Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

จับตาแก้กฎ Basel อาจปลดล็อก "สภาพคล่องมหาศาล" เข้าสู่ Bitcoin — นักวิเคราะห์ชี้โอกาสทองปี 2026
15 March 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

จับตาแก้กฎ Basel อาจปลดล็อก "สภาพคล่องมหาศาล" เข้าสู่ Bitcoin — นักวิเคราะห์ชี้โอกาสทองปี 2026

นักวิเคราะห์ตลาด Nic Puckrin เปิดเผยว่าการปรับปรุงกฎ Basel III (มาตรฐานสากลที่กำหนดข้อกำหนดเงินกองทุนของธนาคารทั่วโลก) ซึ่งมีกำหนดมีผลในปี 2026 อาจเป็นตัวเร่งสำคัญที่ดึงสภาพคล่องขนาด "มหาศาล" เข้าสู่ตลาด Bitcoin โดยปัจจุบัน ธนาคารต้องแบกรับภาระสำรองทุนในอัตราสูงถึง 1,250% สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้สถาบันการเงินแทบเข้าไม่ถึง BTC เลย

 

Nic Puckrin.webp
ที่มา : Nic Puckrin

 

กฎ Basel III คืออะไร และทำไมถึงเป็นปัญหา?

 

Basel III เป็นชุดกฎระเบียบที่กำหนดโดย BCBS (Basel Committee on Banking Supervision — คณะกรรมการกำกับดูแลการธนาคารบาเซิล ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่วางมาตรฐานความมั่นคงของระบบธนาคาร) โดยในปี 2021 คณะกรรมการได้จัดให้สินทรัพย์คริปโตอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงสุด

 

ในทางปฏิบัติ หมายความว่าหากธนาคารถือ Bitcoin 1 ดอลลาร์ไว้ในงบดุล พวกเขาต้องมีเงินสำรองถึง 1 ดอลลาร์รองรับไว้เต็มๆ (อัตรา Risk Weight 1,250%) ตัวเลขนี้ทำให้การให้บริการที่เกี่ยวกับ BTC แทบ "เป็นไปไม่ได้" ทางธุรกิจ

 

เพื่อเทียบให้เห็นภาพ Jeff Walton ประธานเจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยงของ Strive (บริษัท Bitcoin Treasury หรือบริษัทที่ถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์หลักในงบดุล) ชี้ให้เห็นว่า:

 

  • หุ้นกู้เอกชนเกรดลงทุน มี Risk Weight เพียง 75%
  • ทองคำ พันธบัตรรัฐบาล และเงินสด มี Risk Weight 0%

 

พูดง่ายๆ ก็คือ กฎปัจจุบันมองว่า Bitcoin มีความเสี่ยงสูงกว่าเงินสดถึง ไม่จำกัดเพดาน ซึ่ง Walton มองว่า "ความเสี่ยงถูกประเมินอย่างผิดพลาด"

 

Fed เปิดรับฟังความเห็น 90 วัน — จุดเปลี่ยนสำคัญ?

 

Puckrin ระบุว่า Federal Reserve (ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา) เพิ่งประกาศข้อเสนอเกี่ยวกับการนำกฎ Basel มาใช้ในสหรัฐฯ พร้อมเปิด ช่วงรับฟังความเห็นสาธารณะ 90 วัน ซึ่งถือเป็นโอกาสทองให้อุตสาหกรรมคริปโตเข้าไปมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางนโยบาย

 

"ถ้า BTC ได้รับการปรับปรุงแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจเปิดประตูให้ธนาคารบูรณาการ BTC เข้าสู่ระบบการเงินได้อย่างจริงจัง" — Nic Puckrin

 

ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้บริหารจากหลายบริษัท Bitcoin Treasury ได้ร่วมกันเรียกร้องให้ปฏิรูปกฎ Basel เพื่อปรับลด Risk Weight ให้สมเหตุสมผลมากขึ้น และเพื่อให้ธนาคารสามารถเข้าร่วมใน Blockchain Economy (เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน) ได้อย่างเต็มตัว

 

กฎ Basel: "Chokepoint" แบบเนียนกว่าที่คิด

 

Chris Perkins ประธานบริษัท CoinFund (บริษัทลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล) ชี้ให้เห็นว่ากฎ Basel นั้นเป็นการ "บีบคอ" อุตสาหกรรมคริปโตอย่างแนบเนียน แตกต่างจากปฏิบัติการ Operation Chokepoint 2.0 (ความพยายามของหน่วยงานรัฐในการตัดช่องทางธนาคารออกจากบริษัทคริปโต) ที่เห็นกันชัดเจนกว่า

 

"นี่คือวิธีที่ละเอียดอ่อนมากในการกดกิจกรรม ด้วยการทำให้ธนาคารต้องแบกต้นทุนสูงเกินจริงจนไม่คุ้มที่จะทำธุรกรรมเหล่านั้น" — Chris Perkins, CoinFund

 

📎 อ่านเพิ่มเติม:
👉 Basel III endgame and crypto capital requirements — CoinDesk
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: CoinTelegraph ภาพ cryptoslate.com

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict การปรับกฎ Basel III ต่อสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2026 ถือเป็นตัวแปรนโยบายที่น่าจับตามองที่สุดตัวหนึ่งในรอบปีนี้ หากธนาคารพาณิชย์สามารถถือ BTC ในงบดุลได้โดยไม่ต้องสำรองทุนในสัดส่วนที่บิดเบือนเช่นนี้ ประตูของสภาพคล่องสถาบันที่ยังปิดอยู่ก็อาจเปิดกว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ น่าจับตามองไม่น้อยว่าผลของช่วงรับฟังความเห็น 90 วันของ Fed จะออกมาในทิศทางใด เพราะนี่คือก้าวแรกที่ค่อนข้างสำคัญต่ออนาคตของ Bitcoin ในระบบการเงินกระแสหลัก

 

Tags / คีย์เวิร์ด SEO: Basel III, Bitcoin กฎระเบียบธนาคาร, BTC risk weight, crypto capital requirements, Federal Reserve คริปโต, สภาพคล่อง Bitcoin, Operation Chokepoint, นโยบายธนาคาร 2026

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com