CME Group เอาจริง! เล็งออกเหรียญคริปโตตัวเอง พร้อมผนึก Google พัฒนาระบบชำระเงิน
CME Group ตลาดซื้อขายอนุพันธ์ยักษ์ใหญ่จากชิคาโก กำลังพิจารณาแผนการเปิดตัวเหรียญดิจิทัล (Digital Token) ของตนเอง เพื่อยกระดับการนำสินทรัพย์ในรูปแบบ Token (Tokenized Assets) มาใช้เป็นหลักประกัน (Collateral) ในตลาดการเงินทั่วโลก โดยเทอร์รี ดัฟฟี (Terry Duffy) ซีอีโอของบริษัทระบุว่าทางกลุ่มกำลังทบทวนรูปแบบของเงินประกัน (Margin) ในอนาคต รวมถึงแนวคิดการสร้างเหรียญที่ทำงานบนเครือข่ายกระจายศูนย์ (Decentralized Network) เพื่อให้ผู้เล่นในอุตสาหกรรมสามารถนำไปใช้งานร่วมกันได้
ดัฟฟีให้ความเห็นว่า สินทรัพย์ที่ออกโดยสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (Systemically Important Financial Institution) จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เล่นในตลาดได้มากกว่าเหรียญที่ออกโดยธนาคารขนาดรองลงมา ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงการรุกคืบเข้าสู่เทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างจริงจังของสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม
ความร่วมมือกับ Google และการขยายพอร์ตสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกเหนือจากการศึกษาเรื่องการออกเหรียญเองแล้ว CME Group ยังได้เริ่มนำร่องโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล (Asset Tokenization) ร่วมกับ Google Cloud ภายใต้ชื่อโครงการ Universal Ledger ซึ่งเริ่มประกาศความร่วมมือไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โครงการนี้จะเน้นไปที่ระบบการชำระเงินแบบขายส่ง (Wholesale Payments) และการแปลงสินทรัพย์ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล
ปัจจุบัน CME Group ได้ขยายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซีอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:
สัญญาฟิวเจอร์สใหม่: เตรียมเพิ่มสัญญาฟิวเจอร์สที่ผูกกับเหรียญ Cardano, Chainlink และ Stellar
การรวมดัชนี: จับมือกับ Nasdaq เพื่อรวบรวมดัชนีราคาสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้ชื่อ Nasdaq-CME Crypto Index
การเทรด 24/7: มีแผนจะเปิดการซื้อขายฟิวเจอร์สและออปชันคริปโตตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงต้นปี 2026 นี้ (รอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล)
ธนาคารยักษ์ใหญ่แห่ร่วมวง Token และ Stablecoin
ทิศทางของ CME Group สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวของธนาคารยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐฯ ที่เริ่มนำเทคโนโลยี Token มาใช้ในการชำระเงินและชำระบัญชี เช่น JPMorgan ที่เริ่มใช้ JPM Coin สำหรับการโยกย้ายเงินดอลลาร์ในระดับสถาบันผ่านเครือข่าย Base หรือ Bank of America ที่กำลังศึกษาการใช้ Stablecoin เพื่อปรับปรุงระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนให้ทันสมัยขึ้น
ในขณะเดียวกัน Fidelity Investments ก็เตรียมเปิดตัวเหรียญ Stablecoin ที่มีดอลลาร์ค้ำประกันภายใต้ชื่อ Fidelity Digital Dollar (FIDD) ท่ามกลางการเติบโตของตลาด Stablecoin ทั่วโลกที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 3.05 แสนล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน หลังจากการบังคับใช้กฎหมาย GENIUS Act เมื่อกลางปี 2025 ที่ผ่านมา
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coindesk.com
ทุกการขยับของวาฬ เรารายงานก่อนใครที่ Bitcoin Addict
Tag : CME Group Stablecoin JPMorgan