าไหร่ เครือข่ายก็ยิ่งกระจายศูนย์และแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น"

การมี Node จำนวนมากที่หลากหลายกระจายตัวทั่วโลก ยังช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่รายจะฮั้วกันเพื่อรวมศูนย์อำนาจควบคุมเครือข่าย รวมถึงลดโอกาสการส่ง Transaction ปลอมได้ด้วย

 

Bitcoin Core.webp
Bitcoin Core ยังคงเป็นซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับผู้ดูแลโหนด โดย 77.8% ของเครือข่ายใช้ซอฟต์แวร์ Core เวอร์ชันใดเวอร์หนึ่ง และ 21.8% ใช้ Bitcoin Knots ที่มา: Coin Dance

 

Bitcoin Core 30 ยกเลิกลิมิต OP_Return จุดชนวนความขัดแย้ง

ปมปัญหานี้ระเบิดขึ้นในปี 2025 เมื่อนักพัฒนา Bitcoin Core (ซอฟต์แวร์ Node อ้างอิงหลักของ Bitcoin) ตัดสินใจยกเลิกขีดจำกัด 83 ไบต์ของฟีเจอร์ OP_Return (ฟีเจอร์ที่ช่วยฝังข้อมูลที่ไม่ใช่ธุรกรรมเงินลงใน Bitcoin Blockchain) ใน Bitcoin Core เวอร์ชัน 30 โดยเปลี่ยนเป็นอนุญาตให้ฝังข้อมูลได้สูงสุด 100,000 ไบต์

การเปลี่ยนแปลงนี้ถูกมองว่าเปิดโอกาสให้นำ Blockchain ไปใช้เก็บข้อมูลขยะ (Onchain Spam) มากขึ้น ซึ่งทำให้ต้นทุน Storage ของ Node พุ่งสูงขึ้น ชุมชนแสดงความไม่พอใจอย่างชัดเจน โดยใน GitHub Pull Request ที่เสนอการเปลี่ยนแปลงนี้ มีการ Downvote มากถึงราว 4 เท่าของ Upvote

Bitcoin Core 30 เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2025 และส่งผลให้จำนวน Node ที่รัน Bitcoin Knots (ซอฟต์แวร์ Node ทางเลือกที่ยังคงขีดจำกัดเดิม) พุ่งสูงขึ้นอย่างเป็นประวัติการณ์

Bitcoin Knots โตก้าวกระโดด จาก 1% สู่ 21.7%

ข้อมูลจาก Coin Dance เผยว่าปัจจุบันมี Bitcoin Knots Node ทั้งสิ้น 4,746 Node คิดเป็นสัดส่วนกว่า 21.7% ของ Node ทั้งหมดบนเครือข่าย เทียบกับปี 2024 ที่มีสัดส่วนเพียงราว 1% เท่านั้นก่อนที่จะมีการประกาศยกเลิก OP_Return Limit

ProductionReady ของ Song ประกาศแผนที่จะ คืนค่าขีดจำกัด 83 ไบต์ ให้กับ OP_Return ในซอฟต์แวร์ที่พวกเขาพัฒนา เพื่อสะท้อนเจตจำนงของชุมชนที่ต้องการรักษาต้นทุน Node ให้ต่ำและเครือข่ายกระจายศูนย์อย่างแท้จริง

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Jimmy Song explains why Bitcoin needs a 'conservative' node client
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph ภาพ incrypted.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การที่ Bitcoin Knots กระโดดจาก 1% ขึ้นมาครอง 21.7% ของ Node ทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงปีนั้น ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าชุมชน Bitcoin ยังให้ความสำคัญกับหลักการกระจายศูนย์และต้นทุนที่เป็นธรรมในการรัน Node อยู่มาก ความขัดแย้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่สะท้อนการถกเถียงที่ลึกกว่านั้นว่า Bitcoin ควรเป็น "เงินดิจิทัล" อย่างเดียว หรือเปิดกว้างให้เป็น "โครงสร้างพื้นฐานข้อมูล" ด้วย ซึ่งคำตอบของชุมชนดูเหมือนจะชัดขึ้นทุกวัน

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin Node, Bitcoin Core 30, OP_Return, Bitcoin Knots, Jimmy Song, ProductionReady, การกระจายศูนย์ Bitcoin, Bitcoin 2025

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com