Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

พาวเวล เผย FOMC แตกเป็นสองฝ่าย ครึ่งหนึ่งอยากลดดอกเพิ่ม อีกครึ่งอยากหยุดไว้แค่นี้
2025-09-17T22:17:00.000Zข่าว

พาวเวล เผย FOMC แตกเป็นสองฝ่าย ครึ่งหนึ่งอยากลดดอกเพิ่ม อีกครึ่งอยากหยุดไว้แค่นี้

เจอโรม พาวเวล (Jerome Powell) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) กล่าวเมื่อวันพุธว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดยังมีความเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับแนวทางการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปี 2025

การแถลงเกิดขึ้นหลังจากเฟดประกาศลดดอกเบี้ยลง 0.25% (25 basis points) ซึ่งนับเป็นการลดครั้งแรกของปี 2025 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อยู่ในกรอบใหม่ที่ 4% - 4.25%

FOMC ยังไม่ลงรอยเรื่องการลดดอกเบี้ย

พาวเวลเปิดเผยว่า จากสมาชิก FOMC ทั้งหมด 19 คน มี 10 คน ที่ประเมินว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 2 ครั้งขึ้นไปภายในปีนี้ ขณะที่อีก 9 คน มองว่าควรลดน้อยกว่านั้น หรือบางรายถึงขั้นมองว่า ไม่ควรลดเพิ่มเลย

เขาย้ำว่า ควรอ่าน Summary of Economic Projections (SEP) ซึ่งเป็นประมาณการเศรษฐกิจรายไตรมาสของเฟดในเชิง "ความน่าจะเป็น" มากกว่าความแน่นอน 100% โดย SEP ล่าสุดคาดว่า

  • อัตราดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 3.6% สิ้นปี 2025

  • ลดลงไปที่ 3.4% สิ้นปี 2026

  • และอยู่ที่ 3.1% ภายในสิ้นปี 2027

ทำไมเฟดถึงลังเล?

ปัจจุบันเฟดต้องเผชิญกับโจทย์ยาก เนื่องจากตลาดแรงงานเริ่มอ่อนตัวลง ขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูง การตัดสินใจจึงต้องพยายามรักษา "สมดุล" ระหว่าง การจ้างงานสูงสุด และ เสถียรภาพราคา

โอกาสต่อสินทรัพย์เสี่ยงและคริปโต

แม้การลดดอกเบี้ยครั้งนี้อาจยังไม่ใช่ปัจจัยบวกโดยตรงทันที แต่หลายฝ่ายเชื่อว่า การผ่อนคลายนโยบายการเงินจะกระตุ้นให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่สินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และคริปโต

Matt Mena นักกลยุทธ์ด้านคริปโตจาก 21Shares กล่าวว่า มีเงินกว่า 7.2-7.5 ล้านล้านดอลลาร์ ที่ยังจอดนิ่งอยู่ในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Funds) ซึ่งผลตอบแทนจะลดลงหลังการลดดอกเบี้ย ทำให้นักลงทุนมีแรงจูงใจโยกเงินกลับมาลงทุนในตลาดทุนและตลาดคริปโต

เขาเชื่อว่า Bitcoin มีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงในไตรมาส 4 โดยคาดว่าอาจทะลุจุดสูงสุดเดิมที่ 124,000 ดอลลาร์ และมีนักลงทุนกว่า 62% บน Polymarket คาดว่า BTC จะขึ้นไปแตะ 130,000 ดอลลาร์ภายในปี 2025

แม้การประชุม FOMC ล่าสุดจะสะท้อนถึงความไม่แน่นอน แต่การลดดอกเบี้ยครั้งแรกของปี 2025 ถือเป็นสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มเปิดทางให้ สภาพคล่องกลับมาในระบบการเงิน และนี่อาจกลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้กับตลาดคริปโต โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum ที่นักลงทุนกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

 

อ้างอิง : cointelegraph.com