Bitwise โดย Matt Hougan (CIO) มองว่าแม้ตลาดคริปโตจะ “เริ่มต้นปี 2026 ได้ดี” แต่การจะไปทำ All-Time High (ATH) ใหม่ ยังต้องผ่าน 3 “เช็กพอยต์” สำคัญ ได้แก่
ตลาดต้องไม่เกิดเหตุการณ์ล้างพอร์ต/ช็อกเลเวอเรจซ้ำแบบ 10 ต.ค. 2025
สหรัฐฯ ต้องเดินหน้ากฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโต (CLARITY Act)
ตลาดหุ้นโลกต้องไม่เกิดการร่วงแรงจนกลายเป็น Risk-off
Hougan อธิบายว่าเหตุการณ์ 10/10 เคยทำให้ตลาดกังวลว่าจะมี “ผู้เล่นรายใหญ่” (เช่น market maker/hedge fund) ต้องปิดสถานะจนเกิดแรงขายค้างในระบบ ส่งผลให้ปลายปี 2025 รีบาวด์ได้ยาก แต่การที่ตลาดเริ่มฟื้นต้นปีนี้สะท้อนว่านักลงทุน “เริ่มวาง 10/10 ไว้ข้างหลัง” แล้ว

เช็กพอยต์ 1: “อย่าให้มี 10/10 ครั้งที่สอง”
เหตุการณ์ 10 ต.ค. 2025 ถูกอ้างว่าเป็นวันที่เกิดการล้างพอร์ตสัญญาฟิวเจอร์สจำนวนมหาศาล (ระดับ ราว $19B ภายในวันเดียว) ซึ่งเป็นช็อกที่ทำให้ความเชื่อมั่นสะดุด และกดบรรยากาศการลงทุนช่วงปลายปี
เช็กพอยต์ 2: CLARITY Act ต้อง “ไปต่อให้ได้”
อีกด่านคือความคืบหน้าของ CLARITY Act ซึ่งกำลังเข้าสู่ขั้นตอน markup ที่ถูกจับตา (มีการพูดถึงวันที่ 15 ม.ค.) โดยต้องจัดระเบียบ/ปรับให้สอดคล้องกันในคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง ก่อนดันสู่การโหวตระดับสภาเต็มรูปแบบ
Hougan มองว่าการผ่านกฎหมายนี้สำคัญต่ออนาคตคริปโตในสหรัฐฯ เพราะช่วย “ฝังหลักการ” ด้านการกำกับดูแลให้ชัดขึ้น และเป็นฐานให้การเติบโตระยะยาว
เช็กพอยต์ 3: หุ้นต้องไม่พัง—เพราะ Risk-off กระทบคริปโตได้
แม้คริปโตจะไม่ได้เดินตามหุ้นแบบ 1:1 แต่ Hougan เตือนว่าหากตลาดหุ้นเกิดการ “ร่วงแรง” จะดึงความน่าสนใจของสินทรัพย์เสี่ยงลงทั้งกระดาน และคริปโตก็มักหนีไม่พ้นแรงกระแทกในระยะสั้น
แล้ว “เฟด” เกี่ยวไหม?
มุมมองผู้เชี่ยวชาญอีกฝั่งมองว่า ภาพรวมปี 2026 อาจได้แรงหนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย (dovish) แต่ในระยะใกล้ ตลาดยังประเมินว่าเฟดอาจ “คงดอกเบี้ย” ในการประชุมปลายเดือนมกราคม ตามที่ติดตามได้จากเครื่องมืออย่าง CME FedWatch
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ cnbcafrica.com