ควอนตัมมาเร็วกว่าที่คิด! — Caltech เผยโมเดล 10,000 Qubits พร้อมใช้ปี 2030
นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน Caltech (California Institute of Technology — สถาบันเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ) และสตาร์ทอัพ Oratomic เปิดเผยว่า "ควอนตัมคอมพิวเตอร์" ที่ใช้งานได้จริงอาจต้องการ Qubit (หน่วยข้อมูลพื้นฐานของควอนตัมคอมพิวเตอร์) เพียง 10,000–20,000 ตัวเท่านั้น ลดลงจากตัวเลขเดิมหลายล้านตัว ทำให้เป้าหมายปี 2030 เป็นไปได้จริงมากขึ้น ขณะที่ Google ออกมาเตือนพร้อมกันให้นักพัฒนา Blockchain เร่งปรับระบบเข้ารหัสรับมือภัยคุกคามนี้โดยเร็ว
ความก้าวหน้าที่เปลี่ยนเกม: ลด Qubit ได้ถึง 100 เท่า
หนึ่งในอุปสรรคใหญ่ที่สุดของการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์มาโดยตลอด คือเรื่องของ "ข้อผิดพลาด" (Errors) ที่เกิดขึ้นในระหว่างการประมวลผล ซึ่งในอดีตนั้น นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าจำเป็นต้องใช้ Qubit หลายล้านตัวเพื่อควบคุมและแก้ไขข้อผิดพลาดเหล่านั้นให้ได้
แต่ทีมวิจัยจาก Caltech และ Oratomic เสนอสถาปัตยกรรมการแก้ไขข้อผิดพลาดรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า Neutral-Atom Systems (ระบบอะตอมที่เป็นกลางทางไฟฟ้า) ซึ่งใช้เลเซอร์ที่เรียกว่า Optical Tweezers (แหนบแสง — อุปกรณ์ที่ใช้ลำแสงเลเซอร์จับและเคลื่อนย้ายอนุภาคขนาดจิ๋วได้) ในการเคลื่อนย้ายและเชื่อมต่ออะตอมข้ามระยะทางไกลได้อย่างแม่นยำ
John Preskill นักฟิสิกส์เชิงทฤษฎีแห่ง Caltech กล่าวว่า สถาปัตยกรรมใหม่นี้ "ลดการประมาณทรัพยากรสำหรับการประมวลผลควอนตัมแบบทนต่อข้อผิดพลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ" และมองว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงจะกลายเป็นความจริงในเร็วๆ นี้
เทคโนโลยี Optical Tweezers เปลี่ยนกฎเกณฑ์ทุกอย่าง
Manuel Endres ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์แห่ง Caltech ผู้สร้างอาร์เรย์ Qubit ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเมื่อเร็วๆ นี้ อธิบายถึงจุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ว่า ต่างจากแพลตฟอร์มควอนตัมอื่นๆ ตรงที่ Qubit แบบ Neutral-Atom สามารถเชื่อมต่อกันโดยตรงข้ามระยะทางไกลภายในอาร์เรย์ได้ โดย Optical Tweezers จะทำหน้าที่พา "อะตอม" ตัวหนึ่งข้ามไปยังอีกฝั่งของอาร์เรย์และสร้างการ "Entangle" (พัวพัน — สถานะที่อนุภาคสองตัวเชื่อมโยงกันทางควอนตัม แม้อยู่ห่างกัน) กับอะตอมอีกตัวได้ทันที
ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งคือ: Logical Qubit (คิวบิตเชิงตรรกะที่แก้ไขข้อผิดพลาดได้) แต่ละตัวสามารถเข้ารหัสได้ด้วย Physical Qubit (คิวบิตทางกายภาพ) เพียง 5 ตัว แทนที่จะต้องใช้ราว 1,000 ตัวตามวิธีแบบเดิม
"น่าแปลกใจมากที่นี่ได้ผลดีขนาดนี้ เราเรียกสิ่งนี้ว่าการแก้ไขข้อผิดพลาดแบบ Ultra-Efficient" Endres กล่าว
Bitcoin และโลกคริปโตต้องรับมืออย่างไร?
ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงเดียวกับที่ Google เผยแพร่งานวิจัยระบุว่าควอนตัมคอมพิวเตอร์อาจสามารถ เจาะระบบเข้ารหัสของ Bitcoin ได้ภายใน 9 นาที โดยใช้พลังการประมวลผลน้อยกว่าที่เคยประเมินไว้มาก พร้อมกับกระตุ้นให้นักพัฒนา Blockchain เร่งปรับระบบสู่ PQC (Post-Quantum Cryptography — การเข้ารหัสแบบทนต่อควอนตัม) โดยไม่รอให้ภัยคุกคามเกิดขึ้นจริงก่อน
Google ยังประกาศ Timeline การปรับระบบของตัวเองสู่ PQC ภายในปี 2029 พร้อมเตือนว่า "ขอบฟ้าควอนตัม" อาจใกล้กว่าที่คิด
สำหรับ Oratomic สตาร์ทอัพที่เชื่อมโยงกับ Caltech จะทำงานร่วมกับ Advanced Quantum Computing Mission ของ Caltech อย่างใกล้ชิด โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างควอนตัมคอมพิวเตอร์แบบ Utility-Scale Fault-Tolerant (ขนาดใช้งานจริงที่ทนต่อข้อผิดพลาด) เครื่องแรกของโลก
📎 อ่านเพิ่มเติม: 👉 Google Urges Crypto Developers to Adopt Post-Quantum Cryptography — CoinDesk
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: FOX Business / Caltech Research Announcement / cointelegraph ภาพ nextgov.com
💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict ถ้าตัวเลข Qubit ที่ต้องใช้ลดลงจากหลักล้านเหลือแค่หลักหมื่น นั่นหมายความว่า "นาฬิกาควอนตัม" กำลังเดินเร็วกว่าที่อุตสาหกรรมคริปโตคาดการณ์ไว้มาก แม้ยังไม่มีควอนตัมคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานได้จริงในวันนี้ แต่การที่ทั้ง Caltech และ Google ส่งสัญญาณเตือนในสัปดาห์เดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ น่าจับตาดูเป็นพิเศษว่าชุมชน Bitcoin และ Ethereum จะเริ่มเคลื่อนไหวเรื่อง PQC จริงจังเมื่อไหร่ และในรูปแบบไหน — เพราะเวลาอาจน้อยกว่าที่คิด
Tags / คีย์เวิร์ด SEO: ควอนตัมคอมพิวเตอร์, Quantum Computer 2030, Post-Quantum Cryptography, Bitcoin Security, Caltech Quantum, PQC Blockchain, Neutral Atom Qubit, Google Quantum
— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com