Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

Bernstein ชี้ทางรอด! — ภัยควอนตัมเป็นเรื่องจัดการได้ — ให้เวลาเครือข่าย Bitcoin เตรียมตัว 3-5 ปี
09 April 2026ข่าว Bitcoinโดย Rawiwarn Owattasanee

Bernstein ชี้ทางรอด! — ภัยควอนตัมเป็นเรื่องจัดการได้ — ให้เวลาเครือข่าย Bitcoin เตรียมตัว 3-5 ปี

Bernstein (เบิร์นสไตน์ บริษัทวิจัยการลงทุนระดับโลก) ออกรายงานวิเคราะห์ใหม่ ระบุว่าภัยคุกคามจาก Quantum Computing (คอมพิวเตอร์ควอนตัม — เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้หลักการฟิสิกส์ควอนตัมในการประมวลผล ทรงพลังกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไปมหาศาลในงานบางประเภท) ต่อ Bitcoin นั้นเป็น "วงจรอัปเกรดที่จัดการได้" ไม่ใช่ "ความเสี่ยงเชิงอัตถิภาวะ" โดยประเมินว่าอุตสาหกรรมคริปโตมีเวลา 3–5 ปีในการเตรียมรับมือ ก่อนที่ภัยดังกล่าวจะเป็นภัยที่เป็นรูปธรรม

ทำไมควอนตัมถึงเป็นประเด็นตอนนี้?

ในช่วงที่ผ่านมา มีพัฒนาการสำคัญจากทั้ง Google และสถาบันวิชาการชั้นนำอย่าง Caltech ที่แสดงให้เห็นว่าทรัพยากรที่ต้องใช้ในการสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่ทรงพลังพอจะเจาะระบบเข้ารหัสนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ Timeline (กรอบเวลา) ของภัยคุกคามนี้ถูกเร่งขึ้น

 

Quantum.webp
ผู้เชี่ยวชาญด้านควอนตัมให้กรอบเวลา 10 ปีสำหรับการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัส (CRQC) หรือเครื่องจักรที่สามารถถอดรหัสในปัจจุบันได้ ที่มา: เบิร์นสไตน์

 

ทีมนักวิเคราะห์ของ Bernstein ประกอบด้วย Gautam Chhugani, Mahika Sapra, Sanskar Chindalia และ Harsh Misra ได้จัดทำรายงานฉบับนี้เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม โดยสรุปว่าแม้ความก้าวหน้าเหล่านี้จะเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องจับตา แต่การสร้างคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีพลังพอจะโจมตี Bitcoin ในทางปฏิบัติยังต้องเผชิญอุปสรรคทางเทคนิคและต้นทุนมหาศาลอยู่

ความเสี่ยงอยู่ที่ไหน — ไม่ใช่ทุก Address เสี่ยงเท่ากัน

Bernstein ระบุชัดเจนว่าความเสี่ยงต่อ Quantum Attack (การโจมตีด้วยควอนตัม) นั้น ไม่กระจายตัวสม่ำเสมอ ทั่วทั้งเครือข่าย แต่กระจุกตัวอยู่ในจุดเฉพาะ ดังนี้

กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่:

  • P2PK (Pay-to-Public-Key) — รูปแบบ Address แบบดั้งเดิมที่เปิดเผย Public Key (กุญแจสาธารณะ — รหัสที่ใช้รับ Bitcoin) โดยตรงและถาวร
  • P2MS (Pay-to-Multisig) — กระเป๋าที่ต้องการลายเซ็นหลายชุด ซึ่งบางรูปแบบก็เปิดเผย Public Key เช่นกัน
  • P2TR (Pay-to-Taproot) — มาตรฐานใหม่ล่าสุดของ Bitcoin ที่ใช้การเข้ารหัสบางส่วนที่อาจมีจุดอ่อนเมื่อเผชิญกับ Quantum Computer ขนาดใหญ่

ที่น่าเป็นห่วงเป็นพิเศษคือ Bitcoin ราว 1.7 ล้าน BTC ที่ยังคงอยู่ใน Address แบบ P2PK ยุคแรก โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 1.1 ล้าน BTC ที่เชื่อว่าเป็นของ Satoshi Nakamoto (ซาโตชิ นาคาโมโต — ผู้สร้าง Bitcoin นามแฝง) ซึ่งกระเป๋าเหล่านี้เปิดเผย Public Key ทิ้งไว้ตลอดเวลา ทำให้ตกเป็นเป้าหมายโดยตรงหาก Quantum Computer ทรงพลังเพียงพอเกิดขึ้นจริง

อะไรที่ "ปลอดภัย" กว่า?

ในทางกลับกัน ระบบ Mining (การขุด) ของ Bitcoin ที่พึ่งพาการเข้ารหัสแบบ SHA-256 Hashing (กระบวนการเข้ารหัสที่ใช้ในการตรวจสอบธุรกรรมและสร้าง Block ใหม่) ถูกประเมินว่า ไม่มีความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญ จากการโจมตีด้วย Quantum Computing หรือ AI Quantum

นอกจากนี้ กระเป๋า Bitcoin รุ่นใหม่ที่ใช้มาตรฐานที่ดีขึ้นและ หลีกเลี่ยงการนำ Address เดิมมาใช้ซ้ำ (Address Reuse) ก็มีความเสี่ยงต่ำกว่ากระเป๋ารุ่นเก่าอย่างมีนัยสำคัญ

ใครจะรับผิดชอบการอัปเกรด?

Bernstein ชี้ว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานการเข้ารหัสที่ทนทานต่อควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography (การเข้ารหัสยุคหลังควอนตัม) จะดำเนินการผ่านชุมชนนักพัฒนา Open-Source (ซอฟต์แวร์เปิดให้สาธารณชนตรวจสอบและพัฒนาร่วมกัน) และ Core Contributors (ผู้พัฒนาหลักที่รับผิดชอบ Protocol ของ Bitcoin) ซึ่งจะต้องเสนอและนำ Protocol Upgrade มาใช้ผ่านกระบวนการ Consensus (ฉันทามติ — การที่ผู้มีส่วนร่วมในเครือข่ายตกลงยอมรับการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน)

พูดง่ายๆ ก็คือ Bitcoin ไม่ได้มีบริษัทใดหรือองค์กรใดคนเดียวที่จะ "กดปุ่มอัปเกรด" ได้ แต่ต้องอาศัยกระบวนการชุมชนที่ใช้เวลา ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทีม Bernstein เน้นว่าต้องเริ่มเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้

 

📎 อ่านเพิ่มเติม: เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานถึงพัฒนาการล่าสุดด้านควอนตัมที่กระทบวงการคริปโต 
👉 Watch Out Bitcoin: Cryptography-Breaking Quantum Computers May Be Closer Than Expected
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block / Bernstein Research / Cointelegraph ภาพ theblock.co

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict รายงานของ Bernstein ส่งสัญญาณสำคัญว่าควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่ก็ไม่ใช่วันสิ้นโลก — กรอบ 3–5 ปีที่ประเมินไว้นั้นถือเป็นเวลาที่ชุมชน Bitcoin มีมากพอจะดำเนินการอย่างรอบคอบและมีระบบ ประเด็นที่น่าจับตามองคือชะตากรรมของ Bitcoin ใน P2PK Address ยุคแรก โดยเฉพาะกลุ่มที่เชื่อว่าเป็นของซาโตชิ ซึ่งสุดท้ายจะนำไปสู่การถกเถียงที่ใหญ่กว่าในชุมชน ทั้งในเรื่องของ Governance (กระบวนการตัดสินใจ) และความสมดุลระหว่างความปลอดภัยกับหลักการ "Immutability" (ความไม่เปลี่ยนแปลง) ที่เป็นรากฐานของ Bitcoin สิ่งที่แน่ชัดคือยิ่งชุมชนเริ่มวางแผนเร็วเท่าไหร่ ตัวเลือกก็จะยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น

 

🏷️ Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Bitcoin, Quantum Computing, Post-Quantum Cryptography, Bernstein Research, ความปลอดภัย Bitcoin, คอมพิวเตอร์ควอนตัม, P2PK Address, Bitcoin Security

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com