กระแสต่อต้าน JP Morgan ปะทุหนักในชุมชน Bitcoin และผู้สนับสนุนบริษัทคริปโตในกลุ่ม “Bitcoin Treasury Companies” โดยเฉพาะ Strategy หลังจากมีรายงานว่า MSCI เตรียมถอดบริษัทที่ถือคริปโตมากกว่า 50% ออกจากดัชนีในเดือนมกราคม 2026
ข่าวนี้ถูกแชร์ผ่านบันทึกวิจัยของ JP Morgan ทำให้ชุมชน Bitcoin ทั้งไทย-เทศลุกเป็นไฟทันที เนื่องจากการถูกถอดออกจากดัชนีสำคัญจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้น และกระแสเงินทุนแบบ Passive จากกองทุนที่ต้องซื้อหุ้นตามดัชนี
JP Morgan โดนด่าเละ – BTC Maxis ผนึกกำลัง
หลายคนออกมาโจมตี JP Morgan แบบจัดเต็ม เช่น
– Grant Cardone ประกาศว่าเพิ่งถอนเงิน $20 ล้านออกจากบัญชี Chase พร้อมเตรียมฟ้อง
– Max Keiser ทวีตชัดเจน: “Crash JP Morgan and buy Strategy and BTC”
กระแส #BoycottJPMorgan เริ่มไหลแรงจนติดเทรนด์ในหลายพื้นที่บน X

MSCI เตรียมเปลี่ยนกฎ — ถ้าถือคริปโตเกิน 50% = ถูกถอดออกจากดัชนี
ตามข้อเสนอใหม่ บริษัทที่มีคริปโตในงบดุลเกิน 50% จะไม่สามารถอยู่ในดัชนีของ MSCI ได้อีกต่อไป ส่งผลให้บริษัทอย่าง Strategy มีความเสี่ยงสูง เพราะทรัพย์สินส่วนใหญ่คือ Bitcoin
หากถูกถอดออกจากดัชนี:
กองทุนแบบ Passive เช่น ETF ที่ต้องตามดัชนี
จะต้อง ขายหุ้นเหล่านี้ออกโดยอัตโนมัติ
ส่งผลกระทบต่อราคา และตลาดคริปโตวงกว้าง
นักวิเคราะห์ชี้ว่า หากมีการเทขายพร้อมกันจำนวนมาก อาจทำให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลปรับลงแรงได้
Michael Saylor ตอบกลับ MSCI: “เราไม่ใช่กองทุน แต่คือโครงสร้างการเงินบน Bitcoin”
ผู้ก่อตั้ง Strategy Michael Saylor ออกมาโต้กลับอย่างเผ็ดร้อนว่า:
“Strategy ไม่ใช่กองทุน ไม่ใช่ทรัสต์ และไม่ใช่ holding company แต่คือ Bitcoin-backed structured finance company”
Saylor ย้ำว่า Strategy “สร้างโครงสร้างและผลิตภัณฑ์ทางการเงินบน Bitcoin” ซึ่งแตกต่างจากบริษัทที่ถือคริปโตแบบนั่งเฉย ๆ

ความเสี่ยงต่อตลาดกว้างขึ้น
นักวิเคราะห์เตือนว่า หากบริษัทถือ Bitcoin ถูกถอดออกจากดัชนีจริง:
อาจเกิด forced selling
กระทบ Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะสั้น
แต่ในระยะยาว การกำกับดูแลที่ชัดเจนอาจทำให้ตลาดเติบโตอย่างมั่นคงมากขึ้น
อ้างอิง : cointelegraph.com
ภาพ coindesk.com