กัมพูชาระส่ำ! Huione Pay โดนคว่ำบาตร-ลือเอี่ยวคริปโตมืด ปิดบริการหลังเจอ Bank Run
Huione Pay หนึ่งในแพลตฟอร์มการเงินรายใหญ่ของกัมพูชา ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่าย Huione Group กำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ หลังถูกทั้งหน่วยงานในสหรัฐฯ และทางการกัมพูชาจับตาอย่างหนักว่าเกี่ยวข้องกับ การฟอกเงินผ่านคริปโตและแหล่งเงินสแกมออนไลน์ข้ามชาติ
ล่าสุด Huione Pay ต้อง ระงับการถอนเงินและหยุดให้บริการชั่วคราวนานกว่าหนึ่งเดือน จนเกิดเหตุคล้าย “Bank Run” ผู้ใช้จำนวนมากแห่เดินทางไปที่สำนักงานใหญ่เพื่อขอถอนเงินและขอคำชี้แจง เพราะกังวลว่าเงินอาจ “หายไปกับแพลตฟอร์ม”
Huione Pay คือใคร? ทำไมถึงถูกเพ่งเล็งเรื่องคริปโตและฟอกเงิน
Huione Pay เป็นหนึ่งใน “ตัวกลางสำคัญ” ของเครือข่ายธุรกิจ Huione Group ในกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกหน่วยงานกำกับดูแลทั้งในประเทศและต่างประเทศ เตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าอาจเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงิน เช่น
การฟอกเงิน (Money Laundering)
การรับ-โอนเงินจากสแกมคริปโต
การใช้คริปโตเคอร์เรนซีเพื่อปกปิดเส้นทางการเงิน
หน่วยงานด้านข่าวกรองการเงินของสหรัฐฯ อย่าง FinCEN ได้ออกมาตรการตัดขาด Huione Group ออกจากระบบการเงินสหรัฐฯ และ ธนาคารกลางกัมพูชา ก็เพิกถอนใบอนุญาตของ Huione Pay ไปแล้วก่อนหน้านี้ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าแพลตฟอร์มนี้อยู่ในโซนอันตรายสำหรับผู้ใช้งาน
อเมริกาคว่ำบาตร – กัมพูชาถอนใบอนุญาต จุดชนวน “Bank Run”
การคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และการถูกเพิกถอนใบอนุญาตในกัมพูชา ไม่ได้เป็นเพียงข่าวเชิงเทคนิค แต่เริ่มกระทบ “ความเชื่อมั่น” ของผู้ใช้โดยตรง
เมื่อ Huione Pay ประกาศ หยุดถอนและระงับธุรกรรมชั่วคราว ทำให้เกิดภาวะคล้าย Bank Run ผู้ใช้จำนวนมากรีบแห่ไปยังออฟฟิศของบริษัท เพื่อหาทางเอาเงินคืนให้เร็วที่สุด
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก แพลตฟอร์มอ้างว่า ต้องหยุดให้บริการเพราะ "ยอดถอนพุ่งสูงผิดปกติ" หลังมีข่าวคว่ำบาตรและข้อกล่าวหาเรื่องฟอกเงิน อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งานแล้ว นี่คือสัญญาณเตือนชัดว่าแพลตฟอร์มอาจมีปัญหาสภาพคล่องและความเสี่ยงสูง
Elliptic ชี้ Huione Pay มีเอี่ยวคริปโตผิดกฎหมายเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์
ข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Elliptic เคยระบุว่า เครือข่าย Huione อย่าง Huione Pay และ Huione Guarantee (ที่ทำงานผ่าน Telegram) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประมวลผลธุรกรรมคริปโตที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมากถึง ประมาณ 98,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธุรกรรมที่ตรวจพบมีทั้ง
เงินจากสแกมคริปโตและ “ลงทุนปลอม” (investment scam)
เงินจากอาชญากรรมไซเบอร์และการแฮ็ก
เงินที่ถูกใช้เป็นช่องทางฟอกเงินและพัวพันกับเครือข่ายในเกาหลีเหนือ
ตัวเลขนี้สะท้อนอย่างชัดเจนว่า Huione Pay ไม่ได้เป็นแค่ “แอปโอนเงินธรรมดา” แต่เคยเป็น ศูนย์กลางสำคัญของเงินดำในโลกคริปโต ระดับภูมิภาค
Upbit ปิดบัญชีกว่า 200 บัญชีที่เชื่อมโยง Huione
ผลกระทบไม่ได้อยู่แค่ในกัมพูชา แต่ยังลามไปถึงตลาดคริปโตในประเทศอื่นด้วย เช่น
Upbit กระดานเทรดคริปโตรายใหญ่จากเกาหลีใต้ ออกมาเปิดเผยในเดือนพฤศจิกายนว่า ได้ ปิดบัญชีมากกว่า 200 บัญชี ที่เชื่อมโยงกับ Huione หลังพบว่าอาจมีการใช้บัญชีเหล่านั้นเป็นช่องทางโอนเหรียญเพื่อฟอกเงิน
นี่คืออีกหนึ่งสัญญาณว่า แพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงด้าน “สีเทา” เริ่มถูกตัดออกจากระบบนิเวศคริปโตหลัก ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ
จาก Huione Pay สู่ H-Pay: รีแบรนด์หนีภาพลบ?
มีรายงานว่า ในกระบวนการ “เริ่มต้นใหม่” Huione Pay ได้ รีแบรนด์ตัวเองเป็น “H-Pay” เพื่อเตรียมกลับมาให้บริการอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนชื่อไม่ได้ลบประวัติในอดีต และในสายตาหน่วยงานกำกับดูแล การรีแบรนด์ไม่ได้ทำให้ความเสี่ยงด้าน ฟอกเงิน, คริปโตผิดกฎหมาย, และการใช้แพลตฟอร์มเพื่อสแกมประชาชน ลดน้อยลงแต่อย่างใด
สำหรับผู้ใช้งานและนักเทรดคริปโตในภูมิภาค การเคลื่อนไหวนี้ควรถูกมองเป็น “ธงแดง” (Red Flag) มากกว่าการกลับมาแบบปลอดภัย
บทเรียนสำคัญ: อย่าเสี่ยงฝากเงิน–เทรดคริปโตกับแพลตฟอร์มที่ไม่โปร่งใส
เคสของ Huione Pay / H-Pay เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ในยุคที่ ฟอกเงินและสแกมคริปโตข้ามชาติ กำลังถูกล่าอย่างจริงจัง
นักลงทุนควรระวังเป็นพิเศษกับแพลตฟอร์มประเภท
ไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่ชัดเจน
มีข่าวเชื่อมโยงกับ “สแกม, ฟอกเงิน, หรืออาชญากรรมข้ามชาติ”
อยู่ในประเทศที่มาตรฐานกำกับดูแลการเงิน–คริปโตยังอ่อนแอ
อ้างอิง : coindesk.com
ภาพ nytimes.com