Bitcoin Addict - ข่าวสารและบทความคริปโต

ศาลสั่งอายัด ETH บน Arbitrum ที่ยึดมาจากแฮกเกอร์ หลังเจ้าหนี้รัฐบาลเกาหลีเหนือขอใช้หนี้แทนเหยื่อ Kelp
04 May 2026ข่าวคริปโตโดย Rawiwarn Owattasanee

ศาลสั่งอายัด ETH บน Arbitrum ที่ยึดมาจากแฮกเกอร์ หลังเจ้าหนี้รัฐบาลเกาหลีเหนือขอใช้หนี้แทนเหยื่อ Kelp

ก่อนการโหวตของ Arbitrum DAO จะปิดในวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ทนายความฝั่งเจ้าหนี้คำพิพากษาคดีก่อการร้ายของเกาหลีเหนือ (DPRK) ได้ยื่น "คำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์ (Restraining Notice)" ผ่านศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก เพื่อสกัด Arbitrum DAO ไม่ให้โอน 30,766 ETH (~71.1 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,311 ล้านบาท) ที่ถูกแช่แข็งจากแฮกเกอร์ Kelp DAO ออกไปสมทบกองทุน DeFi United พูดง่ายๆ คือ ETH ก้อนนี้กำลังถูก "อ้างสิทธิ์" จากสองฝ่ายพร้อมกัน — เหยื่อแฮกล่าสุด vs เหยื่อเก่าของเกาหลีเหนือเมื่อหลายสิบปีก่อน

 

📖 ที่มาของเรื่อง: ETH 30,766 เหรียญที่ถูกแช่แข็งคือทรัพย์ของใคร?

 

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ทนายฝั่งโจทก์ได้ส่ง คำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์ (Restraining Notice — คำสั่งทางกฎหมายห้ามผู้ครอบครองทรัพย์โอน เคลื่อนย้าย หรือจำหน่ายทรัพย์ที่ระบุ) ถึง Arbitrum DAO ผ่านโพสต์ในฟอรัมของชุมชน โดยห้ามไม่ให้ DAO โอน 30,766 ETH ที่ Arbitrum Security Council (สภาความมั่นคงของ Arbitrum ที่ได้รับเลือกตั้งจาก DAO มี 12 ที่นั่ง) ได้สั่งแช่แข็งไว้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา หลังตามรอยพบว่า ETH ก้อนนี้ถูกโอนมายังที่อยู่ที่ควบคุมโดยแฮกเกอร์ที่เจาะระบบ Kelp DAO

 

LayerZero (โปรโตคอล cross-chain messaging ที่ใช้สื่อสารข้ามบล็อกเชน) ได้ระบุว่าการเจาะบริดจ์ครั้งนี้เป็นฝีมือของ Lazarus Group (กลุ่มแฮกเกอร์ในสังกัดรัฐบาลเกาหลีเหนือ ที่อยู่เบื้องหลังเหตุแฮก Ronin Network ปี 2565 และ Bybit ปี 2568) ส่วนศาลแขวงสหรัฐฯ เขตทางใต้ของนิวยอร์ก (S.D.N.Y.) ก็ได้อนุมัติการบังคับใช้คำสั่งดังกล่าวเรียบร้อย

 

⚖️ โจทก์เป็นใคร? คดีเก่าที่ยังไม่ได้รับชำระเงิน

 

โจทก์ในคดีนี้ไม่ได้เป็นเหยื่อของเหตุแฮก Kelp DAO เลย แต่เป็น เหยื่อก่อการร้ายที่ถือคำพิพากษาเก่าค้างชำระจาก DPRK มานานหลายปี โดยทนายจากสำนักงาน Gerstein Harrow LLP ดำเนินการแทน Han Kim และ Yong Seok Kim พลเมืองสหรัฐฯ ที่สูญเสียสมาชิกครอบครัวคือ บาทหลวง Kim Dong-shik ซึ่งถูกลักพาตัวในจีนและสังหารโดยเจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือ

 

ในปี 2558 ศาลแขวงสหรัฐฯ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ตัดสินให้ DPRK ชดใช้ค่าเสียหายโดยปริยาย (default judgment) ราว 330 ล้านดอลลาร์ (~10,729 ล้านบาท) ในคดีของบาทหลวง Kim

 

นอกจากนี้ คำสั่งห้ามเคลื่อนย้ายทรัพย์ฉบับนี้ยังรวมคดีคำพิพากษาที่ยังไม่ได้รับชำระอีก 2 คดี ได้แก่:

 

  • Kaplan v. DPRK — ราว 169 ล้านดอลลาร์ (~5,494 ล้านบาท) จากข้อกล่าวหาว่า DPRK สนับสนุนกลุ่ม Hezbollah ในการยิงจรวดถล่มภาคเหนืออิสราเอลช่วงสงครามเลบานอนปี 2549
  • Calderon-Cardona v. DPRK — 378 ล้านดอลลาร์ (~12,289 ล้านบาท) เกี่ยวพันกับเหตุโจมตีสนามบิน Lod ในปี 2515 โดยกลุ่ม Japanese Red Army ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 ราย รวมถึงผู้แสวงบุญชาวเปอร์โตริโก 17 ราย

 

รวมมูลค่าคำพิพากษาทั้งสามคดีเกิน 877 ล้านดอลลาร์ (~28,513 ล้านบาท) ยังไม่นับดอกเบี้ยหลังคำพิพากษาที่ค้างมากว่าทศวรรษ

 

🏛️ ทฤษฎีกฎหมายที่ใช้: FSIA + TRIA

 

ทีมทนายอ้างอิง Foreign Sovereign Immunities Act (FSIA — กฎหมายว่าด้วยเอกสิทธิ์อธิปไตยต่างประเทศ) ประกอบกับ Terrorism Risk Insurance Act (TRIA — กฎหมายประกันความเสี่ยงจากการก่อการร้าย) ซึ่งเปิดทางให้เจ้าหนี้คำพิพากษาของ "รัฐที่อุปถัมภ์การก่อการร้าย" สามารถยึดทรัพย์ของรัฐนั้นหรือ "หน่วยงานในเครือ (instrumentalities)" ได้

 

จุดสำคัญคือคำสั่งฉบับนี้ระบุชื่อ APT-38 และ Lazarus Group เป็นหน่วยงานในเครือของ DPRK ทำให้ตามทฤษฎีของฝั่งโจทก์ ETH ที่ Lazarus ขโมยมาจึงถือเป็น "ทรัพย์ที่เกาหลีเหนือมีส่วนได้ส่วนเสีย" และตกอยู่ภายใต้การยึดของเจ้าหนี้คำพิพากษาเหล่านี้

 

🗳️ การโหวต DeFi United: เสียงท่วมท้นแต่เผชิญอุปสรรค

 

Arbitrum DAO เปิดการโหวต Snapshot temperature check (การหยั่งเสียงเบื้องต้นนอกเชน) เมื่อวันที่ 30 เมษายน บนข้อเสนอที่เขียนโดย Aave Labs (บริษัทเบื้องหลังโปรโตคอลให้กู้ยืม DeFi รายใหญ่ที่สุด) ร่วมกับ Kelp DAO, LayerZero, EtherFi และ Compound เพื่อโอน ETH ที่ถูกแช่แข็งให้กับ DeFi United (กองทุนช่วยเหลือข้ามโปรโตคอลที่จัดตั้งขึ้นหลังเหตุแฮก) ซึ่งจะปิดการโหวตในวันที่ 7 พฤษภาคม

 

ข้อเสนอนี้จะส่งเงินไปยัง Gnosis Safe (กระเป๋าหลายลายเซ็น) แบบ 3-of-4 ที่ลงนามร่วมโดย Aave, Kelp DAO, EtherFi และ Certora (บริษัทตรวจสอบความปลอดภัยสมาร์ทคอนแทรกต์) เพื่อนำไปฟื้นฟูสภาพหนุนหลังของ rsETH โดยเฉพาะ ปัจจุบัน มีคะแนนเห็นด้วยมากกว่า 99%

 

ข้อเสนอยังมีเงื่อนไข indemnification clause (ข้อชดใช้ค่าเสียหาย) แบบไม่จำกัดวงเงินจาก Aave Labs ครอบคลุม Arbitrum Foundation, Offchain Labs และสมาชิก Security Council แต่ละราย จากการเรียกร้องใดๆ ที่อาจเกิดจากการแช่แข็งหรือปล่อยทรัพย์ — แต่ยังเป็นคำถามเปิดว่าข้อตกลงเอกชนเช่นนี้จะมีผลทางกฎหมายต่อคำสั่งศาลที่ออกมาแล้วหรือไม่

 

💢 เสียงวิจารณ์: "กลยุทธ์ทนายล่าเหยื่อ"

 

นักสืบออนเชน ZachXBT (นักสืบบล็อกเชนชื่อดังที่เปิดโปงคดีคริปโตหลายคดี) วิจารณ์ฝ่ายโจทก์อย่างรุนแรงผ่าน X ว่าเป็นสำนักงานทนายล่าเหยื่อที่ใช้กลยุทธ์ "ชั่วร้ายแท้ๆ" โดยอ้างว่าทุกครั้งที่มีเหยื่อ Lazarus รายใหม่และทรัพย์ถูกแช่แข็ง ทนายกลุ่มนี้ก็จะเข้ามาอ้างสิทธิ์จากคดี DPRK เก่าๆ ที่ไม่เกี่ยวกับคริปโตเลย โดยอาศัยข้อมูลที่ตนเองและเครือข่ายลำบากรวบรวมหลักฐานเพื่อแช่แข็งทรัพย์มาก่อน เขาระบุว่ากลยุทธ์ลักษณะเดียวกันเคยถูกใช้กับเคส Harmony และ Bybit มาแล้ว

 

ขณะที่ banteg ผู้ร่วมพัฒนา Yearn Finance มองว่า DAO มีสิทธิ์เพิกเฉยต่อคำสั่งศาลฉบับนี้ เพราะเงินก้อนนี้สามารถสาวกลับไปยังเหยื่อ Kelp และ LayerZero ได้ชัดเจน พร้อมเสนอให้ Aave และทีมร่างข้อเสนออื่นๆ "ข้าม multisig ตัวกลาง" แล้วโอนเงินตรงเข้าสัญญาฟื้นฟู เพื่อลดแรงกดดันต่อผู้ลงนามแต่ละราย

 

ที่น่าจับตาไม่น้อยเลยทีเดียวคือ Gerstein Harrow เคยใช้ข้อโต้แย้งทำนองว่า DAO ควรถูกตีความเป็น "unincorporated association (สมาคมไม่จดทะเบียน)" ที่สมาชิกแต่ละคนต้องร่วมรับผิดในการกระทำของ DAO และมีผู้พิพากษาในศาลรัฐบาลกลางบางรายเคยอนุญาตให้ดำเนินคดีตามทฤษฎีนี้มาก่อน

 

🔍 คำถามใหญ่ 2 ข้อที่ผู้โหวตต้องคิด

 

  1. ผู้ถือ ARB ที่โหวต "เห็นด้วย" จะถูกฟ้องร้องเป็นการส่วนตัวจากการโอนทรัพย์ตามมติได้หรือไม่?
  2. เมื่อคริปโตที่ถูกขโมยสามารถสาวกลับได้ทั้งเหยื่อแฮกโดยตรงและรัฐผู้อุปถัมภ์การก่อการร้ายที่มีคำพิพากษาค้างอยู่ ฝ่ายไหนมีสิทธิ์เรียกร้องเหนือกว่ากัน?

 

คำตอบของทั้งสองคำถามอาจกลายเป็น บรรทัดฐาน (precedent) สำหรับเหตุการณ์แฮก Lazarus ครั้งต่อๆ ไป

 

📎 ข่าวที่เกี่ยวข้องจาก Bitcoinaddict.com เหตุการณ์นี้สืบเนื่องจากที่เราเคยรายงานไว้ก่อนหน้านี้
👉 สรุปดราม่า: การแฮก Kelp DAO ลุกลามสู่ Aave ทำเงินไหลออก 6.2 พันล้านดอลลาร์
🔗 อ้างอิงต้นฉบับ: The Block, CoinDesk, Cryptotimes

 

💬 ความเห็นบรรณาธิการ Bitcoinaddict เคสนี้คือบททดสอบสำคัญของการกำกับดูแลแบบ DAO ที่ไม่เคยเจอมาก่อน — ในมุมหนึ่ง การที่ Arbitrum Security Council แช่แข็งทรัพย์ของแฮกเกอร์ได้สำเร็จ สะท้อนถึงความสามารถของชุมชนคริปโตในการตอบสนองวิกฤตอย่างรวดเร็ว แต่ในอีกมุม การที่ทรัพย์ก้อนเดียวกลับถูกฟ้องเรียกสิทธิ์จากเจ้าหนี้คำพิพากษาเก่าตามกฎหมายสหรัฐฯ ก็ตอกย้ำว่าโลก On-chain ไม่ได้แยกจากระบบกฎหมายดั้งเดิมอย่างที่หลายคนเชื่อ ผลลัพธ์ของคดีนี้ — ไม่ว่าจะออกหัวหรือก้อย — น่าจะกลายเป็นกรณีศึกษาคลาสสิกของวงการ DeFi ไปอีกหลายปี

 

Tags / SEO Keywords: Arbitrum DAO, Kelp DAO exploit, Lazarus Group, DeFi United, North Korea hack, restraining notice, FSIA TRIA, Aave Labs, แฮกคริปโต, ETH แช่แข็ง

— รายงานโดยทีมข่าว Bitcoinaddict.com