Sentiment ฟื้นทั้งคริปโตและ TradFi แต่กำแพง Short เหนือ $93K ยังเป็นด่านสำคัญของ Bitcoin
ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคา Bitcoin แกว่งตัวกลับขึ้นมายืนเหนือโซน $90,000 ได้หลายครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น ทั้งจากฝั่งนักลงทุนรายย่อยในตลาดคริปโต และฝั่งผู้จัดการกองทุนในโลกการเงินดั้งเดิม (TradFi) ที่กลับมาเริ่มพูดถึงโอกาสของ “ปลายปีรีบาวด์” มากขึ้น
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเคลื่อนไหวของบริษัทสาย Bitcoin Treasury อย่าง Strategy ที่ยังเดินหน้าซื้อสะสม BTC เพิ่ม แม้ราคาจะยังไม่กลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมก็ตาม
Cycle ใหม่ของ Bitcoin อาจยาวกว่าที่คิด
Matthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck อ้างอิงรายงานของ Bernstein ที่มองว่า
“รอบ Cycle ของ Bitcoin เริ่มหลุดจากแพทเทิร์น 4 ปีแบบเดิม ๆ และกำลังยืดเป็นบูลระยะยาว โดยมีแรงซื้อจากสถาบันที่เหนียวแน่นขึ้น มาชดเชยแรงขายจากรายย่อยเวลา Panic”
ด้าน Larry Fink ซีอีโอของ BlackRock ก็เสริม Narrative ฝั่งสถาบันว่า กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Funds) เริ่มทยอยซื้อ Bitcoin เพิ่มหลังราคาหลุดลงมาจากยอด $126,000
เขาบอกว่า รู้มาว่า “หลายกองทุนไปซื้อเพิ่มแถวโซน $80,000” และมองว่าการถือ Bitcoin ควรเป็นเกมระยะยาว ไม่ใช่เทรดสั้นเก็งรอบ พร้อมเตือนว่าตลาด BTC ตอนนี้ “เลเวอเรจเยอะ” ทำให้ความผันผวนยิ่งสูงขึ้น
Strategy ซื้อเพิ่มหมื่น BTC หนุน Sentiment ขาขึ้น
ฝั่งบริษัทจดทะเบียนเองก็ไม่ได้นิ่งดูดาย เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา Strategy ประกาศซื้อเพิ่ม 10,624 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า $962.7 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ยราว $90,615 ต่อเหรียญ
Andre Dragosch ฝ่ายวิจัยของ Bitwise ฝั่งยุโรป ระบุว่านี่คือดีลซื้อ Bitcoin รอบใหญ่ที่สุดของ Strategy ตั้งแต่ เดือน ก.ค. 2025 เป็นต้นมา นับเป็นสัญญาณเชิงจิตวิทยาที่ช่วยพยุงความเชื่อมั่นของตลาดได้ไม่น้อย ว่าบริษัทระดับผู้นำยังมองเห็นอัพไซด์ระยะยาวของ BTC

ทำไมราคา Bitcoin ยังติดกรอบ $90,000–$93,000 ?
แม้ Sentiment จะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และราคาดีดจาก Low แถว $80,612 (21 พ.ย.) กลับขึ้นมา แต่ Bitcoin ก็ยังติดอยู่ในกรอบด้านบนระหว่าง $90,000–$93,000
นักวิเคราะห์เทคนิคอย่าง Aksel Kibar มองว่า ช่วงนี้ยังเป็นเฟส “ราคาเหวี่ยงหาจุดตั้งหลัก” และเตือนว่าระดับรับสำคัญทางเทคนิคยังอยู่ต่ำลงไปแถว $73,700–$76,500 คล้ายกับช่วงที่เคยใช้เวลาหลายเดือนสร้าง “Double Bottom” ในเดือนมี.ค.–พ.ค. มาก่อน
พฤติกรรมรายย่อย vs รายใหญ่: ใครกำลังทำอะไร?
ข้อมูลจาก Hyblock ช่วยให้เห็นภาพพฤติกรรมของกลุ่มเทรดขนาดต่าง ๆ ชัดขึ้น:
กลุ่มออเดอร์ขนาด 0–100 BTC (ที่มักถูกมองว่าเป็นกลุ่มรายย่อย/เทรดเดอร์ทั่วไป)
→ เริ่มกลับเข้ามา “ซื้อสะสม” มากขึ้นในช่วงราคาแถว $90Kกลุ่มออเดอร์ขนาดใหญ่ 1,000–100,000 BTC และ 100,000–1,000,000 BTC (CVD)
→ มีพฤติกรรม “ขายใส่การดีดตัว” ในช่วงราคาขึ้นสู่โซน $90,000–$93,000

นั่นหมายความว่า แม้รายย่อยจะเริ่มกลับมามีความหวังในรีบาวด์ปลายปี แต่ ฝั่งทุนใหญ่ / วาฬ / สถาบันบางส่วน ยังใช้โอกาสนี้ในการทำกำไรหรือปรับพอร์ตลดเสี่ยง
กำแพงออเดอร์ขาย-ชอร์ต แถว $93K–$95K
ข้อมูลใน Order Book คู่ BTC/USDT Perp บน Binance ยังสะท้อน “ภาพกำแพงด้านบน” อย่างชัดเจน:

มี ออเดอร์ขาย (Ask Wall) หนาเริ่มตั้งแต่โซนราว $90,000
และยิ่งหนาแน่นขึ้นในช่วง $94,000–$95,000
ขณะเดียวกัน แผนที่สภาพคล่องชอร์ต (Liquidation Heatmap) ชี้ให้เห็นว่า:

มีกลุ่ม Short Liquidity สะสมอยู่แถว $94,000–$95,300
ถ้า Bitcoin ทะลุขึ้นไปโซนนี้ได้ด้วยแรงซื้อจาก Spot หรือ Futures อาจเกิดสถานการณ์ “Short Squeeze” ที่ทำให้ราคาเร่งตัวขึ้นต่อไปหาโซน $100,000 ได้ไม่ยาก – แต่เงื่อนไขคือ “ต้องมี Catalyst ที่แรงพอจะจุดติดฝั่ง Long” ไม่ว่าจะเป็นข่าวมหภาค, สภาพคล่อง, หรือ Fund Flow จาก ETF
ในภาพรวม ตลาดกำลังอยู่ในเฟสที่ “ความกลัวเริ่มคลาย แต่ยังไม่ถึงขั้นโลภเต็มตัว” ใครเป็นสายระยะยาวอาจมองช่วงนี้เป็นเฟสค่อย ๆ ทยอยจัดพอร์ต ขณะที่สายเทรดสั้น ต้องจับตาโซน $90K–$95K ให้ดี เพราะนี่คือจุดชี้ขาดว่า ปลายปีนี้ Bitcoin จะปิดจบด้วย “รีบาวด์แรง” หรือแค่ “ดีดแล้วโดนขาย” อีกรอบ
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ fxstreet.com